ข่าว

ตร.ค้านประกันตัว'แม่จ่านิว'ยื่นขอฝากขัง12วัน

ตร.ค้านประกันตัว'แม่จ่านิว'ยื่นขอฝากขัง12วัน

08 พ.ค. 2559

ตร.ค้านประกันตัว'แม่จ่านิว'ยื่นขอฝากขัง12วัน

 
          วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าเวลา 07.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ได้นำตัว น.ส.พัฒน์นรี  ชาญกิจ หรือหนึ่งนุช มารดานายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ไปส่งฝากขังที่กรมพระธรรมนูญ ศาลทหารกรุงเทพ  
 
          ต่อมาเวลา 09.30 น. ตุลาการศาลทหารนั่งบัลลังก์ พิจารณาคำร้องขอฝากขัง โดยพนักงานสอบสวนร้องขอฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ให้เหตุผลว่าต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีก 7 ปาก พร้อมทั้งต้องตรวจสอบคอมพิวเตอร์ของผู้ต้องหา และโทรศัพท์มือถือที่ตรวจยึดมา ขณะเดียวกันต้องตรวจสอบประวัติลายนิ้วมือ รวมถึงคดีมีอัตราโทษสูงเกิน 10 ปี จึงต้องคัดค้านการประกันตัวตามระเบียบ 
 
          อย่างไรก็ตามทนายความของ น.ส.พัฒน์นรี ได้คัดค้านการฝากขังใน 4 ประเด็น โดยให้เหตุผลว่า 1.ผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี 2.เห็นว่ายังไม่เข้าข่ายองค์ประกอบความผิดตามข้อกล่าวหา 3.ผู้ต้องหาไม่อาจไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานได้ และ 4.การคุมขังผู้ต้องหาไว้จะส่งผลทำให้ครอบครัวเดือดร้อน โดยทนายความได้อ้างท้ายคำร้องในชั้นสอบสวน ที่พนักงานสอบสวนมีความเห็นให้ประกันตัวเพราะมามอบตัวตามระเบียบแต่ผู้บังคับบัญชาไม่เห็นควร เมื่อพิจารณาคำร้องแล้ว ศาลจึงมีความเห็นให้ฝากขังน.ส.พัฒน์นรี ตามคำร้องของพนักงานสอบสวนเป็นเวลา 12 วันตั้งแต่วันที่ 8-19 พฤษภาคม  โดยให้นำตัวไปส่งที่ทัณฑสถานหญิงกลาง
 
          น.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความ กล่าวว่า ยืนยันว่า ผู้ต้องหาไม่สามารถยุ่งกับพยานหลักฐานได้ ตามคำร้องที่ขอคัดค้านการฝากขัง เพราะผู้ต้องหาถูกคุมตัวอยู่ แต่ศาลเห็นว่า คำร้องของทนายเป็นข้อโต้แย้งการสู้คดี ทั้งนี้ ทนายความจึงยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 5 แสนบาท เพื่อขอประกันตัว ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล แต่พฤติการณ์ของผู้ต้องหาไม่ได้แสดงความเห็นอะไร แต่เป็นเพียงการกระทำจากบุคคลอื่น จึงเห็นว่าศาลน่าจะหยิบยกไปพิจารณา ส่วนกรณีที่ตำรวจได้เข้าตรวจยึดคอมพิวเตอร์ของน.ส.พัฒน์นรี ที่บ้านพักส่วนตัวเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม นี้  ทางทนายได้ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใส เนื่องจากขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ขอเปิดคอมพิวเตอร์มีเด็กและคนแก่อยู่ภายในบ้าน ซึ่งมองว่าถ้ากระบวนการโปร่งใส ควรจะรอนายสิรวิชญ์ และแม่ของนายสิรวิชญ์ เป็นผู้นำตรวจ รวมถึงถ้าจะยึดคอมพิวเตอร์เป็นหลักฐานสำคัญควรไปดำเนินการตรวจยึดตั้งแต่วันที่เข้ามอบตัวไม่ใช่ยึดในภายหลัง
 
          “การเปิดข้อมูลในชั้นแรกเป็นไปด้วยมิชอบด้วย ซึ่งขณะนี้ต้องดูพยานหลักฐานก่อนว่าจะดำเนินกลับอย่างไรหรือไม่ ส่วนการต่อสู้คดีหลังจากนี้ แม่ของนายสิรวิชญ์จะขอทำคำให้การเป็นหนังสืออีกครั้ง เพื่อจะขอสู้คดีอย่างเต็มที่ ส่วนการเตรียมพยานเพื่อต่อสู้คดีนั้น จะให้นักวิชาการที่มีความเห็นในเรื่องนี้มาแสดงความเห็น และบุคคลใกล้ชิดมานำสืบพฤติการณ์ของแม่นายนายสิรวิชญ์ด้วย” น.ส.ภาวิณี กล่าว
 
 
 
ราชทัณฑ์พร้อมรับตัว“แม่จ่านิวเข้า”แดนแรกรับคุกหญิง  
 
          นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการแทน อธิบดีกรมราชทัณฑ์  กล่าวถึงกรณีศาลทหารไม่อนุญาตให้ประกันตัวและส่งน.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ  หรือ หนึ่งนุช  มารดา ของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ผู้ต้องหาคดี ม.112 เข้าควบคุมตัวระหว่างการสอบสวนที่ทัณฑสถานหญิงกลางว่า เมื่อผู้ต้องหาถูกส่งตัวพร้อมหมายขังให้กับเรือนจำจะมีการทำประวัติ ตรวจสุขภาพร่างกายว่ามีโรคประจำตัวหรือไม่ จากนั้นจะถูกส่งตัวเข้าไปยังแดนแรกรับของทัณฑสถานหญิงกลาง จากนั้นเจ้าหน้าที่จะอธิบายถึงกฎระเบียบและการปฏิบัติตนเพื่อไม่ให้ผู้ต้องขังเข้าใหม่ฝ่าฝืนระเบียบเรือนจำ นอกจากนี้จะอธิบายถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ภายในเรือนจำให้รับทราบ โดยผู้ต้องขังรายนี้จะได้รับการดูแลเท่าเทียมกับผู้ต้องขังรายอื่นๆ และไม่ได้สั่งการให้เฝ้าระวังอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่กำชับในเรื่องวิธีการตรวจค้นร่างกายเพื่อไม่ให้เป็นการละเมิดสิทธิผู้ต้องขัง
 
          นายกอบเกียรติ กล่าวอีกว่า ในส่วนของอาหารการกินนั้น เรือนจำมีอาหารเลี้ยงนักโทษครบ 3 มื้อ เว้นแต่ผู้ต้องขังรายใดไม่ต้องการรับประทานอาหารที่เรือนจำจัดให้ก็สามารถซื้ออาหารจากร้านค้าสวัสดิการเรือนจำได้ สำหรับของเยี่ยมจากภายนอกเรือนจำไม่อนุญาตให้นำเข้าเยี่ยมเด็ดขาด ยกเว้นยารักษาโรคประจำตัว สำหรับการเยี่ยมญาติของผู้ตองขังระหว่างการพิจารณาคดีนั้น  สามารถเข้าเยี่ยมได้ทุกวัน วันละ 1 ครั้ง