
สลด!ผัวเมาคว้าไฟฉายฟาดเมียดับ
04 พ.ค. 2559
สลด! ผัวเมาคว้าไฟฉายฟาดเมียดับ หลังนั่งดื่มสุราด้วยกันจนเกิดมีปากเสียง ก่อนอุ้มศพใส่รถเข็นฝากสัปเหร่อช่วยเผา แต่เจ้าหน้าที่วัดเห็นผิดสังเกตจึงแจ้งตำรวจจับ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 พ.ค.59 พ.ต.ต.สุวิทย์ ปะกำแหง สว.(สอบสวน) สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ขับรถจักรยานยนต์ท้ายรถพ่วงรถเข็นใส่ศพมาไว้ที่วัดคุณหญิงส้มจีน หมู่ 14 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู และแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย ทราบชื่อคือ นางบุญเรือง (ไม่ทราบนามสกุล) อายุประมาณ 41-45 ปี สภาพศพนอนหงายเสียชีวิตอยู่บนรถเข็น 2 ล้อ สำหรับเก็บของเก่าโดยมีผ้าห่มคลุมอยู่ ที่บริเวณใบหน้ามีรอยฟกช้ำเหมือนมีรอยถูกตีด้วยของแข็ง คาดว่าเสียชีวิตมาประมาณ 4 ถึง 8 ชั่วโมง
จากการสอบถามนายณัฐพงษ์ ปัญญา อายุ 34 ปี เจ้าหน้าที่ของวัดคุณหญิงส้มจีน บอกว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาขณะตนทำงานอยู่ได้มีผู้ชายขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ หมายเลขทะเบียน กกต 651 บึงกาฬ โดยด้านหลังมีรถเข็นผูกติดท้ายรถใส่ศพผู้หญิงขับเข้ามาจอดภายในวัด แล้วบอกว่าให้ทางวัดช่วยทำพิธีให้ด้วย ตนเห็นว่าผิดสังเกตจึงได้ควบคุมตัวชายคนดังกล่าวเอาไว้ และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบด้วยและต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายนายสุเทพ ทดสถาน อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83 หมู่ 3 ตำบลไคสี อำเภอบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ
จากการสอบถามนายสุเทพ ให้การว่า ตนอยู่กินกับภรรยามานานกว่า 1 ปี มีอาชีพเก็บของเก่าขายอยู่ย่าน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งผู้ตายเป็นภรรยาของตน โดยก่อนเสียชีวิต โดยเมื่อช่วงเย็นวานนี้(3 พ.ค.)ที่ผ่านมา ตนกับภรรยาได้นั่งดื่มสุรากันอยู่ที่บ้าน แต่เกิดมีปากเสียงกันขึ้น ตนจึงได้ใช้ไฟฉายตีภรรยาไป 2-3 ครั้ง จากนั้นต่างพากันนอนหลับ จนเมื่อเวลา 02.00 น.ที่ผ่านมา ตนจึงได้รู้ว่าภรรยาเสียชีวิตแล้ว และช่วงเช้าจึงนำภรรยาใส่ขนเข็ญเก็บขยะมาที่วัดคุณหญิงส้มจีน เพื่อให้พระประกอบพิธีทางศาสนา
ด้าน พ.ต.ต.สุวิทย์ หลังจากตรวจที่เกิดเหตุภายในวัดแล้วจึงได้นำตัวนายสุเทพ ไปหาหลังฐานเพิ่มเติมที่บ้านพักและนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป ส่วนผู้เสียชีวิตส่งให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป



