ข่าว

ประชุมร่วมรัฐสภา

ประชุมร่วมรัฐสภา

05 พ.ค. 2559

ประชุมร่วมรัฐสภา : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น

           ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังจะลงไปทำประชามตินั้น ยังยืนยันระบบสองสภา กล่าวคือ มีทั้ง “สภาผู้แทนราษฎร” และ “วุฒิสภา” ซึ่งแต่ละสภาก็จะมีหน้าที่ต่างกัน โดยรวมแล้ว ถ้าไม่นับบทเฉพาะกาล ต่างสภาจะมีหน้าที่ต่างกัน ประชุมกันคนละครั้ง แต่ก็มีบทบาทหน้าที่ที่สองสภาจำเป็นต้องทำงานร่วมกันในฐานะ “รัฐสภา” ซึ่งแต่ละเรื่องถือเป็นเรื่องสำคัญในระดับพิเศษทั้งสิ้น

          ซึ่งงานสำคัญเหล่านี้ถูกกำหนดไว้ใน มาตรา 156 โดยภารกิจที่จำเป็นต้องขอมติจาก “รัฐสภา” ประกอบด้วย

          ส่วนที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ อาทิ การให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา 17, การปฏิญาณตนของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อรัฐสภาตามมาตรา 19, การรับทราบการแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 ตามมาตรา 20, การรับทราบหรือให้ความเห็นชอบในการสืบราชสมบัติตามมาตรา 21, การให้ความเห็นชอบในการปิดสมัยประชุมตามมาตรา 121 และการเปิดประชุมรัฐสภาตามมาตรา 122

          ส่วนการ “พิจารณากฎหมาย” ประกอบด้วย การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามมาตรา 132 การปรึกษาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหรือร่างพระราชบัญญัติใหม่ตามมาตรา 146 ที่ว่าด้วย หากกฎหมายใดพระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบและพระราชทานคืนมาหรือไม่ทรงลงพระปรมาภิไธยภายใน 90 วัน รัฐสภาต้องยืนยันด้วยเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 จึงจะประกาศใช้ได้, การพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 147 กล่าวคือเป็นกรณีที่กฎหมายที่ต้องการความเห็นชอบจากรัฐสภาค้างสภา แล้วสภาชุดเดิมถูกยุบหรือหมดวาระ เมื่อชุดใหม่เข้ามาก็ให้ประชุมร่วมต่อได้, การตราข้อบังคับการประชุมรัฐสภาตามมาตรา 157

          ส่วนการ “เปิดอภิปรายทั่วไปและการปรึกษาหารือ” การเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 155 และ 165 ซึ่งว่าด้วยกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยหรือเศรษฐกิจ หรือมีปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ก็ให้มีการหารือร่วมกันระหว่างรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี

          ส่วนของ “การบริหารราชการแผ่นดิน” ประกอบด้วย การแถลงนโยบายตามมาตรา 162 ซึ่งเป็นการที่คณะรัฐมนตรีที่จะต้องแถลงนโยบายก่อนเข้าบริหารราชการแผ่นดิน, การให้ความเห็นชอบในการประกาศสงครามตามมาตรา 177 โดยการประกาศสงครามนี้ต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3, การรับฟังคำชี้แจงและการให้ความเห็นชอบหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 กล่าวคือ หนังสือสัญญาที่ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงอาณาเขต หรือที่ต้องมีการออกกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตามหนังสือสัญญา หรือสัญญาที่อาจกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม หรือการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ

          ส่วนของการ “แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ” บัญญัติไว้ในตามมาตรา 256 ซึ่งต้องร่วมพิจารณาทั้งสามวาระ โดยวาระหนึ่งต้องใช้เสียงกึ่งหนึ่งของรัฐสภา และการพิจารณาในวาระสามก็ใช้เสียงกึ่งหนึ่งเช่นกัน แต่มีองค์ประกอบคือต้องมีพรรคฝ่านค้านเห็นชอบไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และ มี ส.ว.เห็นชอบไม่น้อยกว่า 1 ใน 3

          เหล่านี้คือหน้าที่ที่ต้องทำร่วมกันระหว่าง ส.ส. และ ส.ว. อย่างไรก็ตามหากคำถามพ่วงผ่านประชามติก็จะมีอีกหน้าที่หนึ่งที่ต้องประชุมร่วมกัน ก็คือ การเลือกนายกรัฐมนตรีนั่นเอง