ข่าว

ใส่น้ำแข็งเท่าไหร่เธอถึงจะพอใจ?

ใส่น้ำแข็งเท่าไหร่เธอถึงจะพอใจ?

07 พ.ค. 2559

เวิลด์วาไรตี้ : ใส่น้ำแข็งเท่าไหร่เธอถึงจะพอใจ?

 
                    กลายเป็นเรื่องโด่งดังระดับโลกไปแล้วกับแค่กาแฟเย็นใส่น้ำแข็ง ที่ไม่ถูกใจลูกค้าสาวชาวอเมริกันในนครชิคาโก ที่ต้องลงทุนเสียเวลาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจาก “สตาร์บัคส์” เชนร้านกาแฟชั้นนำระดับโลก เป็นเงินมากถึง 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 175 ล้านบาท)
 
                    เพราะไม่พอใจที่ในแก้วกาแฟเย็นของตนเองมีน้ำแข็งมากเกินไป โดยเธอมองว่าน้ำแข็งไม่ใช่ส่วนหนึ่งของเครื่องดื่ม ดังนั้นการใส่น้ำแข็งมากเกินไปในแก้ว ทำให้ปริมาณน้ำกาแฟก็ต้องลดลงไปด้วย ...นี่เอาเปรียบกันซึ่งหน้าเลยนี่ สาวสเตซี่ พินคัส เลยจัดการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกันเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต
 
                    ขณะที่สตาร์บัคส์ ยืนยันจนคอเป็นเอ็นว่า น้ำแข็งเป็นส่วนหนึ่งของกาแฟเย็น ถ้าไม่ใส่แล้วกาแฟจะเย็นชื่นใจได้อย่างไร แล้วจะเรียกว่ากาแฟเย็นได้อย่างไร
 
                    ก็ว่ากันไปในศาลสหรัฐอเมริกาที่มักจะมีเรื่องราวแปลกๆ มาให้ตัดสินกันบ่อยๆ
 
                    อันที่จริงนั้นไม่เคยมีการกำหนดมาตรฐานปริมาณน้ำแข็งและปริมาณกาแฟในแก้วให้เป็นสากลแต่อย่างใด ไม่มีร้านไหนบอกว่าต้องใช้ปริมาณน้ำแข็งเท่านี้ๆ กาแฟเท่านี้ๆ จึงจะเรียกว่ากาแฟเย็นมาตรฐานสากล
 
                    ความพึงพอใจต่างหากที่เป็นตัวตัดสินกาแฟเย็นแก้วนั้นๆ ว่าเหมาะสม เหมาะควรกับการจ่ายเงินซื้อ และลูกค้ามีความพึงพอใจสูงสุด ทุกฝ่ายก็แฮปปี้มีความสุข
 
                    อย่างกรณีของ โรบินสัน แฮริส แนช ผู้อำนวยการฝ่ายค้าปลีก อิปเซนโต บริษัทเจ้าของร้านกาแฟที่เพิ่งเปิดร้านสาขาแห่งที่สองในนครชิคาโก อธิบายว่า สำหรับตนเองนั้น กาแฟเย็นสูตรญี่ปุ่น เป็นกาแฟเย็นที่ดีที่สุด โดยสูตรนี้จะนำกาแฟร้อนๆ ชงใหม่ๆ สดๆ ราดลงบนน้ำแข็งเย็นๆ ให้ความร้อนละลายน้ำแข็งส่วนหนึ่งออกไปกลายเป็นน้ำ ทำให้รสชาติกาแฟกลมกล่อมลงตัว
 
                    เขายืนยันว่าวิธีนี้ทำให้แอซิดตี้ (ขอใช้คำว่าความสดชื่น) ของน้ำกาแฟคงตัวอยู่อย่างเต็มเปี่ยมภายในแก้วและที่ร้านอิปเซนโต จะเติมน้ำแข็งในแก้วให้อยู่ในระดับ 3 ใน 4 ของแก้ว จนถึงมือลูกค้า
 
                    ขณะที่ เบรทท์ วิทแมน วิทยากรประจำบริษัทโฟร์บาเรล คอฟฟี่ ในนครซานฟรานซิสโก อธิบายว่า จุดกำเนิดของกาแฟเย็นมาจากการที่ร้านกาแฟมีน้ำกาแฟที่เหลือจากการชงเก็บไว้ในตู้เย็นข้ามคืนเป็นจำนวนมาก จึงมีการคิดค้นกาแฟเย็นใส่น้ำแข็งออกเสิร์ฟให้แก่ลูกค้าที่เข้าร้านมาในช่วงเช้าวันใหม่
 
                    เขากล่าวด้วยว่าในปัจจุบันร้านอาหารหลายแห่งก็ยังใช้สูตรนี้ในการเสิร์ฟกาแฟเย็น แต่นายวิทแมนก็ยืนยันว่าตนเองไม่ชอบกาแฟแบบนี้เลย เนื่องจากระยะเวลาที่ใช้เก็บกาแฟในตู้เย็น ทำให้เกิดการออกซิไดซ์ของน้ำกาแฟกับออกซิเจนในอากาศ ทำให้รสชาติกาแฟเปลี่ยนไป มีความเปรี้ยวเพิ่มขึ้น ขณะที่ความสดชื่นของกาแฟก็ลดลงตามลำดับชั่วโมงที่ผ่านไป
 
                    ส่วนกาแฟเย็นที่ดีนั้น ต้องประกอบไปด้วยน้ำกาแฟที่เข้มข้นกว่ากาแฟร้อนชงสดใหม่ เพื่อชดเชยกับน้ำที่ละลายจากน้ำแข็งและความเย็นที่จะทำให้ปุ่มรับรสชาติบนลิ้นลดประสิทธิภาพลง
 
                    สำหรับปริมาณน้ำแข็งนั้น นายวิทแมนยืนยันว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องแม้แต่น้อย แค่จัดทำส่วนผสมที่ลงตัวที่สุด ก็พอแล้ว