
'ผมอยากเป็นตำรวจ ไม่คิดว่าลูกตำรวจจะฆ่าพ่อผม'
08 พ.ค. 2559
เรื่องเล่าข่าวดัง : 'ผมอยากเป็นตำรวจ ไม่คิดว่าลูกตำรวจจะฆ่าพ่อผม' เสียงครวญบุตร 'ชายพิการ' : โดย...นิธิศ นาเจริญ
บ้านสองชั้นกั้นด้วยไม้มุงด้วยสังกะสี สภาพทรุดโทรมและอาจพังลงได้ทุกเมื่อหากมีลมกระโชกแรงพัดผ่าน บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ของ ต.ธรรมศาลา อ.เมือง จ.นครปฐม เป็นที่พักอาศัยของเด็กชาย 2 คน คนแรกอายุ 12 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ส่วนอีกคนวัย 9 ปี เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งเด็กคนนี้ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษเพราะป่วยด้วยโรคโลหิตจางมาแต่กำเนิด
เด็กชายสองคนนี้เป็นบุตรของสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการวัย 36 ปี ซึ่งต้องเสียชีวิตไปเพราะคมดาบคมมีดของ 6 ผู้ต้องหาก๊วนลูกตำรวจ ซึ่งลงมือรุมฆ่าเขา โดยอ้างว่าโมโหที่ผู้ตายด่าหลังจากถูกเยาะเย้ยถากถางเรื่องความพิการ
ปัจจุบันเด็กทั้งสองคนอยู่ในความดูแลของ รุ่งนภา แซ่เอี่ยว วัย 38 ปี ซึ่งเป็นมารดา โดยมีย่าและญาติอีก 2 คน ร่วมอยู่ในชายคาบ้าน ทั้งหมดค่อนข้างขัดสน หาเลี้ยงชีพด้วยการรับจ้างทั่วไป มีรายได้แค่พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง
เดิมทีสมเกียรติก็อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้และมีอาชีพรับจ้างทั่วไปเช่นกัน แต่เนื่องจากต้องการหาเงินส่งเสียให้ลูกได้เรียนหนังสือสูงๆ เขาจึงจากครอบครัวไปอาศัยอยู่กับญาติที่ย่านโชคชัย 4 กรุงเทพมหานคร เพื่อทำงานในร้านขายขนมปัง เพราะมีรายได้ที่สูงกว่า
บุตรชายคนโตของสมเกียรติพูดให้เขาได้ยินอยู่เสมอ “โตขึ้นผมจะเป็นทหาร” ส่วนคนเล็กแม้ร่างกายไม่แข็งแรงนัก เพราะมีโรคประจำตัว แต่ก็ยังฝันบอกพ่ออยู่เสมอเช่นกันว่า “พ่อครับโตขึ้นผมจะเป็นตำรวจ”
ทั้งสองคือความหวังของครอบครัว และเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของชายร่างพิการอย่าง “สมเกียรติ” แม้จะไม่พร้อมเหมือนใครอื่น แต่เขาก็ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจทำงานหาเงินสุดความสามารถเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว โดยหวังเพียงว่าจะทำทุกทางเพื่อให้ลูกทั้งสองได้เรียนหนังสือสูงๆ จะได้ไม่ลำบากเหมือนเช่นดังตัวเขา
รุ่งนภา ภรรยาของสมเกียรติ บอกว่า ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสามีมานานเกือบ 20 ปี แม้ชายอันเป็นที่รักจะมีร่างกายไม่สมประกอบ เพราะประทับใจที่สมเกียรติเป็นคนที่รักครอบครัว ไม่เคยทอดทิ้งกันในยามยาก ที่สำคัญแม้โอกาสทางสังคมจะมีไม่มากนัก แต่สามีก็ทำอาชีพสุจริตหาเลี้ยงครอบครัวด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง
“เขารักครอบครัวมาก ทุกวันจะโทรศัพท์มาหาฉันและลูก ก่อนวางสายก็จะบอกฉันทุกครั้งให้ดูแลลูกให้ดี เขาจะห่วงลูกคนเล็กมาก เพราะมีโรคประจำตัว ที่ผ่านมาเขาคือเสาหลัก แม้ร่างพิการเขาไม่เคยท้อทำงานทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมาจุนเจือครอบครัว แต่เมื่อไม่มีเขาเราก็เคว้งคว้าง ยังไม่รู้จะเดินไปทางไหนต่อ แต่ตั้งใจแล้วว่าจะทำฝันของเขาให้สำเร็จ คือจะทำทุกทางเพื่อให้ลูกได้เรียนสูงๆ อย่างที่เขาหวังไว้” รุ่งนภา บอกทั้งน้ำตา
เหตุร้ายที่เกิดขึ้นทำให้หญิงวัยกลางคนรายนี้หัวใจแทบสลาย ไม่แตกต่างจากบุตรชายคนโตวัย 12 ปี ที่ยังคงเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเด็กชายรายนี้บอกว่า ป้าโทรศัพท์มาบอกว่าพ่อเสียชีวิตแล้ว เพราะถูกแทงที่คอหน้าร้านขายขนมปังที่พ่อทำงานอยู่
“ผมไม่เข้าใจ ทำไมต้องฆ่าพ่อผม ตอนเห็นศพพ่อครั้งแรกผมทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่าพ่อจะจากผมและน้องไปเร็วอย่างนี้ พ่อบอกเสมอว่า ใจจริงแล้วเขาไม่อยากไปอยู่กรุงเทพฯ แต่เพราะน้องป่วยบ่อยและต้องการให้ผมและน้องได้เรียนหนังสือสูงๆ จึงต้องไปหาเงิน แต่ทุกเย็นพ่อจะโทรมาหา และวันหยุดทุก 8 โมงเช้า พ่อจะกลับมาบ้าน ซึ่งนั่นจะเป็นเวลาที่ผมและน้องรอคอยทุกสัปดาห์” บุตรชายคนโตของสมเกียรติ กล่าว
ความรู้สึกสูญเสียเกิดขึ้นกับเด็กชายวัย 9 ปี บุตรคนเล็กของสมเกียรติด้วย โดยเด็กน้อยคนนี้มีความสนิทสนมกับพ่อมากที่สุด เพราะป่วยด้วยโรคประจำตัว ทำให้สมเกียรติห่วงหาอาทรมากเป็นพิเศษ
“ทุกวันหยุดผมและพี่จะนั่งรอพ่อตรงบันไดบ้านเป็นประจำ แต่หลังจากนี้พ่อไม่มาแล้ว ผมจะกอดใคร พ่อถามผมเสมอว่า โตขึ้นผมอยากเป็นอะไร ผมก็จะตอบว่าอยากเป็นตำรวจทุกครั้ง แต่ผมไม่คิดเลยว่าลูกตำรวจจะฆ่าพ่อผม” บุตรชายคนเล็กของสมเกียรติ บอก
เด็กน้อยวัย 9 ปีคนนี้ บอกด้วยว่า “ไม่เคยคิดว่าจะมีใครทำอะไรพ่อเช่นนี้ เพราะพ่อเป็นคนพิการขาข้างหนึ่งใช้งานไม่ได้ แล้วจะไปสู้ใครได้ คำสุดท้ายที่พอบอกคือรักผม และทุกครั้งที่กลับมาบ้านพ่อจะมานอนดูทีวีแล้วกอดผม ตอนนี้อยากให้พ่อฟื้นกลับมามากที่สุด”
ไม่ใช่เฉพาะบุตรและภรรยาของสมเกียรติเท่านั้นที่ทุกข์ระทมกับการจากไปของชายร่างพิการรายนี้ แต่ยังมีทองคำ ศรีจันทร์ วัย 64 ปี มารดาของเขาด้วยที่หัวใจแทบสลาย หลังจากรู้ข่าวบุตรชายเสียชีวิตเพราะแก๊งวัยรุ่นก๊วนลูกตำรวจรุมฆ่า
“พอรู้ว่าเขาโดนแก๊งวัยรุ่นแทงตาย ฉันก็รีบขึ้นแท็กซี่จากบ้านไปโรงพยาบาลทันที เขาโดนแทงตั้ง 8 แผล จิตใจคนทำเขาทำด้วยอะไร ถึงทำกับคนไม่มีทางสู้ได้เช่นนี้" ทองคำ กล่าว
ทองคำ เล่าว่า บุตรชายพิการมาแต่กำเนิด และเมื่อโตขึ้นไปทำงานก่อสร้างก่อนประสบอุบัติเหตุรถชนทำให้ขาอีกข้างต้องดามเหล็ก จึงเลิกทำงานก่อสร้างเปลี่ยนมาทำงานร้านขายขนมปังกับญาติ ซึ่งก็ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกับใคร
“เขาเป็นคนที่รักของใครต่อใคร ถามใครดูก็ได้ เขาไม่เคยมีเรื่องมีราวกับใคร เขารักครอบครัว แม้จะอยู่ไกลก็โทรศัพท์หาบ่อยทั้งลูกเมีย และฉัน ซึ่งจะโทรมาทุกเย็น อีกทั้งทุกวันหยุดเขาจะกลับบ้าน กลับมาเข้าครัวมาช่วยฉันทำกับข้าวรับประทานกัน อาหารโปรดของเขาคือหมูทอดกับน้ำพริก หลังสุดเขาโทรมาหาเมื่อวันที่ 30 ก่อนเกิดเหตุ 1 วัน ว่าจะส่งเงินมาให้ในวันที่ 5 แต่สิ่งที่ได้เห็นคือร่างไร้วิญญาณของเขา” ทองคำ กล่าวด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น
การจากไปของสมเกียรติทำให้ครอบครัวนี้เคว้งคว้าง เพราะเขาคือเสาหลักของครอบครัว สิ่งเดียวที่ครอบครัวนี้ต้องการในเวลานี้คือความยุติธรรม โดยพวกเขาต้องการให้ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์ความรุนแรงทำนองนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก
----------------
(เรื่องเล่าข่าวดัง : 'ผมอยากเป็นตำรวจ ไม่คิดว่าลูกตำรวจจะฆ่าพ่อผม' เสียงครวญบุตร 'ชายพิการ' : โดย...นิธิศ นาเจริญ)



