ข่าว

จิ้งจอกสังคมนะฮ้า...ลวงเหยื่อลักเอทีเอ็ม

จิ้งจอกสังคมนะฮ้า...ลวงเหยื่อลักเอทีเอ็ม

02 ส.ค. 2552

เกือบชั่วชีวิตของชายหัวใจหญิงคนหนึ่ง แปดเปื้อนมลทินจากการโกหกพกลมและปลิ้นปล้อนหลอกลวงฉ้อโกงเงินนักท่องเที่ยว ขณะเดียวกันก็จมปลักอยู่ในวังวนการพนันจนถอนตัวไม่ขึ้น เงินที่ได้จากการลักขโมยมาหมดไปกับการพนัน จึงต้องกลับไปหาเงินด้วยวิธีเดิมๆ วนเวียนอยู่เช่นนี้

 แอน หรือส้ม คือสาวประเภทสองคนที่เอ่ยถึง มีชื่อจริงตามบัตรประจำตัวประชาชนว่า "นายสุรเวช รัตนปราณี" ถึงวันนี้อายุอานามปาเข้าไป 54 ปีแล้ว แต่กระนั้นก็ยังไม่มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง ได้แต่เที่ยวหลอกลวงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ลักขโมยเงินไปวันๆ ถึงขนาดร่วมกับเพื่อนๆ ตั้งแก๊งล่อลวงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไปหลับนอนแล้วชิงทรัพย์ หากรายไหนขัดขืนก็จะถูกรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บไปตามๆ กัน เหยื่อของแอนกับพวกไม่เลือกว่าจะเป็นคนสัญชาติไหน ยกเว้นชาวเกาหลี โดยเธอให้เหตุผลว่าเคยถูกจับได้แล้วโดนทำร้ายจนเข็ดหลาบ

 ด้วยพฤติการณ์ล่อลวงชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวที่แอนกับพวกลงมือทำกันมานาน สุดท้ายวันหนึ่งก็ถูกจับได้ เมื่อตำรวจส่งฟ้องศาลและได้รับการประกันตัว แอนก็หนีประกันออกมาก่อเหตุอีก แต่คราวนี้เธอเปลี่ยนรูปแบบก่อเหตุใหม่ คือ แทนที่จะหลอกเหยื่อแล้วรุมทำร้ายชิงทรัพย์สินเอาซึ่งๆ หน้ามาเป็นหลอกเหยื่อให้ตายใจก่อน แล้วจึงลงมือฉกทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบัตรเอทีเอ็มและบัตรเครดิตที่สามารถกดเงินสดได้

 ทุกๆ คืนวันเสาร์และอาทิตย์แอนจะแต่งตัวสวยสดงดงาม เท่าที่เธอพอจะสวยงามได้ในมุมมองของตัวเอง ออกไปล่าเหยื่อตามแหล่งบันเทิงขึ้นชื่อ ทั้งทองหล่อ บางรัก สีลม หรือสวนลุมพินี คอยเฝ้าสังเกตชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น เนื่องจากเธอสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้เล็กน้อย เลือกเอาคนสูงวัยขึ้นมานิด ลากกระเป๋าใบใหญ่ ถือแผนที่ แสดงอาการเงอะๆ งะๆ ลักษณะเหมือนเข้ามาเมืองไทยเป็นครั้งแรก จากนั้นจึงให้ "สุธี หรือ คนพัฒน์ ศรีขจรจิต" คนขับแท็กซี่วัย 36 ปี เพื่อนร่วมแก๊ง ขับรถแท็กซี่พาเธอตรงเข้าไปหานักท่องเที่ยวโชคร้ายคนนั้น

 แอนส่งภาษาอังกฤษและญี่ปุ่นอ้างกับนักท่องเที่ยวจากแดนอาทิตย์อุทัยว่า เป็นนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียหรือฟิลิปปินส์ ด้วยรูปลักษณะเพื่อนบ้านทั้งสองประเทศผิวเหลืองหน้าตาละม้ายคล้ายคนไทย นักท่องเที่ยวจึงแยกไม่ออกหลงเชื่อคำโกหก แอนก็ร่ายยาวว่าต้องการความช่วยเหลือ ขอแลกแบงก์ย่อยจ่ายค่าแท็กซี่ เพราะเธอมีธนบัตรใบละ 1,000 บาท คนขับแท็กซี่เองก็พูดไม่รู้เรื่อง โดยหว่านล้อมให้เหยื่อเกิดความเห็นอกเห็นใจ กระทั่งใจอ่อนยอมให้แลกเงินก็จะพยายามหลอกล่อชวนคุยสอบถามเส้นทางแล้วลักกระเป๋าสตางค์ไป

 นอกจากนี้ หากเหยื่อบางรายไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม สาวประเภทสองจิ้งจอกสังคมนะฮ้าจะคอยแอบดูรหัสอยู่ด้านหลัง จากนั้นก็หาวิธีลักกระเป๋าสตางค์นำบัตรเอทีเอ็มไปกดเงิน ช่วงหนึ่งแอนได้เหยื่อค่อนข้างมีฐานะมีเงินในบัญชีหลายล้านบาท เบ็ดเสร็จช่วงนั้นเธอได้เงินไปรวมแล้วเกือบ 10 ล้านบาท นำเงินที่ได้ไปซื้อบ้านย่านปทุมธานี ซื้อรถยนต์ขับ รวมถึงไปเล่นการพนันที่บ่อนกาสิโนฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา

 "ระหว่างเข้าไปตีสนิทจะหลอกล่อขอความช่วยเหลือ เช่น หลงทางบ้าง ขอแลกเงินบ้าง พอเหยื่อเผลอก็แอบหยิบเงินสดในกระเป๋า ได้มาครั้งละ 5,000-20,000 บาท มีครั้งหนึ่งมีเหยื่อชาวญี่ปุ่นกดเอทีเอ็มเอาเงินมาให้แลก ฉันแอบดูอยู่ข้างหลังเห็นเขากดรหัสก็เลยลองขโมยบัตรเอทีเอ็มกับบัตรเครดิตดูบ้าง ปรากฏว่าได้เงินดีกว่า เลยหันมาขโมยเฉพาะบัตรเอทีเอ็มกับบัตรเครดิต" แอนอธิบาย

 เงินที่ได้มาด้วยวิธีการสกปรกมักจะอยู่ได้ไม่นาน ในกรณีของแอนเองก็เช่นกัน เธอตกอยู่ในวังวนการพนันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ได้มาเท่าไรก็พาเข้าบ่อนกาสิโนปอยเปต ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับความผิดหวังแทบทุกครั้ง จนประกาศขายบ้านย่านปทุมธานี เพื่อหาเงินมาใช้หนี้

 "ฉันทำแบบนี้เพราะติดหนี้นอกระบบ ฉันติดพนันอย่างหนัก เงินได้มาเท่าไรก็ไม่มีเหลือ" แอนครวญ

 แอนลอยนวลอยู่ได้ชั่วระยะเวลาหนึ่งกรรมก็ตามทัน เมื่อผู้เสียหายชาวญี่ปุ่นหลายรายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อตำรวจ สน.ทองหล่อ ว่ามีสาวประเภทสองร่วมกับคนขับแท็กซี่ขโมยบัตรเครดิตไปรูดเงิน พ.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.กิตติวัชร์ ภูมิธเนศ สว.สส. ร.ต.ต.ประทีป คำจริง รอง สว.สส. พร้อมฝ่ายสืบสวนจึงขอความร่วมมือไปยังธนาคารหลายแห่ง จนได้ใบหน้าของสาวประเภทสองที่กำลังนำบัตรเครดิตของเหยื่อไปกดที่ตู้เอทีเอ็ม เป็นข้อมูลนำไปสอบถามหาชื่อเสียงเรียงนาม

 ไม่นานนักความพยายามของชุดสืบสวนก็เห็นผล เมื่อมีพยานรายหนึ่งให้การว่าสาวประเภทสองในรูปนำเงินตราต่างประเทศมาแลกอยู่บ่อยๆ ชุดสืบสวนจึงไปตรวจสอบที่บ้านเกิดใน จ.พระนครศรีอยุธยา แต่ไม่พบตัว ชุดสืบสวนจึงหันมาแกะรอยจากรถแท็กซี่ ซึ่งผู้เสียหายจำหมายเลขทะเบียน 2 ตัวหลังได้ จึงประสานไปยังกรมการขนส่งทางบก จำกัดวงค้นหารถแท็กซี่ต้องสงสัย กระทั่งได้ภาพผู้ขับขี่แท็กซี่นำไปให้ผู้เสียหายดูก็ได้รับการยืนยันว่าเป็นคนเดียวกัน

 ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ จึงประสานพนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับต่อศาล ในข้อกล่าวหาร่วมกันลักทรัพย์ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบและบัตรนั้นออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อเบิกเงินสด เอาไปซึ่งเอกสารของผู้อื่น แล้วเดินทางไปจับกุมนายสุธี ศรีขจรจิต ได้ที่อู่รถแท็กซี่ภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 31 แขวงบ้านช่างทองหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ก่อนจะขยายผลไปถึงแอน หรือนายสุรเวช รัตนปราณี ได้ที่บ้านพักย่าน จ.ปทุมธานี

 "หลังเกิดเหตุผู้เสียหายชาวญี่ปุ่นมักไม่ค่อยเอะใจ พอรู้ตัวว่ากระเป๋าสตางค์หายไปก็สับสนว่า ทำหล่นหายหรือถูกล้วงกระเป๋า ทำได้เพียงลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พอเดินทางกลับประเทศแล้วค่อยมารู้ทีหลังว่าถูกคนร้ายล่อลวง" พ.ต.ท.กิตติวัชร์ ภูมิธเนศ สว.สส.สน.ทองหล่อ ระบุ