
รวบแล้ว!โจรจี้รถขนเงิน8.8ล้าน
07 พ.ค. 2559
รวบโจรจี้รถขนเงิน 8.8 ล้าน ที่พัทยา รับเลียนแบบหนัง ดูลาดเลา 3 วันก่อนลงมือคนเดียว ยึดเงินคืนได้เกือบ 5.9 ล้าน ที่เหลือถูกผลาญ-ซื้อเก๋ง
7 พ.ค. 59 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.กิตติพงษ์ เงามุข รองผบช.ภ.2 พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผบก.สส.ภ.2 และ พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายอิทธิเดช หรือนายพรสวรรค์ หรือนายเก่ง โพธิ์มี อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/1 หมู่ 3 ต.ลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ผู้ต้องหาปล้นรถขนเงิน บริษัท สยามแอดมินนิส เทรทีฟ แมนเนจเม้นท์ จำกัด หรือ แซมโก้ ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาพัทยาใต้ เมืองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้เงินสดไป 8.8 ล้านบาท เมื่อเย็นวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งคนร้ายใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์จากพนักงานขนเงิน บริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาพัทยาใต้ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้เงินสดไปจำนวน 8.8 ล้านบาท แล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทราบชื่อคนร้าย จึงขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดพัทยาทันที กระทั่งวันที่ 6 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ที่บริเวณลานจอดรถห้างเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์ตร้า หมู่ 13 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พร้อมของกลางเงินสดธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท และฉบับละ 100 บาท จำนวน 5,895,100 บาท กระเป๋าเป้สีเขียวบรรจุเงิน รถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีขาว ทะเบียน ฎย 3201 กรุงเทพมหานคร (ใช้เงินที่ได้จากก่อเหตุซื้อมา) อาวุธปืนกึ่งออโตเมติก ยี่ห้อ COLT MK IV SERIES 70 .38 SUPER พร้อมกระสุนปืนขนาด ขนาด .38 SUPER จำนวน 33 นัด
ด้าน พล.ต.ต.กิตติพงษ์ กล่าวว่า คนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุชิงทรัพย์ โดยในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด .38 SUPER และหัวกระสุนปืน ซึ่งหลังจากเกิดเหตุได้มีการประชุมแบ่งงาน เพื่อตรวจสอบที่มาของอาวุธปืน รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีขาว น้ำเงิน ดำ ทะเบียน ฬกบ 183 กรุงเทพมหานคร ซึ่งรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวผู้ต้องหาซื้อมาในราคา 6,000 บาท โดยผู้ต้องหาสำรวจเส้นทางการก่อเหตุ 3 วันก่อนลงมือ และในช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมาผู้ต้องหายังนำเงินไปซื้อรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีขาว ทะเบียน ฎย 3201 กรุงเทพมหานคร 1 คัน ราคา 5.5 แสนบาท พร้อมทั้งนำเงินสดเกือบ 5.9 ล้านบาท และอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุไปเก็บไว้ที่ท้ายรถอีกด้วย
พล.ต.ต.กิตติพงษ์ กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุเพียงลำพัง โดยได้แนวคิดการชิงเงินมาจากการดูละคร และภาพยนตร์ในโทรทัศน์ จึงเลียนแบบไปก่อเหตุ และนำเงินที่ได้มาบางส่วนไปซื้อรถเก๋ง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาชิงทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืน และใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำความผิด, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และยิงปืนในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชนโดยใช่เหตุ ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบข้อมูลของผู้ต้องหารายนี้ พบว่า มีหมายจับอีก 4 หมาย ของศาลจังหวัดพิจิตร และศาลจังหวัดกำแพงเพชร ทั้งข้อหาครอบครองยาเสพติดและฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวเสริมว่า อยากจะขอฝากคดีดังกล่าวไว้เป็นอุทาหรณ์ เพราะไม่ว่าจะมีคดีอะไรเกิดขึ้นต้องจับคนร้ายให้ได้ เช่นเดียวกับคดีคนร้ายขโมยยกตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงศรีอยุธยา บริเวณหน้าสำนักงานเงินติดล้อศรีสวัสดิ์ สาขาถนนกิ่งแก้ว ปากซอยกิ่งแก้ว 22/1 เลขที่ 60 หมู่ 3 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ใส่ท้ายรถกระบะหลบหนีไปเมื่อกลางดึกวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมานั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตามจับตัวมาดำเนินคดีให้ได้แน่นอน



