ข่าว

ประชาชนไม่เห็นด้วยนายกฯให้ผบ.ตร.ลาพักร้อน

ประชาชนไม่เห็นด้วยนายกฯให้ผบ.ตร.ลาพักร้อน

02 ส.ค. 2552

"อภิสิทธิ์"ยันข้อเสนอผบ.ตร.ลาพักราชการ เพื่อปลดล็อคให้"คดียิงสนธิ"เดินหน้า เจ้าตัวเสนอทางออกมาเอง ระบุทีมสอบสวนมั่นใจสางคดีจบก่อนเกษียณอายุราชการได้ อ้างเหตุไม่เด้งผบ.ตร.เป็นต้องให้ความเป็นธรรม และต้องมีเหตุผลที่เพียงพอ

(2ส.ค.)  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์"  ถึงข่าวการให้สัมภาษณ์ของพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ออกมระบุว่าจะไม่ลาพักร้อนตามที่นายกฯ ได้ออกมระบุก่อนหน้านี้ ว่า ปัญหาเรื่องนี้ทั้งหมดเกิดขึ้นมาจากปัญหาการลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ส่วนหน้าที่ของตนเองจะต้องดูแล คือ เมื่อพนักงานสอบสวนได้เข้ามาแจ้งกับตนเองว่ามีปัญหา ซึ่งส่วนตัวมีความต้องการให้คดีดังกล่าวนี้เดินหน้าต่อไปได้ ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้ได้เกิดกระแสข่าวว่าจะมีการโยกย้ายหรือไม่โยกย้ายผบ.ตร 

 ปัญหาดังกล่าวตนมาประเมินว่าเห็นว่าคงจะต้องลุกลามอย่างแน่นอน ตนจึงได้ตัดสินใจด้วยการฟังจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น รองนายกฯ หรือตัวของผบงตร.เอง สุดท้ายตนได้ประมวลสิ่งต่างๆ ทั้งหมดว่า โดยจะไปนั่งรอให้มีการพิสูจน์ในเรื่องต่างๆ ตนคิดว่าคนที่มาทำคดีคนจะต้องเกษียณอายุราชการไปก่อน และประกอบกับผบ.ตร.เองได้เสนอว่าตนเองจะลา และเรื่องการโยกย้ายแต่งตั้ง โดยจะต้องไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งเรื่องต่างๆ เหล่านี้ได้มีการตกลงไว้ทั้งหมดแล้ว ส่วนรายละเอียดจะมีการลากันวันไหน จะเป็นการลาพักร้อน พักหนาว หรือจะไปเมืองนอก หรือจะไม่ไปเมืองนอก ตรงนี้ไม่ใช่สาระสำคัญอะไร ตรงนี้มีความเข้าใจดีทั้งหมดแล้ว

 " เรื่องนี้ผมได้เชิญคนที่ทำคดีทั้งหมดมาพูดคุยกันทั้งหมดแล้ว ว่าผมได้คุยกับผบ.ตร.แล้วอย่างนี้ คนที่จะทำงานจะสามารถทำงานต่อไปได้หรือไม่ โดยเขาได้ยืนยันว่าจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างแน่นอน ด้วยความมั่นใจ ดังนั้นตอนนี้ผมยืนยันว่า ผมได้แก้ไขปัญหาทั้งหมดไปเรียบร้อยแล้ว " นายกฯกล่าว

 เมื่อถามว่า คนที่ทำงานเขาคิดว่าคดีนี้จะเสร็จทันก่อนเกษียณหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทางทีมที่รับผิดชอบก็คิดอย่างนั้น เมื่อถามต่อว่า จะได้ตัวคนที่บงการหรือไม่ นายกน กล่าวว่า ทางผู้ที่รับผิดชอบจะทำอย่างเต็มที่ แต่ว่าสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นอุปสรรคอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความหวาดกลัวของทีมลูกน้องของเขา ตอนนี้ปัญหาอุสรรคต่างๆได้มีการแก้ไขมานานแล้ว

 เมื่อถามว่า ปัญหาของตัวผบ.ตร.มีปัญหอยู่มาก ตั้งแต่ปัญหาเหตุการณ์สลายการชุมนุม 7 ต.ค. และเหตุการณ์เดือนเมษยน ทำไมนายกฯถึงไม่ยอมปลด นายกฯ กล่าวว่า สำหรับตนแล้ว ตนให้ความเป็นธรรมกับทุกๆคน ส่วนเรื่องที่มีการร้องเรียน เช่น เหตุการณ์ 7 ต.ค. ตนก็เป็นคนร้องเรียนในเรื่องนี้เอง และเรื่องนี้กำลังอยู่ในการพิจารณาของปปช. ซึ่งปปช.เองก็ยังไม่ได้มีการชี้มูล ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นในเดือนเมษายนนั้น ตนก็นั่งทำงานอยู่กับผบ.ตร.ด้วยกัน ซึ่งปัญหาเริ่องนี้ไม่มีใครอยากจะให้เกิดเรื่องขึ้น ตนก็รู้ว่ามีข้อจำกัดอะไร ตนจึงให้โอกาสคนทำงาน และมากรณีปัญหาในเรื่องล่าสุดนี้ การปลดล็อคตัวผบ.ตร.ก็เป็นคนที่ตัดสินใจเอง

 เมื่อถามต่อว่า มีคนพยายามบอกว่านายกฯเองก็พยายามที่จะเลี่ยง หรือย้าย และจะอาศัยจังหวะเวลาให้ป.ป.ช.ชี้มูล เพื่อให้จบกันไป แต่ในเวลานี้ได้มีการตกลงแบบไทยๆ ด้วยการคุยให้ลาออกเอง หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่ตนทำจะเป็นแบบไทยหรือไม่ไม่ทราบ แต่สิ่งที่ตนทำงานด้วยให้เกียรติและให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ดังนั้นการที่ตนจะปลดใครจะต้องมีเหตุผลที่ชัดเจน การจะปลดตามใจชอบ หรือปลดด้วยความรู้สึกก็ไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่ตนตั้งเอาไว้ คือ 1.คดีจะต้องเดินหน้าต่อไปได้ 2.ทุกคนจะต้องได้รับความเป็นธรรม และ3.การบริหารองค์กรจะต้องไม่เสียหาย
 
ประชาชนไม่เห็นด้วยนายกฯให้ผบ.ตร.ลาพักร้อน

สวนดุสิตโพล โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน กรณี"นายกรัฐมนตรี กับการแก้ปัญหาของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับคดีลอบยิง นายสนธิ ลิ้มทองกุล" พบว่า ประชาชน ร้อยละ 29.11 เห็นว่า การที่นายกฯ ตัดสินปัญหาดังกล่าว มาจากแรงกดดันหลาย ๆ ฝ่าย ทำให้ต้องปิดคดีนี้โดยเร็ว  ส่วนร้อยละ 21.52 เห็นว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญในคดีนี้มาก ขณะที่ร้อยละ 16.45 เห็นว่าคดีนี้มีผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง

ประชาชน ส่วนใหญ่ ร้อยละ 56.71 ยังไม่เห็นด้วยต่อการแก้ปัญหา ด้วยการให้ ผบ.ตร.ลาพักร้อน เนื่องจากชี้ให้เห็นว่า นายกรัฐมนตรี ไม่พอใจการทำงานของ ผบ.ตร. และใช้อำนาจบีบบังคับ ถ้านายกฯ เห็นว่าสิ่งใดเหมาะสม ควรชี้แจงพร้อมเหตุผล ตามข้อเท็จจริง  ขณะที่ร้อยละ 43.29 เห็นด้วยกับวิธีการลาพักร้อน โดยให้เหตุผลว่า เป็นการลดความตึงเครียด ช่วยให้การพิจารณาไตร่ตรองเรื่องราวต่าง ๆ ให้ทีมสืบสวนทำงานเต็มที่มากขึ้น

นอกจากนี้ ประชาชน ร้อยละ 65.24 ยังระบุว่า การที่ ผบ.ตร.ลาพักร้อน จะไม่เอื้ออำนวยให้พนักงานสอบสวนดำเนินการได้ เนื่องจากการลาพักร้อน เพียงแค่ 10 วัน ไม่น่าจะเพียงพอ ซึ่งปัญหาคดีนี้เกิดมาจากตัวบุคคลมากกว่า  อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่ยังมองว่า การตัดสินใจของนายกครั้งนี้ มีผลกระทบต่อนายกรัฐมนตรี ในทางที่ดีขึ้น ร้อยละ 20.31 และแย่ลง ร้อยละ 51.64