ข่าว

"พัชรวาท"เก็บตัวอยู่บ้านยันไปจีนแน่5สิงหา

"พัชรวาท"เก็บตัวอยู่บ้านยันไปจีนแน่5สิงหา

02 ส.ค. 2552

"มารค์" เรียกธานี-อัศวิน คุยสางคดีสนธิ ยันเคลียร์ลงตัวกับพัชรวาท ย้ำไม่มีปัญหาเรื่องให้พักผ่อน เตรียมรื้อโผแต่งตั้งโยกย้าย ระบุมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ขณะที่ "พัชรวาท" เก็บตัวอยู่บ้าน เตรียมไปจีน 5 สิงหา ตำรวจแห่ให้กำลังใจเพียบ ด้าน "ชวน" ชี้นายกฯ ให้ ผบ.ตร.

เป็นประเด็นร้อนที่ไม่อาจละสายตาแม้แต่เพียงวินาทีเดียวสำหรับปัญหาความกดดันระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในคดีลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้หาทางออกไม่ปลด ไม่ย้ายให้แก่ พล.ต.อ.พัชรวาท ด้วยการให้ลาพักผ่อนหลังจากเดินทางกลับจากปฏิบัติภารกิจที่ประเทศจีนเป็นเวลา 1 เดือน แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง พล.ต.อ.พัชรวาทก็ออกมาให้สัมภาษณ์โดยไม่สนใจคำพูดของนายกรัฐมนตรี พร้อมยืนยันอย่างหนักแน่น จะไม่ลาพักผ่อน ตามที่นายกฯ เสนอ และจะทำงานในฐานะผบ.ตร.เหมือนเดิม

"มาร์ค" เรียก "ธานี-อัศวิน" สางคดีสนธิ

 เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 1 สิงหาคม พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร. และพล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร. เข้าพบนายอภิสิทธิ์ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดย พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวสั้นๆ ว่า "นายกฯ เรียกให้มาพบ" จากนั้นก็เดินขึ้นไปบนตึกไทยคู่ฟ้า 

 จากนั้นเมื่อเวลา 13.15 น. นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องที่ พล.ต.อ.ธานี และ พล.ต.ท.อัศวิน มาพบในวันนี้ไม่ได้พูดถึงเรื่องการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. แต่เป็นการเชิญมาคุยในเรื่องที่เกี่ยวกับอุปสรรคคดีลอบยิงนายสนธิ  ซึ่งก่อนหน้านี้ได้คุยกับผบ.ตร. แล้ว และแก้ไขปัญหาไป ดังนั้นในวันนี้จึงเชิญสองคนนี้มาคุยว่ามีปัญหาอุปสรรคเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่ง พล.ต.อ.ธานี และ พล.ต.ท.อัศวิน บอกว่า ไม่มีอะไร สามารถเดินหน้าต่อได้ เพราะค่อนข้างมั่นใจ
หัวเสียถูกถามย้ำคุยเข้าใจกันดี

  เมื่อถามว่า ผบ.ตร.บอกว่า ในช่วงที่พบนายกฯ เมื่อวานนี้ (31 ก.ค.) ไม่เคยขอลาราชการยาว นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีไม่ตรงกัน อย่าไปทำให้เป็นปัญหา เรื่องนี้ได้คุยกับ ผบ.ตร.ก็เข้าใจกันดีแล้ว รู้ว่าจะต้องทำกันอย่างไร ไปหยิบเอามุมนั้นมุมนี้ นิดๆ หน่อยๆ ว่า คำพูดไม่ตรงกัน มันไม่มี เพราะเข้าใจตรงกันทุกอย่าง เมื่อถามว่า ได้คุยกับผบ.ตร.อีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ช่วงเย็นวันที่ 31 กรกฎาคม ก็คุยกันอยู่ไม่มีอะไร ส่วนสองคนที่มาพบก็บอกไปว่า ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ตรงกันทุกอย่าง

 ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ผบ.ตร.บอกว่า วันที่ 3 สิงหาคม จะกลับมาทำงานต่อ นายกฯ กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า "ผมบอกว่าสัปดาห์หน้า ผมบอกวันจันทร์หรือครับ ผมไม่ได้บอกว่าวันจันทร์นี่ครับ ผมแค่บอกว่าสัปดาห์หน้า อย่าไปพยายามทำให้มีปัญหาสิครับ พูดกันรู้เรื่องแล้วไม่มีปัญหาอะไรเลย ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ แค่อาจมีบางคนไม่อยากให้เรียบร้อยเท่านั้น"

ยันเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายมีสิทธิ

 ส่วนที่ผู้สื่อข่าวถามว่า ผบ.ตร.กังวลเรื่องบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตรงนี้มีเพียงแต่ว่า มีแนวคิดที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และได้คุยกับผบ.ตร.เกี่ยวกับปัญหาที่อาจสร้างความไม่มั่นใจให้เกิดขึ้นบ้าง แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย เมื่อสอบถามนายสุเทพแล้วก็บอกว่าไม่มีปัญหา และในทางกฎหมายจะดูแลให้เรียบร้อย

 เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยจะฟ้องนายกฯ เรื่องแทรกแซงการทำงานของตำรวจ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้ทำในสิ่งผิดรัฐธรรมนูณและผิดกฎหมาย ส่วนที่นายสนธิระบุว่า ไม่กล้าตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งในเรื่องผบ.ตร.นั้น ยืนยันว่า ตนมีหน้าที่ทำให้คดีเดินหน้า เรื่องอื่นเป็นเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินไม่มีปัญหาอะไร ส่วนในเรื่องคดีไม่มีปัญหาเพราะคนทำงานบอกว่าเดินได้ ฉะนั้นทุกคนต้องรอดูคนเหล่านี้ทำงานต่อไป

ยันไม่มีประเด็นตั้งใครแทนผบ.ตร.

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ผบ.ตร.ไม่อยู่ 10 วันจะทำอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้นับวัน เพียงแค่ประมาณเท่านั้น ไม่มีปัญหาอะไร  ผบ.ตร.จะรายงานมา เข้าใจว่าผบ.ตร.ไปจีนที่จะไปดูเรื่องเวลาและส่งรายงานให้ดู เมื่อถามว่าช่วงที่ผบ.ตร.ไม่อยู่ใครจะรักษาราชการแทน นายกฯ กล่าวว่า เวลานี้ไม่มีประเด็นที่จะพูดเรื่องนี้

 "อยากให้สังคมตั้งหลักเรื่องนี้ทั้งหมดมีความวิตกกังวลว่า คดีลอบสังหารนายสนธิเดินไม่ได้เนื่องจากมีอุปสรรคปัญหา แต่ตอนนี้ได้คุยกับทุกฝ่ายแล้วและสามารถเดินได้แล้ว ฉะนั้นทุกคนควรจะปล่อยให้คนที่มีหน้าที่ทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป อย่าพยายามสร้างประเด็นขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นปัญหาความขัดแย้งใดๆ ทั้งสิ้น บ้านเมืองจะได้เดินไปข้างหน้า อย่ามาเสียเวลาเรื่องแบบนี้เลย เพราะมันเป็นเรื่องของการเมืองไปแล้ว" นายอภิสิทธิ์กล่าว

ยันคุยกับทุกคนไม่มีปัญหาทั้งสิ้น

 เมื่อถามว่า จะทำความเข้าใจเรื่องนี้กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าไม่มีปัญหาอะไร คนทำงานทุกคนได้คุยด้วยหมด ตั้งแต่นายสุเทพ รมว.กลาโหม ผบ.ทบ. และผบ.ตร. ใครต่อใครที่ทำงานด้านความมั่นคงได้คุยหมด ไม่มีปัญหาอะไร  ก่อนที่จะมาถึงเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ก็คุยมาหมดแล้ว

 เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีความพยายามโยงเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายมาเกี่ยวข้อง นายกฯ กล่าวว่า "ก็อย่าไปพูดสิและอย่าไปพยายามสิครับ เรื่องมันเรียบร้อยแล้ว มันอาจมีคนเสียประโยชน์บางเรื่อง และพยายามสร้างข่าวอยู่ แต่ไม่เป็นไร มันเป็นธรรมดา"

 อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่านักการเมืองแทรกแซงการจัดบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจและจะแต่งตั้งใครมาปฏิบัติราชการแทนผบ.ตร. นายกฯ ไม่ตอบคำถามนี้และเดินออกไปทันที

ธานีเผยคุยกับนายกฯเรื่องคดี

 ด้าน พล.ต.อ.ธานี กล่าวว่า มาคุยกับนายกฯ เรื่องคดี  เมื่อถามว่าในช่วงที่ผบ.ตร.ไม่อยู่ การสอบสวนคดีลอบยิงนายสนธิจะคืบหน้าหรือไม่ พล.ต.อ.ธานีกล่าวว่า เดินหน้าไปได้  ส่วนเรื่องอื่นไม่ได้คุย

 ขณะที่ พล.ต.ท.อัศวิน ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเมื่อถามถึงกรณี ผบ.ตร.จะไปต่างประเทศ 10 วัน คดีนี้จะเสร็จหรือไม่ว่า ต้องรวบรวมหลักฐานว่าจะไปได้แค่ไหน แต่นายกฯ ถามว่าทำได้หรือไม่ จึงบอกไปว่า รอรวบรวมหลักฐาน ส่วนแนวโน้มในการรวบรวมหลักฐานของคดีนี้ ตำรวจกำลังทำให้ชัดเจน ทั้งนี้เคยเรียนให้ทราบแล้วว่า พยายามทำอยู่และไม่ถึงทางตัน มันมีทางเดินไปได้ ขอเวลาหน่อย

อัศวินย้ำใครอยู่หรือไปทำงานได้ทั้งนั้น

 เมื่อถามว่า ผบ.ตร.ไม่อยู่ในช่วงนี้จะทำงานได้ดีหรือไม่ พล.ต.ท.อัศวินกล่าวว่า อยู่หรือไม่อยู่ก็ทำงานอยู่แล้ว ส่วนจะออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมได้เมื่อใดนั้น คงบอกไม่ได้อยู่ที่พยานหลักฐาน อีกทั้งต้องไปขออนุมัติหมายจับจากศาล และต้องรอศาลอนุมัติ นอกจากนี้ยังต้องดูว่าพยานหลักฐานพอที่ศาลจะอนุมัติหมายจับหรือไม่

 ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ใครจะทำหน้าที่แทนผบ.ตร. พล.ต.ท.อัศวินกล่าวว่า ไม่ทราบ ไปถามนายกฯ ดีกว่า  ส่วนเรื่องการทำงานอย่างไรก็ได้ ใครจะอยู่หรือไป ทำได้ทั้งนั้น ตลอดเวลานายกฯ ถามเพียงว่า จะเดินหน้าได้ไหม จึงบอกไปว่าได้  ส่วนที่ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเปลี่ยนแปลงในส่วนอื่นๆ ด้วยหรือไม่ หลังจากผบ.ตร.ประกาศว่าจะไม่ลาราชการนั้น คงต้องไปถามนายกฯ

"พัชรวาท"อยู่ที่บ้านตำรวจแห่ให้กำลังใจ

 ส่วนบรรยากาศความเคลื่อนไหวของ พล.ต.อ.พัชรวาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผบ.ตร.ยังคงพักผ่อนอยู่ที่บ้านพัก โดยมีนายตำรวจจำนวนมากเข้าพบเพื่อให้กำลังใจ นอกจากนี้จากการสอบถามคนใกล้ชิดยังได้รับการยืนยันว่า พล.ต.อ.พัชรวาทจะทำงานตามปกติในวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคมนี้ ส่วนกำหนดการที่จะเดินทางไปราชการต่างประเทศนั้น กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนดไว้ว่า จะเดินทางไปประเทศจีน ในวันพุธที่ 5 สิงหาคมนี้ มีกำหนด 10 วัน

 ต่อมาเวลา 12.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.บรรจบ สุดใจ ประธานชมรมข้าราชการตำรวจบำนาญ 41 ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านสื่อมวลชน เรื่องขอให้ทบทวนการย้ายผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เนื้อหาโดยสรุปว่า ขอให้นายกรัฐมนตรีคิดทบทวนเรื่องนี้เสียใหม่อย่างรอบคอบ เพราะตำแหน่ง ผบ.ตร.จะแลกกับคดีของนายสนธิหรือคดีใดคดีหนึ่งคงไม่ได้ อย่าลืมว่าตำรวจไม่ใช่มีแต่ ผบ.ตร.เพียงคนเดียว ยังมีตำรวจอีกกว่า 2  แสนคน ย่อมมีผลกระทบต่อขวัญกำลังใจในการทำงานเป็นอย่างยิ่ง

รื้อโผนายพลได้หากยังไม่โปรดเกล้าฯ

 เกี่ยวกับปัญหาการรื้อโผโยกย้ายนายพลตำรวจที่ พล.ต.อ.พัชรวาท ออกมากล่าวเตือนนายกฯ ว่า หากเปลี่ยนแปลงโผแต่งตั้งโยกย้ายอาจถูกฟ้องร้องได้นั้น รายงานข่าวแจ้งว่า  ตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ระบุว่า การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจยศ พล.ต.ต.ขึ้นไปนั้นต้องผ่านมติก.ตร. และต้องให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง หากยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งก็สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงหรือรื้อใหม่ได้ โดยต้องเข้าที่ประชุมก.ตร.เพื่อให้ก.ตร.ทบทวนการแต่งตั้งที่ทำไปแล้ว อย่างไรก็ตาม การรื้อโผนายพลต้องมีเหตุผลรองรับในที่ประชุมด้วย

 รายงานข่าวแจ้งว่าเ ป็นไปได้ว่าการแต่งตั้งนายพลทั้งหมดจะถูกรื้อ โดยใช้วิธีการยื้อเวลาในการประกาศใช้ร่างพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 ตามกำหนดการเดิมวางไว้ว่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาและให้มีผลในวันที่ 16 สิงหาคม ก็อาจยืดเวลาออกไปจนไปเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ข้าราชการตำรวจเกษียณอายุราชการพอดีและต้องทำใหม่ทั้งหมด เพราะเมื่อถึงเวลานั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งตามมติก.ตร.เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม จะมีบางคนที่เกษียณอายุราชการเช่นเดียวกัน ก็ต้องเป็นเหตุที่ต้องมาทบทวนเพื่อพิจารณาแต่งตั้งใหม่
“พัชรวาท"เร่งหารือฝ่ายกฎหมาย

 รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผบก.ถึงชั้นประทวนนั้น ขณะนี้ พล.ต.อ.พัชรวาท ได้ระงับการทำโผแต่งตั้งโยกย้ายหมดแล้ว และตอนนี้ พล.ต.อ.พัชรวาทพร้อมด้วยนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่อยู่ระหว่างการปรึกษาหารือฝ่ายกฎหมายเพื่อดูข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ เพื่อหาทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้น

 สำหรับข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งผ่านมติก.ตร.ไปแล้วนั้น หากถูกรื้อโผการแต่งตั้งและรู้สึกว่าเป็นการกระทบสิทธิและประโยชน์ที่จะได้รับก็มีสิทธิ์ร้องเรียน

"ชวน"ยันทำถูกต้องเป็นธรรมทุกฝ่าย

 วันเดียวกัน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวให้ความคิดเห็นในเรื่องที่นายกรัฐมนตรีให้ พล.ต.อ.พัชรวาท ลาพักผ่อนเพื่อแก้ไขปัญหาการเจออุปสรรคในการสอบสวนคดีลอบยิงนายสนธิว่า ที่นายกรัฐมนตรีตัดสินใจพักงาน พล.ต.อ.พัชรวาท เป็นการตัดสินใจตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริงที่ได้รับ และพยายามให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในคดีลอบสังหารนายสนธิ อย่างดีที่สุดเท่าที่จะกระทำได้แล้ว ส่วนที่หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการแทงกั๊กหรือไม่นั้น คงไม่ใช่ เพราะการตัดสินใจที่เกิดขึ้น เป็นการตัดสินใจตามหลักการของเหตุและผลภายใต้กรอบกฎหมายเท่าที่จะสามารถกระทำได้ โดยไม่ได้หวาดกลัวกระแสกดดันของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่ส่งผลทำให้เสียหลักการไปมากกว่า

 "อยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้โอกาสนายกรัฐมนตรีทำงาน และพิจารณาเรื่องต่างๆ ด้วยเหตุและผล มากกว่าพยายามกดดันให้นายกรัฐมนตรีตัดสินใจอย่างหนึ่งอย่างใดในขณะนี้" นายชวน กล่าว

มั่นใจไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาล

 นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า ส่วนตัวเห็นว่าการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหานี้เป็นการกล้าหาญที่ยึดถือเอาหลักกฎหมาย ความถูกต้องเป็นหลัก เป็นธรรมที่เอาเป้าหมายเป็นที่ตั้งคือ ทำอย่างไรที่จะนำตัวคนยิงนายสนธิมาดำเนินคดีให้ได้ตามที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบคดีรายงานว่าติดขัดอย่างไร

 เมื่อถามว่า จะมีผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลตามมาหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เคยระบุว่า จะลาออกจากตำแหน่ง หากปลด ย้ายหรือให้ พล.อ.พัชรวาท ออกจากตำแหน่ง ผบ.ตร. นายสาธิตกล่าวว่า เรื่องนี้คงไม่กระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลชุดนี้ และนายกฯ ก็ได้กำชับ พล.อ.ประวิตรถึงการให้สัมภาษณ์ และผลกระทบต่างๆ ในการแสดงออกในภาพรวมของรัฐบาลเพราะเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ ดังนั้นการแสดงใดๆ ออกไปต้องคำนึงถึงหลายส่วน

 ส่วนการจะลาออกจากตำแหน่งของ พล.อ.ประวิตร หรือไม่นั้น ทุกคนก็เคารพในการตัดสินใจของ พล.อ.ประวิตร เพราะรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประวิตร เพียงคนเดียว แต่รัฐบาลนี้ยึดหลักกฎหมายโดยไม่โน้มเอียง แทรกแซงใดๆ  ต้องยึดความถูกต้อง ทั้งนี้ในส่วนของนายสุเทพ คาดว่าคงไม่มีปัญหาต่อการตัดสินใจของนายกฯ เพราะถือว่าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ เป็นทั้งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค นายสุเทพคงไม่ตัดสินใจลาออกตามกระแสข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้แน่นอน

“อนุพงษ์” จี้ตำรวจล่ามือยิงสนธิ

 วันเดียวกัน เมื่อเวลา 07.00 น. ที่กองการบิน กรมขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสนธิออกมาระบุว่ามีทหารในสังกัด ฉก.90 จำนวน 13 คน เข้าไปเกี่ยวข้องในทีมลอบสังหารว่า โดยหลักการอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการอย่างเต็มที่ ตามอำนาจหน้าที่ในการหาตัวผู้กระทำความผิด กองทัพพร้อมให้การสนับสนุนทุกอย่างไม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้การสืบสวนสอบสวนเป็นอำนาจหน้าที่ของตำรวจ ดังนั้นจึงไม่อยากให้เกิดการคาดการณ์ หรือสร้างกระแสว่าใครทำอย่างไร เพราะไม่น่าเกิดประโยชน์ต่อรูปคดี น่าจะดำเนินการตามกฎหมายดีกว่า สังคมก็จะไม่สับสน เพราะถ้าบอกว่าเป็นคนนั้นคนนี้รู้หมดแต่ไม่จับ น่าจะบอกเจ้าหน้าที่ให้จับได้เลย ถ้ามีหลักฐานให้บอกเลย น่าจะเป็นทางออกที่ดี ซึ่งกองทัพก็จะได้ทำถูก ถ้าเจ้าตัวอยู่ในความรับผิดชอบก็จะได้จับเอาตัวไว้ให้

 ด้านนายปรีชา วัชราภัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ยืนยันว่า ไม่ได้รู้สึกหนักใจ หลังนายกฯ ตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอุปสรรคในการคลี่คลายคดีลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตร โดยมีตนเป็นประธานนั้น เพราะถือเป็นการทำตามหน้าที่ ขณะที่นายกฯ ก็ไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลาว่าจะให้แล้วเสร็จเมื่อใด ในวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคมนี้ จะเรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อคัดเลือกกรรมการ พร้อมกับหารือถึงแนวทางในการสืบสวน

เลขาฯประวิตรยอมรับนายเครียด

 พล.อ.นพดล อินทปัญญา เลขานุการ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า  ยังไม่ทราบถ้อยคำทั้งหมดที่นายกฯ พูด เพียงแต่ได้รับทราบจากสื่อเท่านั้น หากพูดไปเกรงว่าจะถูกนำไปขยายความ ทำให้เกิดความผิดพลาดในการสื่อสาร ส่วน พล.อ.ประวิตรจะรู้สึกอย่างไรนั้น ไม่ทราบเพราะยังไม่ได้พูดคุยกัน แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตรมีความเครียด หลังมีกระแสข่าวปลด ผบ.ตร. ขณะที่ส่วนตัวก็ขอปล่อยวางเรื่องนี้ด้วยการเดินทางไปเที่ยวทะเลกับบรรดาเพื่อนนักเรียนสวนกุหลาบ โดยยืนยันว่าไม่มีทหารเดินทางไปเที่ยวในครั้งนี้ด้วย

"ชัยสิทธิ์"ยกนิ้ว"สนธิ"ใหญ่จริง

 ขณะที่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ "ลับ ลวง พราง" ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 100.5  ถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ให้ พล.ต.อ.พัชรวาท ลาไปปฏิบัติภารกิจในในต่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาการเจออุปสรรคในการสอบสวนคดีลอบยิงนายสนธิว่า ขณะนี้ทุกอย่างเป็นไปตามกรรม ใครทำอะไรไว้ทุกอย่างเริ่มเปิดเผย ทั้งนี้เชื่อว่า ทุกคนพูดความจริงไม่ได้ เพราะเกรงใจคนนั้นคนนี้ ดังนั้นความจริงไม่ปรากฏให้ประชาชนได้เห็น ซึ่งไม่น่าจะเป็นผลดี เมืองไทยแปลกตรงที่พูดความจริงไม่ได้ ซึ่งจากที่ดูแล้วเหมือนโดนครอบงำกันอยู่ เรื่องที่เกิดขึ้นเห็นใจหลายฝ่าย ส่วนความจริงของคดีนี้เป็นอย่างไร ไม่ทราบ เพราะไม่มีหน้าที่ในเรื่องนี้ และคนที่ทำหน้าที่สืบสวนยังไม่ทราบ

 เมื่อถามว่า มองบทบาทนายสนธิอย่างไร เพราะขนาดรัฐบาลยังต้องเกรงใจ พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่า ไม่รู้ แต่ดูเขายังเป็นผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่ง เพราะกล้าพูด กล้าวิจารณ์รัฐบาลตรงๆ ซึ่งคงแน่จริง มิเช่นนั้นคงไม่กล้า เพราะไม่เห็นจะเกรงใจรัฐบาล ถือว่าใหญ่จริงๆ ยกนิ้วให้

 นอกจากนี้ พล.อ.ชัยสิทธิ์ยังตอบข้อถามผู้สื่อข่าวกรณีที่นายสนธิพยายามโยง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีอยู่เบื้องหลังคดีนี้ว่า เป็นไปไม่ได้ พูดไปเรื่อย ขอให้พูดมาให้ชัดจะได้ฟ้องร้องกันได้ พูดอย่างนี้ใครก็พูดได้ ถือเป็นการกล่าวหากัน ไปกล่าวหาอย่างนี้ได้อย่างไร จะมีเหตุผลอะไรมาฆ่านายสนธิ ไม่มีเหตุผลอะไร และทีมงานที่สังหารนายสนธิบอกว่าเป็นทหาร แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณสั่งทหารได้ที่ไหน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศ น่าจะจบลงได้ในช่วงเดือนตุลาคมนี้

"เติ้ง" แนะ "มาร์ค" ถอยคดีสนธิ

 นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย เปิดเผยระหว่างร่วมงานวันคล้ายวันเกิดของนายประภัตร โพธสุธน อดีตเลขาธิการพรรคชาติไทย อายุครบ 60 ปี ที่จ.สุพรรณบุรี ถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ พูดไม่ตรงกับ พล.ต.อ.พัชรวาท เรื่องคดียิงนายสนธิ และเรื่องการชะลอโผแต่งตั้งนายตำรวจว่า เป็นห่วงนายกรัฐมนตรีมาก นายกฯ ควรเอาเวลามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาไข้หวัดใหญ่ดีกว่า ส่วนคดีนายสนธิก็ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำไป ในส่วนของการชะลอโผปรับย้าย หากมีการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง จะทำให้นายกรัฐมนตรีต้องประสบกับภาวะลำบากได้

 "ตำแหน่ง ผบ.ตร.เป็นตำแหน่งสำคัญ แต่ก็มีอาถรรพณ์มักอยู่กันไม่ครบวาระ ส่วนตัวผมก็รู้จักทั้ง พล.ต.อ.ธานี และ พล.ต.อ.พัชรวาท ทั้งสองเป็นคนดี แต่สงสัยว่าเมื่อ พล.ต.อ.ธานีรายงานเรื่องคดีต่อนายกฯ แล้ว ทำไมต้องรายงาน ผบ.ตร.ด้วย ทำไมอยู่ในกรมเดียวกันถึงพูดกันไม่รู้เรื่อง ถ้าให้ข้อมูลคนละทางปัญหาเกิดขึ้นแน่นอน" นายบรรหารกล่าว

 นายบรรหารกล่าวอีกว่า ไม่ได้ต้องการติติง แต่อยากให้ข้อสังเกตกับนายกฯ ว่าถ้าจะย้าย ผบ.ตร.หรือเปลี่ยนโผ อาจส่งผลให้เสียงของรัฐบาลตกต่ำลงได้ ควรมอบให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงเป็นผู้ดำเนินการในฐานะรับผิดชอบเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีควรออกห่างมาเลย จะได้ไม่เสีย ส่วนกระแสข่าวว่าต้องการปรับเปลี่ยนโผตำรวจเพื่อเป็นฐานอำนาจเตรียมรับการเลือกตั้ง ก็ต้องระวังเพราะอาจถูกมองไปเช่นนั้นได้

 "เรื่องการปลด ย้าย ชะลอ อาจทำให้คนมองได้ว่าเป็นเรื่องที่ต้องการเปลี่ยนแปลงโผนายตำรวจไม่ใช่เรื่องคดียิงนายสนธิ ซึ่งอาจกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลได้ ผมไม่แน่ใจว่าคดีนายสนธิจะเชื่อมโยงไปถึงระดับใหญ่ ระดับสูงจริงหรือไม่ อาจแค่ระดับกลาง หรือมีการสั่งการจากต่างประเทศตามที่มีข่าวก็ได้ จึงต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ ไม่รู้ว่าพูดแรงไปหรือเปล่า แต่อยากพูดเหมือนกับอาเตือนหลาน" นายบรรหาร กล่าว

พธม.จี้นายกฯ ตั้งรักษาการ ผบ.ตร.

 นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงการลาพักของพล.ต.อ.พัชรวาท ว่า เชื่อว่านายอภิสิทธิ์พยายามที่จะทำให้อุปสรรคของคดียิงนายสนธิหมดไป โดยเสนอ พล.ต.อ.พัชรวาทว่า ถ้าไม่อยากถูกย้ายก็ให้ลาพักไป ซึ่งเบื้องต้นก็สามารถตกลงกันได้ จึงเห็นนายกฯ ออกมาแถลงข่าว แต่จากนั้นเข้าใจว่า พล.ต.อ.พัชรวาทจะยอมไม่ได้หากจะมีการแตะต้องโผแต่งตั้งนายตำรวจ จึงออกมาให้สัมภาษณ์สวนทางกับนายกฯ

 นายปานเทพกล่าวอีกว่า ระหว่างที่ พล.ต.อ.พัชรวาทเดินทางไปต่างประเทศ นายกรัฐมนตรี ต้องมีความเด็ดขาดใน 2 เรื่องคือ ต้องกำหนดตัวบุคคลที่จะมารักษาการ ผบ.ตร. ต้องเป็นคนที่มีความเป็นกลางที่สังคมจะเชื่อมั่นว่าจะให้ความยุติธรรมแก่ทุกฝ่ายได้ ซึ่งหากนายกฯ ไม่ทำอะไรเลย คนที่รักษาการ ผบ.ตร. ตามระบบอาวุโสจะเป็น พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ญาติของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะยิ่งทำให้คดียิงนายสนธิประสบความยากลำบากหนักกว่าเดิม

 อีกประการคือ ต้องไม่ให้โผโยกย้ายข้าราชการตำรวจอยู่ในมือของ พล.ต.อ.พัชรวาท เพราะนอกจากจะทำให้นายตำรวจที่ได้รับตำแหน่งครั้งนี้เกิดเป็นบุญคุณกับ พล.ต.อ.พัชรวาท ในระยะยาว ซึ่งจะทำให้คดีนายสนธิเปลี่ยนแปลงไป โผนี้ยังสุ่มเสี่ยงว่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากโครงสร้างตำรวจใหม่ยังไม่ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ดังนั้นการโยกย้ายขณะนี้จึงยังเป็นไปตามโครงสร้างเก่า ซึ่งอาจไม่ถูกต้องก็ได้ เข้าใจว่านายกฯ จะรู้ว่าโผนี้อาจผิดกฎหมายจึงสั่งให้ระงับไปก่อนหน้านี้