ข่าว

เวิลด์วาไรตี้ : เปิดปูมเจ้าพ่อบิทคอยน์

เวิลด์วาไรตี้ : เปิดปูมเจ้าพ่อบิทคอยน์

07 พ.ค. 2559

เวิลด์วาไรตี้ : เปิดปูมเจ้าพ่อบิทคอยน์

 
                    ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเงินออนไลน์สกุล “บิทคอยน์”(Bitcoin) นั้นดูเหมือนจะเป็น “ความลับ” ไปเสียทั้งหมด ตั้งแต่การ “ขุด” เงินบิทคอยน์ในเหมืองเพื่อหาเงินสกุลนี้ (ไม่รู้ว่าเหมืองอยู่ที่ไหน) การเข้ารหัสของเงินบิทคอยน์ที่ทำให้ไม่มีร่องรอยของแหล่งที่มาของเงิน (ทำให้ง่ายต่อกลุ่มอาชญากรที่จะนำมาใช้ในทางด้านมืด) แม้กระทั่งผู้คิดค้นเงินสกุลนี้ขึ้นมา
 
                    เรื่องลับๆ ของบิทคอยน์นั้นทำให้มูลค่าเงินออนไลน์สกุลนี้สูงมาก ถึง 446.27 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 บิทคอยน์ (ราคาปิดตลาดซื้อขายในเว็บไซต์ coindesk.com เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2559)
 
                    มีการเปิดเผยต่อสาธารณชนในวงแคบๆ ว่าผู้สร้างเงินสกุลนี้เป็นนักเศรษฐศาสตร์ชาวญี่ปุ่นชื่อ นายซาโตชิ นากาโมโต ที่นักสืบออนไลน์ค้นไปค้นมากลับพบว่านายนากาโมโต มีตัวตนจริง แต่ไม่ได้เป็นผู้คิดค้นและก่อตั้งบิทคอยน์ขึ้นมาสักหน่อย
 
                    ทำให้เกิดประเด็นความสงสัยว่า “ใคร” เป็น “ตัวจริง” ที่อยู่เบื้องหลัง “บิทคอยน์” กันแน่
 
                    เว็บไซต์วิกิพีเดีย สารานุกรมออนไลน์นั้นมีการระบุตัวตนของผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่ “น่า” จะเป็นคนก่อตั้งบิทคอยน์ไว้หลายคน เช่น นายนิค ซาบาโซ ผู้นำเสนอแนวคิดเรื่อง บิท โกลด์ (Bit Gold) ออกมาเป็นหนังสือ ที่เชื่อกันว่าเป็นการจุดประกายการสร้างระบบเงินออนไลน์ชนิดใหม่ นายโดเรียน นากาโมโต ชาวรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่มีชื่อแต่แรกเกิดว่า ซาโตชิ นากาโมโต ผู้ที่มีความชำนาญในระบบคอมพิวเตอร์จากการทำงานเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์
 
                    นายฮัล ฟินนีย์ ที่เชื่อกันว่าเป็นผู้วางระบบการเข้ารหัสของเงินสกุลบิทคอยน์ ทั้งยังมีบ้านพักในบริเวณใกล้เคียงกับนายโดเรียน นากาโมโต
 
                    รวมทั้งนายเครก สตีเฟ่น ไรท์ นักลงทุนชาวออสเตรเลีย ที่ทำตัวลึกลับปกปิดร่องรอยของตนเองอย่างที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการสร้างเงินสกุลบิทคอยน์ จนทำให้เขากลายเป็นผู้ที่ต้องสงสัยมากที่สุดว่าจะเป็นผู้สร้างบิทคอยน์ สกุลเงินเจ้าปัญหาขึ้นมา แต่ก็ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนตลอดช่วงหลายต่อหลายปีที่ผ่านมา 
 
                    เงินสกุลบิทคอยน์ ทำให้รัฐบาลทั่วโลกตื่นตัว และต่อต้านอย่างรุนแรงเพราะเป็นเงินสกุลที่ไม่มีตัวตน ไม่มีหลักทรัพย์อ้างอิง มีเพียงความเชื่อถือ (คล้ายกับเงินดอลลาร์สหรัฐ) เป็นตัวอ้างอิงค่าเงินเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นในโลก 
 
                    ความไร้ตัวตนของบิทคอยน์ยังทำให้เมาท์กอกซ์ บริษัทรับซื้อขายแลกเปลี่ยนบิทคอยน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกของญี่ปุ่น ประกาศล้มละลาย และเว็บไซต์เฟล็กซ์คอยน์ ซึ่งเป็นธนาคารบิทคอยน์ ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในแคนาดา ก็ประกาศปิดตัวลง เนื่องจากปัญหาการโจมตีระบบของอาชญากรบนโลกไซเบอร์
 
                    แต่ที่สุดแล้วบิทคอยน์ก็มี “ความเป็นตัวตน” เกิดขึ้น เมื่อผู้ก่อตั้งเงินสกุลออนไลน์นี้ปรากฏโฉมต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก โดยชื่อที่แท้จริงก็คือ นายเครก สตีเฟ่น ไรท์ นั่นเอง
 
                    นายไรท์ เปิดเผยกับสำนักข่าวบีบีซีว่า จำเป็นต้องออกมาแสดงตัว หลังจากที่มีผู้ตามรังควานคนรู้จัก เนื่องจากต้องการสืบสวนว่าใครเป็นผู้สร้างบิทคอยน์ตัวจริง และบอกว่า มีเรื่องราวมากมายที่ถูกแต่งขึ้น และไม่อยากให้คนที่ตนเองห่วงใยต้องเดือดร้อนเพราะเรื่องนี้
 
                    เขายอมรับว่าเป็นผู้ก่อตั้งเงินบิทคอยน์ตัวจริง และข้อพิสูจน์ต่างๆ ที่ปรากฏในสื่อในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานั้นล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องจริง 
 
                    เริ่มต้นจากการที่เว็บไซต์ Wired และ Gizmodo เผยแพร่หลักฐานที่เชื่อได้ว่าตนเองเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเงินสกุลลึกลับนี้
 
                    เขาบอกว่า ที่ทำไปนั้นไม่ได้ต้องการเงินทองชื่อเสียง หรือความชื่นชม แค่อยากจะใช้ชีวิตอย่างสงบเพียงลำพังเท่านั้น
 
                    ศักยภาพของนายไรท์ผู้ก่อตั้งเงินสกุลบิทคอยน์นั้น มาจากการร่ำเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำในออสเตรเลีย เขาจบการศึกษาระดับปริญญาเอก 3 ใบทางด้านการบริหารเครือข่ายและระบบ การบริหาร และเทคโนโลยีสารสนเทศจากมหาวิทยาลัยชาร์ลส์ สเติร์ท ในออสเตรเลีย
 
                    ทั้งยังทำงานเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ระหว่างช่วงปี 2554-2557 ซึ่งทางมหาวิทยาลัยยอมรับว่านายไรท์เป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัยจริง แต่ไม่ได้เป็นอาจารย์ประจำ ไม่เคยรับค่าจ้างสอนจากมหาวิทยาลัยแต่อย่างใด
 
                    ความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านเครือข่ายของนายไรท์ ทำให้เขาสามารถปกปิดร่องรอยทางออนไลน์ของตนเองได้อย่างแนบเนียน อีกทั้งศักยภาพทางด้านการเข้าและถอดรหัสยังเป็นเลิศ จึงทำให้เขา “ไม่มีตัวตน” ในโลกออนไลน์ยุคปัจจุบัน
 
                    แม้ก่อนหน้านี้ เว็บไซต์ Wired เคยส่งอีเมลเข้ารหัสไปถึงนายไรท์ โดยมีเนื้อหาระบุว่าทางเว็บไซต์รู้ว่านายไรท์คือผู้อยู่เบื้องหลังบิทคอยน์ตัวจริง และขอนัดสัมภาษณ์ ซึ่งในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาทางเว็บไซต์ก็ได้รับอีเมลตอบกลับมาโดยมีที่อยู่อีเมลว่า [email protected] ซึ่งมีต้นทางของอีเมลในประเทศปานามา โดยวิสโทเมลล์ (Vistomail) ที่ให้บริการแก่นายซาโตชิ นากาโมโต ในการส่งอีเมลแนะนำตัวบริการบิทคอยน์และใช้บริการงานเว็บไซต์ Bitcoin.org
 
                    ตลอดเวลาที่ผ่านมานายไรท์อาศัยอยู่ในนครซิดนีย์ กับภรรยาและลูกอีก 2 คน โดยใช้ชีวิตตามปกติเหมือนพลเมืองทั่วไป ก่อนที่เขาจะหลบหนีไปยังกรุงลอนดอน หลังจากที่เจ้าหน้าที่หน่วยงานสรรพากรออสเตรเลียมาตามหาตัวเขาเพื่อเรียกให้เขาไปให้การในคดีหลบเลี่ยงภาษี
 
                    เมื่อตัวตนที่แท้จริงของนายไรท์ถูกเปิดเผยออกมาแล้ว เขาก็พลิกวิกฤติเป็นโอกาส โดยระบุในบล็อกส่วนตัวว่าจะเปิดกระดานสนทนาเกี่ยวกับเรื่องบิทคอยน์เพื่อให้ผู้คนที่สนใจเข้ามาสอบถามสนทนาเกี่ยวกับเงินสกุลที่ลึกลับที่สุดในโลกต่อไป 
 
                    ด้านเอาท์ไซด์ ออร์แกไนเซชั่น บริษัทประชาสัมพันธ์ที่เป็นตัวแทนของนายไรท์กล่าวว่า บิทคอยน์ยังคงเป็นสกุลเงินที่ลึกลับอย่างมาก แต่การเปิดกว้างต่อสาธารณะจะทำให้เงินสกุลนี้แสดงศักยภาพที่ซุกซ่อนอยู่ออกมาอย่างเต็มที่
 
                    แม้ตัวตนของเจ้าของจะถูกเปิดเผยออกมาแล้ว ก็ตาม