ข่าว

ออสซี่ยื่นคำขาด 'คาร์ปาเกดดอน'

ออสซี่ยื่นคำขาด 'คาร์ปาเกดดอน'

07 พ.ค. 2559

เวิลด์วาไรตี้ : ออสซี่ยื่นคำขาด 'คาร์ปาเกดดอน'

 
                    ปลา อาหารชั้นดีที่อุดมด้วยโปรตีน วิตามิน และสารบำรุงสุขภาพมากมาย นอกจากเป็นอาหารแล้ว ปลายังมีประโยชน์ในการช่วยกำจัดวัชพืช สัตว์รบกวน และเป็นห่วงโซ่ในระบบนิเวศทางน้ำได้อย่างดีชนิดหนึ่ง ตราบเท่าที่ระบบนิเวศนั้นๆ มีผู้เล่นในห่วงโซ่อาหารครบ ความสมดุลในระบบนิเวศก็จะเกิดขึ้น
 
                    แต่เมื่อมีการย้าย “ปลาไน” ที่ฝรั่งมังค่าเรียกว่า ปลาคาร์พ เข้าไปยังออสเตรเลียเพื่ออาศัยคุณสมบัติส่วนตัวของปลาชนิดนี้ ที่ “กินเก่ง” “กินไม่เลือก” เพื่อกำจัดวัชพืชตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษ 1800 จนเกิดแพร่พันธุ์กันมากมาย เบียดเบียนสัตว์น้ำท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศเฉพาะของออสเตรเลียแล้วนั้น ปลาไน ก็ถูกมองในมุมใหม่ว่าเป็นสัตว์น้ำจอมทำลายที่ไร้การควบคุม และต้องเข้าสู่ขั้นตอนการ “กำจัด” ไปเสียให้สิ้น
 
                    จึงเกิดโครงการที่เรียกว่า “คาร์ปาเกดดอน” ที่แปลกันตรงๆ ตัวก็ว่า “วันล้างปลาคาร์พให้สิ้นโลก” เนื่องจากมีการนำคำว่า คาร์พเข้ามาสมาสกับคำว่า อาร์มาร์เกตดอน ที่หมายถึงวันสิ้นโลก โดยทางการออสเตรเลียจัดสรรงบประมาณจำนวน 15 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ในการปราบปรามปลากินจุ กินดุ สายพันธุ์นี้ที่อยู่ผิดที่ผิดทางตั้งแต่แรกให้หมดไปจากทวีปออสเตรเลีย
 
 
ออสซี่ยื่นคำขาด 'คาร์ปาเกดดอน'
 
 
                    ทางการออสซี่งัดไม้แข็งมาใช้ในการปราบปรามปลาคาร์พ โดยในแผนควบคุมปลาคาร์พแห่งชาติระบุว่าจะมีการใช้ “ไวรัส” ที่นำเข้ามาจากอิสราเอลเป็นเครื่องมือในการสังหารหมู่ปลาคาร์พเหล่านี้
 
                    เหตุผลง่ายๆ ที่ทางการออสเตรเลียต้องลงทุนกำจัดปลาคาร์พด้วยเงินทุนราว 15 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ก็คือปลาชนิดนี้ทำลายระบบนิเวศของประเทศและทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจถึงราวปีละ 500 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
 
                    ชื่อของปลาคาร์พยังถูกนำไปใช้เป็นคำส่อเสียดเปรียบเทียบคนที่ถูกเรียกว่า “คาร์พ” กับปลาที่กินดินกินโคลน
 
 
ออสซี่ยื่นคำขาด 'คาร์ปาเกดดอน'
 
 
                    รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรออสเตรเลีย บาร์นาบี จอยซ์ ถึงกับประณามปลาคาร์พว่า เป็นปลาน้ำจืดที่น่ารังเกียจที่สุดในออสเตรเลีย และการใช้ไวรัสที่นำเข้ามาจากอิสราเอลนั้นเคยทำให้ทะเลสาบขนาดใหญ่ในญี่ปุ่นมีปลาคาร์พยุโรปลดลงถึง 70% ภายใน 2 สัปดาห์
 
                    ขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ คริสโตเฟอร์ พายน์ ยืนยันว่าไวรัสคาร์ปาเกดดอน ไม่มีอันตรายต่อมนุษย์ แต่จะเป็นอันตรายร้ายแรงต่อปลาคาร์พเฉพาะพันธุ์เท่านั้น
 
                    มีการประเมินด้วยว่าในเวลาไม่นาน แม่น้ำเมอร์เรย์ ในออสเตรเลียจะมีซากปลาคาร์พหลายพันตัน หรืออาจจะถึงล้านตันลอยตายเกลื่อน หลังจากใช้ไวรัสร้ายเข้าปราบปราม
 
 
ออสซี่ยื่นคำขาด 'คาร์ปาเกดดอน'
 
 
                    ไวรัสจะบุกเข้าไปในร่างกายปลาคาร์พทางผิวหนัง และทำลายไต ไล่ไปยังอวัยวะภายในตัว จนปลาตัวนั้นสิ้นชีวีในที่สุด
 
                    ส่วนระยะเวลาที่จะเริ่มเห็นผลคือ 24 ชั่วโมงเป็นต้นไป หลังจากปล่อยไวรัสลงในแหล่งน้ำทั่วออสเตรเลีย เว้นแต่รัฐนอร์ทเทิร์นเทอร์ริทอรี ที่ปราศจากการระบาดของปลาคาร์พ
 
                    โครงการควบคุมปลาคาร์พแห่งชาติหวังว่าจะกำจัดประชากรปลาคาร์พออกไปจากแหล่งน้ำในแดนจิงโจ้ให้ได้ 95% ภายใน 30 ปี เพื่อให้โอกาสแก่ปลาท้องถิ่นอย่างซิลเวอร์ เพิร์ช และ เมอร์เรย ค้อด ได้ฟื้นตัวแพร่พันธุ์จนครองถิ่นได้เช่นเดิม