
หนี้เมื่อเป็นแล้ว...อาชีพไหนก็เป็นทุกข์
05 พ.ค. 2559
สวัสดีเศรษฐกิจ : หนี้เมื่อเป็นแล้ว...อาชีพไหนก็เป็นทุกข์ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2559 ก่อนหน้าที่จะถึงวันแรงงานแห่งชาติ (1 พฤษภาคม) ในปีนี้ ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้มีการแถลงผลสำรวจสถานภาพเศรษฐกิจของแรงงานไทย โดยศึกษาจากกรณีที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน จากกลุ่มตัวอย่าง 1,212 ราย พบว่ามีประเด็นสำคัญดังนี้
1.สถานภาพทางเศรษฐกิจของแรงงานไทยปี 2559 แย่สุดในรอบ 8 ปี นับจากปี 2552
2.ผู้ใช้แรงงานมีหนี้สูงสุดในรอบ 8 ปี แรงงานมีภาระหนี้ประมาณ 96% (หมายความว่า 96 คนเป็นหนี้ มีเพียง 4 คนใน 100 คนที่ไม่เป็นหนี้)
3.จำนวนที่เป็นหนี้ต่อครัวเรือนเฉลี่ย 119,061 บาท แบ่งเป็นนอกระบบประมาณ 60%
4.วัตถุประสงค์ของการกู้คือเพื่อใช้จ่ายประจำวัน ค่ายานพาหนะ ที่อยู่อาศัย ใช้คืนเงินกู้เก่า (ผู้เขียน-เอาหนี้ใหม่ไปจ่ายหนี้เก่า)
5.ยอดผ่อนชำระหนี้นอกระบบ ต้องผ่อนชำระต่อเดือน 9,657 บาทต่อเดือน คิดดอกเบี้ย 12.5% ต่อปี ยอดผ่อนหนี้ในระบบต้องชำระ 5,889 บาทต่อเดือน ดอกเบี้ย 8.43% ต่อปี
ขณะที่ฟากฝั่งกระทรวงแรงงานก็ได้ออกมาย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับคนทำงานทุกคนว่าเป็นบุคคลสำคัญ อยากให้คนทำงานทุกคน ไม่ว่าประกอบอาชีพใดๆ ตลอดจนประชาชนรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ที่มีเกียรติเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ การยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อให้มีความมั่นคงในอาชีพและรายได้โดยเฉพาะผู้ใช้แรงงานไทยก็เป็นหน้าที่ที่ต้องทำเพิ่มกว่านี้ (ผู้เขียนเชื่อว่าแรงงานไทยมีคุณสมบัติพิเศษเป็นที่ยอมรับทั่วโลกอย่างที่ทราบกัน)
ผู้เขียนเห็นว่าที่ต้องหาคำตอบให้ชัดเจนแต่ยังไม่มีคำตอบคือ การก่อหนี้ที่ผ่านมา เหตุที่ต้องก่อนั้นมาจากประสิทธิภาพในการหารายได้ หรือพฤติกรรมในการใช้จ่าย หรือต้นทุนของข้าวของเครื่องใช้เพิ่มขึ้น หรือมีการกระตุ้นไม่ว่าภาครัฐหรือเอกชน สถาบันการเงินให้ก่อร่างสร้างหนี้
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงขีดความสามารถในการหารายได้ แน่นอนว่าตัวเลขแบบนี้อ่านได้ว่าแรงงานมีปัญหาค่าใช้จ่ายมากกว่ารายรับ แรงงานที่เป็นกลุ่มที่มีรายได้น้อยกว่ากว่า 15,000 บาทต่อเดือน จึงไม่แปลกใจที่มีเสียงเรียกร้องเรื่องการปรับค่าจ้างในสภาพการเศรษฐกิจแบบนี้ซึ่งก็เป็นสิ่งที่หนักใจกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลที่เผยแพร่โดยสื่อจากประธานคณะกรรมการค่าจ้างระบุว่า ในเรื่องค่าจ้างแรงงานนั้นขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการศึกษาของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจที่มีผู้ช่วยปลัดกระทรวงเป็นประธาน โดยพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ เศรษฐกิจในพื้นที่ ทั้งค่าครองชีพ ราคาสินค้าและความสามารถของนายจ้างรวมถึงสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เมื่อดูทั้ง 3 ปัจจัย ประกอบกับการไม่ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมาต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อกันอีกส่วนหนึ่งและคาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปในเดือนมิถุนายนนี้
หนี้นั้นมีคำพระสอนใจเสมอว่าเมื่อเป็นแล้ว...ไม่ว่าจะอาชีพใด อยู่ที่ไหน จะทำอะไรก็เป็นทุกข์ “การไม่มีหนี้จึงเป็นลาภอันประเสริฐยิ่ง”
----------------------
(สวัสดีเศรษฐกิจ : หนี้เมื่อเป็นแล้ว...อาชีพไหนก็เป็นทุกข์ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)



