
แจ้งจับ"พูนผล อัศวเหม"ข่มขู่ให้ยกเลิกสัญญา
ผู้จัดการ หจก.ขนส่งสินค้า โร่แจ้งจับ "พูนผล อัศวเหม" ข่มขู่ให้ยกเลิกสัมปทานขนส่งสายไฟ พร้อมลูกน้องทำร้ายร่างกาย เผยถูกเรียกให้พบที่บ้านย่านพัฒนาการ ก่อนขู่ให้ยกเลิกสัญญา พอบอกปัดกลับถูกลูกน้องตบจนหัวแตก
เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 1 สิงหาคม พ.ต.วิชัย ชุนประเสริฐดี อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50/24 หมู่ 4 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร นายทหารนอกราชการและผู้จัดการ หจก.ปทุมทรานสปอร์ต ประกอบธุรกิจบริการขนส่งสินค้าทั่วประเทศ เข้าพบ ร.ต.ต.กิตติพล เกตุมาลา ร้อยเวร สน.คลองตัน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายพูนผล อัศวเหม เนื่องจากถูกข่มขู่ให้ยกเลิกสัญญาขนส่งสายไฟฟ้ากับบริษัทของญี่ปุ่น และแจ้งความดำเนินคดีกับชายไม่ทราบชื่อ เป็นลูกน้องของนายพูนผล ข้อหาทำร้ายร่างกาย
พ.ต.วิชัย กล่าวว่า หจก.ปทุมทรานสปอร์ต ได้ทำสัญญาขนส่งสายไฟฟ้ากับบริษัทซูซูโยะ ซึ่งรับสัมปทานต่อจากบริษัทไทยาซากิขนส่งสายไฟฟ้าขนาดใหญ่ รวมถึงสายเคเบิลในพื้นที่พระสมุทรเจดีย์ และถนนสุขสวัสดิ์ สัญญา 1 ปี วันนี้เป็นวันเริ่มสัญญา แต่เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทางบริษัทเฉลิมวงศ์ขนส่ง ซึ่งเป็นอดีตคู่สัญญาได้เรียกตนให้เข้าไปพูดคุยเพื่อให้ยกเลิกสัญญา แต่ไม่สามารถตกลงได้ กระทั่งวันที่ 1 สิงหาคม เวลา 14.00 น. เพื่อนในวงการได้เรียกตนไปพบกับนายพูนผล ครั้งแรกคิดว่าเป็นบริษัททำธุรกิจลักษณะเดียวกัน เมื่อเดินทางไปถึงบ้านอยู่ในซอยพัฒนาการ 20 แยก 6 เห็นป้ายที่หน้าบ้านเขียนว่า "อัศวเหม" ก็รู้สึกเอะใจ
"เมื่อไปถึง ผมกับลูกน้อง 3 คนเข้าไปในบ้าน แต่เมื่อเข้าไปแล้ว ลูกน้องของนายพูนผลได้กันลูกน้องของผมออกมา ก่อนจะให้ผมเข้าไปพบในห้องภายในบ้าน โดยมีนายพูนผล และชายอีกคน ซึ่งคนในบ้านเรียกกันว่า เสธ.ตุ้ม ก่อนผมจะเข้าไปก็ถูกยึดบัตรประจำตัว รวมทั้งโทรศัพท์มือถือ ระหว่างที่อยู่ในห้อง นายพูนผลบอกให้ผมยกเลิกสัญญา แต่ผมได้ปฏิเสธไป เพราะถ้ายกเลิกสัญญาผมต้องเสียค่าปรับ จากนั้นไม่นานก็มีชายรูปร่างผอม ไว้หนวดและผมสั้นมาถามผมว่ารู้จักเขาหรือไม่ ผมรู้สึกคุ้นหน้าว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่จำไม่ได้ เลยตอบไปว่าไม่ทราบ ทันใดนั้นชายดังกล่าวได้ตบศีรษะผม 3 ครั้ง" พ.ต.วิชัย กล่าว
ผู้จัดการ หจก.ปทุมทรานสปอร์ต กล่าวอีกว่า จากนั้นนายพูนผลหยิบกระดาษทิชชูมาให้ จึงทราบว่ามีเลือดไหล ต่อมาเพื่อนที่บริษัทเฉลิมวงศ์ เข้ามาคุยกับนายพูนผล ตนจึงขอตัวกลับออกไป ระหว่างขึ้นรถกลับก็มีคนที่อยู่บริษัทเฉลิมวงศ์นำเงินสด 1 หมื่นบาทมายัดใส่มือ ตนพยายามยื้อเพราะไม่อยากรับ แต่ด้วยความอยากออกไปจากบ้านจึงรับไว้ จากนั้นได้เดินทางไปตรวจร่างกายที่ รพ.เกษมราษฎร์ 3 พบว่าบาดเจ็บเล็กน้อย เป็นแผลแตกที่กลางศีรษะไม่ถึงกับเย็บ ตนจึงโทรศัพท์ไปปรึกษากับเจ้าของ หจก.ปทุมทรานสปอร์ต เพื่อให้ไปเจรจายกเลิก เพราะจากนี้คงเข้าไปทำงานนี้ไม่ได้แล้ว พร้อมกับเข้าแจ้งความ เพราะต้องการดำเนินคดีกับชายที่ทำร้ายร่างกาย และนายพูนผลที่ข่มขู่ให้ยกเลิกสัญญา
ร.ต.ต.กิตติพล กล่าวว่า เบื้องต้นได้สอบปากคำผู้เสียหาย และลงบันทึกประจำวันไว้ ก่อนจะตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงศึกษาข้อกฎหมายกับเรื่องลักษณะนี้ก่อน แต่ยังไม่ได้เรียกคู่กรณีให้ปากคำแต่อย่างใด



