
ศาลให้ประกันตัวแม่จ่านิวห้ามออกนอกประเทศ
08 พ.ค. 2559
ศาลทหารให้ประกันตัว "แม่จ่านิว" หลังยื่นเงิน 5 แสน มีเงื่อนไขห้ามยุยง, ชุมนุมทางการเมือง และห้ามออกนอกประเทศ "ประชาธิปไตยใหม่"จัดกิจกรรม
วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 12.30 น. ศาลทหารให้ประกันตัว น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ หรือ หนึ่งนุช มารดา นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ
โดยมีเงื่อนไขห้ามยุยง, ชุมนุมทางการเมือง ห้ามออกนอกประเทศ ซึ่งทนายความยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 5 แสนบาท
"ประชาธิปไตยใหม่"จัดกิจกรรม
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ ลานประติมากรรม ด้านหน้าคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ จัดกิจกรรม ล้อFree day Say freedom เพื่อแสดงจุดยืนว่าการล้อไม่ใช้อาชญากรรม คนล้อไม่ใช่อาชญากร โดยมีการจัดนิทรรศการเพื่อทำความรู้จักกับผู้ต้องขังทั้ง 10 ที่ถูกจองจำจากการเกี่ยวข้องกับการล้อเลียนนายกฯ ทั้งนี้ในงานมีการแจกแผ่นพับข้อความว่าคำบอกเล่าถึง 10 คนผู้ถูกจองจำ และมีการจัดทำบอร์ดฉายานายกฯไทย ในอดีตถึงปัจุบันที่ถูกล้อเลียน
นอกจากนี้มีการนำบอร์ดให้ผู้ร่วมงานเขียนข้อความล้อนายกฯและข้อความถึง 10 ผู้ต้องหาที่ถูกจองจำ ทั้งนี้ในงานมีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด และ นายสิรวิชญได้มาร่วมงานด้วย อย่างไรก็ตามไม่ปรากฏเจ้าหน้าที่ทั้งทหารหรือตำรวจในเครื่องแบบแต่อย่างใด
นายสมบัติ กล่าวว่า การจับกุมแม่ที่หาเช้ากินค่ำ หาเงินเลี้ยงลูก 3 คน ด้วยมาตรา 112 และจับกุมประชาชน 8 คนที่ทำเพจล้อเลียนนากยกรัฐมนตรี ด้วยมาตรา 116 คือ ความอยุติธรรม ที่ไม่สามาาถเข้าใจได้ โลกใบนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ประชาชนสื่อสารหาข้อมูลบนโลกออนไลน์ มากกว่า การดูทีวีและหนังสือพิมพ์ แอพพลิเคชั่นไลน์ มีอิทธิพลกับประชาชน มากกว่าสื่อทุกช่องทาง จึงไม่เข้าใจว่า รัฐไทย จะสร้างภาพนักเคลื่อนไหวให้แม่จ่านิวเพื่ออะไร ตนยืนยันได้ว่า แม่จ่านิว ไม่ใช่นักเคลื่อนไหว แต่เป็นนักสู้ และเป็นตระกูลสามัญชนที่มีนักสู้ถึง 2 คน อีกทั้งไม่สามารถนึกออกได้เลยว่า ประเทศไหนไม่มีวัฒนธรรมการล้อการเมือง การล้อนากยรัฐมนตรีแล้วมีความผิด จุดที่ยอมรับได้คือ โดนฟ้องตามกฎหมายหมิ่นประมาททั่วไป เพราะพล.อ.ประยุทธ์ จัยทร์โอชา ไม่ใช่ความมั่นคง เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ วางมือจากอำนาจ ประเทศไทยก็สามารถอยู่ต่อได้ เหมือนที่ประเทศชาติสามารถอยู่ได้ก่อนการยึดอำนาจเมื่อปี 2557
สปท.ชงกม.รอการลงโทษสร้างความปรองดอง
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) กล่าวถึงความคืบหน้าการสร้างความปรองดองของสปท.ว่า มีความคืบหน้าไปมากแล้ว ทั้งเรื่องการเยียวยา และเรื่องคดีความ เบื้องต้นสปท.การเมืองวางแนวทางแก้ปัญหาไว้ 2 ระดับคือ 1.การแก้ปัญหาโดยใช้นโยบายรัฐ เช่น คดีความผิดเล็กน้อยหรือมีเจตนาไม่ร้ายแรง อาจมีนโยบายของรัฐไม่ดำเนินคดีต่อเช่น การใช้มาตรา 44 การถอนฟ้อง 2.การแก้ปัญหาโดยตัวกฎหมาย จะใช้วิธีการออกพ.ร.บ.หรือพ.ร.ก.รอการกำหนดโทษ เพื่อความปรองดอง เพื่อให้คดีสิ้นสุดลงทันที โดยไม่ต้องมีการตัดสินคดีหรือฟังคำพิพากษา จะใช้กับคดีที่มีความรุนแรงมากขึ้นเช่น กรณีแกนนำบุกยึดสถานที่ราชการ การปิดสนามบินหรือสี่แยกต่าง ๆ ที่เป็นอุดมการณ์ต่อสู้ทางการเมือง แต่ทำเลยเถิด เกินเลยทำให้เกิดความวุ่นวายในสังคมตามมา แต่จะไม่รวมถึงคดีทุจริต มาตรา 112 และการวางเพลิงเผาทรัพย์
นายเสรีกล่าวว่า เงื่อนไขการเข้าสู่กฎหมายรอการกำหนดโทษนั้น ผู้ถูกดำเนินคดีต้องยอมรับสารภาพว่าตัวเองกระทำผิดในชั้นศาลก่อน หลังจากได้รับการรอการกำหนดโทษแล้ว จะมีมาตรการอื่น ๆ มาควบคุมอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้กลับไปกระทำผิดอีกอาทิ การห้ามชุมนุมการเมือง การห้ามปลุกปั่นก่อความวุ่นวาย รวมถึงอาจตัดสิทธิการเมืองตลอดไป ข้อห้ามเหล่านี้จะกำหนดไปตลอดชีวิต ไม่มีอายุความ หมายความว่า จะถูกคาดโทษติดตัวไปตลอดชีวิต หากใครฝ่าฝืนข้อห้ามรอการกำหนดโทษจะถูกเรียกตัวมาฟังคำพิพากษาในคดีเดิม เพื่อลงโทษทันที มาตรการรอการกำหนดโทษจึงแตกต่างจากการนิรโทษกรรม เพราะการนิรโทษกรรมไม่มีข้อห้ามต่าง ๆ มาควบคุมหลังจากได้รับการนิรโทษกรรมแล้ว แต่วิธีรอการกำหนดโทษจะมีเงื่อนไขและข้อห้ามต่าง ๆ มาควบคุม มิให้กลับไปกระทำผิดอีก
นายเสรีกล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นหลักการที่สปท.การเมืองวางไว้ มีผู้เห็นด้วยจำนวนมาก ขณะนี้เตรียมขอเข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในสัปดาห์หน้า เพื่อชี้แจงรายละเอียดต่าง ๆ ให้ฟังเพิ่มเติม สปท.การเมืองจะผลักดันกฎหมายรอการกำหนดโทษให้เสร็จภายใน 3 เดือน ก่อนสปท.จะหมดวาระ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ก่อนการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น



