ข่าว

'Top Shop' ร้านค้าติดล้อ-ธุรกิจเคลื่อนที่

'Top Shop' ร้านค้าติดล้อ-ธุรกิจเคลื่อนที่

03 พ.ค. 2559

คมคิด ธุรกิจนิวเจน : 'Top Shop' ร้านค้าติดล้อ-ธุรกิจเคลื่อนที่ : เรื่อง...ฐิติพล ขำประถม / ภาพ...Top Shop

 
                    ธุรกิจการค้าขายต่างๆ นอกจากสินค้าแล้ว หัวใจสำคัญอีกอย่างคือ “ทำเลที่ตั้งของร้าน” ยิ่งเข้าถึงลูกค้าได้มาก กิจการก็จะดีขึ้นตามไปด้วย หากแต่ “ทำเล” ที่ว่านี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามยุคสมัยและการเติบโตของพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีทำเลการค้าที่เกิดขึ้นตามกิจกรรมเนื่องในโอกาสพิเศษต่างๆ อย่าง “งานอีเวนท์” ที่ย้ายที่ไปมา ซึ่งงานเหล่านี้เป็นสิ่งดึงดูดผู้คนมาร่วมงาน ทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคัก กลายเป็นทำเลที่พ่อค้าแม่ขายต่างให้ความสนใจตามไปด้วย ส่งให้ในปัจจุบันเกิด “ธุรกิจร้านค้าเคลื่อนที่” ในรูปแบบต่างๆ มากมาย เพื่อที่พ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายจะได้นำกิจการของตัวเองตระเวนไปตาม “ทำเล” ต่างๆ ได้
 
                    จากความต้องการดังกล่าวทำให้เกิด ผู้ผลิตร้านค้าเคลื่อนที่  ซึ่งรวม “Top Shop” หรือ ท็อป ช็อป อยู่ด้วย   ร้านนี้นำเสนอร้านค้าเคลื่อนที่ในรูปแบบ “รถพ่วงท้าย” โดยปัจจุบันพัฒนารูปแบบและราคาของร้านค้า เพื่อให้พ่อค้าแม่ขายหน้าใหม่สามารถเข้าถึงธุรกิจติดล้อได้มากขึ้น 
 
                    ที่มาของ “Top Shop” เป็นอย่างไร และเหตุใดจึงมาในรูปแบบรถพ่วงท้าย ศุภวัฒน์ กมลมาศรัตน์ ผู้ผลิตร้านค้าเคลื่อนที่ “Top Shop” เป็นผู้บอกเล่าเรื่องราว
 
                    ศุภวัฒน์ เล่าว่า เมื่อปี 2555 มีโอกาสไปเรียนต่อที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้เห็นร้านค้าเคลื่อนที่ในรูปแบบต่างๆ อย่าง Food Truck (ฟู้ดทรัค) ที่ดัดแปลงรถให้มีครัวและหน้าร้านบนหลังรถ ซึ่งแปลกตาและน่าดึงดูดใจ เพราะในประเทศไทยสมัยนั้น ร้านค้าเคลื่อนที่ที่คนไทยคุ้นเคยจะเป็นแบบหลังรถกระบะ และรถมอเตอร์ไซค์ หลังจากนั้นเมื่อกลับประเทศไทยในปี 2556 จึงเริ่มธุรกิจนำเข้าสินค้าเป็นของตัวเอง แต่ด้วยความที่ติดใจในรถร้านค้าเคลื่อนที่ที่ได้เห็น จึงให้เพื่อนที่เป็นนักกราฟฟิกทำแบบรถร้านค้าเคลื่อนที่ขึ้นมา เพื่อใช้ประกอบภาพโปรโมทสินค้า โดยใช้รถร้านค้าเคลื่อนที่เป็นที่โชว์สินค้า ทำให้มีผู้พบเห็นและติดต่อเข้ามากมาย แต่ไม่ใช่ความสนใจในตัวสินค้าที่ขาย กลับสนใจตัวรถที่อยู่ในภาพ
 
                    “มีลูกค้าโทรเข้ามาบอกว่า สนใจที่ตัวรถ วันละ 10-20 ราย บางวันก็มีคนโทรเข้ามาเยอะมากเกือบทั้งวัน ผมก็เลยทำสถิติไว้ในช่วงเวลา 3 เดือน พบว่ามีลูกค้าโทรเข้ามารวมทั้งหมดเกือบ 500 ราย ผมคาดว่าน่าจะมีลูกค้าที่สนใจจริงประมาณ 100 คน จับจุดว่าต่อเดือนน่าจะได้ลูกค้าที่สั่งรถจริง 5-10 คน ก็ถือว่าน่าพอใจแล้ว จึงตัดสินใจที่จะผลิตรถออกมาขาย”
 
                    ศุภวัฒน์ เล่าถึงการสร้างร้านค้าเคลื่อนที่ ท็อป ช็อป ว่า เริ่มแรกคือการออกแบบรถ จากนั้นก็หาวัสดุและรูปแบบที่เหมาะสมในการสร้าง วัสดุที่ใช้สร้างรถที่เห็นในลอนดอน ส่วนใหญ่เป็นเหล็ก ซึ่งไม่เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทย จึงมองหาวัสดุที่จะนำมาทดแทนและตัดสินใจใช้ไฟเบอร์กลาส
 
                    “รถที่ผมเห็นมามันเป็นเหล็ก หากนำมาใช้ในไทยที่อากาศร้อน เหล็กจะทำให้ร้านร้อนขึ้นไปอีก จึงดัดแปลงเปลี่ยนมาใช้ไฟเบอร์กลาส ซึ่งขึ้นรูปให้เป็นรูปทรงตามที่ต้องการได้ง่ายกว่า มีน้ำหนักเบาและไม่นำความร้อนแบบเหล็ก และผมยังคิดเพิ่มฉนวนกันความร้อน และพัดลมระบายอากาศเข้าไปช่วยด้วย นอกจากนี้รถที่สร้างจากเหล็ก หากถูกชนโครงก็จะบิดเบี้ยวซ่อมแซมได้ยาก แต่ถ้าเป็นไฟเบอร์กลาสตัววัสดุจะเกิดเป็นเพียงรอยแตก ซึ่งสามารถปะซ่อมแซมได้ง่ายกว่าด้วย”
 
                    ส่วนรูปแบบของรถ ศุภวัฒน์ เล่าว่า สมัยนั้นมีรถร้านค้าเคลื่อนที่แบบดัดแปลงออกมาบ้างแล้ว ส่วนใหญ่ดัดแปลงกันเองจากรถที่มีอยู่ ทำให้มีพื้นที่จำกัด เคลื่อนที่ไม่สะดวก ขณะที่รูปทรงของรถก็ไม่เอื้ออำนวยในการทำงาน และที่สำคัญต้นทุนสูงมาก ทั้งราคาของรถและค่าใช้จ่ายที่ใช้ดัดแปลงรถ จึงคิดและสร้างให้ออกมาในรูปแบบรถพ่วงท้ายที่ต้นทุนต่ำกว่า
 
 
'Top Shop' ร้านค้าติดล้อ-ธุรกิจเคลื่อนที่
 
 
                    “เหตุที่ผมสร้างในแบบรถพ่วง เนื่องจากมองว่ารถที่ร้านค้าอยู่ในตัวของรถเลย จะมีต้นทุนสูงทั้งค่ารถและค่าดัดแปลง อาจถึง 6 แสนบาทเลยทีเดียว ดังนั้นจึงสร้างขึ้นมาให้เป็นส่วนแยกกันไปเลย เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานได้มากกว่าและดีกว่า เวลาเคลื่อนย้ายร้าน เมื่อถึงที่ตั้งก็สามารถถอดส่วนพ่วงออก เอารถไปใช้ได้ตามปกติทั่วไป ถ้าเรามีรถเองอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องไปลงทุนมากขนาดนั้น” 
 
                    เมื่อได้แบบและเลือกวัสดุแล้วก็นำไปให้โรงงานผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ให้ แล้วเอามาประกอบเอง โดยใช้เวลาในการออกแบบและสร้างทั้งหมด 6 เดือน จึงได้มาเป็นรถพ่วง ร้านค้าเคลื่อนที่ท็อป ช็อป คันแรก ซึ่งนำไปจดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
 
                    สำหรับตัวรถร้านค้าเคลื่อนที่ของท็อป ช็อป ในรูปแบบรถพ่วงท้าย มีขนาดกว้าง 1.70 เมตร เท่ากับรถยนต์ กระจกมองข้างมองเห็นได้สะดวก ความยาว 2.30 เมตร เพื่อเคลื่อนที่ตามซอยที่คดเคี้ยวได้ง่าย กระจกมองหลังมองเห็นได้ และสูง 2.10 เมตร ให้เหมาะกับความสูงของคนไทย ร้านค้า 1 คัน สามารถจุพนักงานในร้านได้ 2-3 คน ขายในราคา 1.6 แสนบาท
 
                    เริ่มแรกด้วยราคาของรถที่ค่อนข้างสูง ศุภวัฒน์ จึง มุ่งเป้าหมายไปที่การเสนอตามร้านค้ารูปแบบแฟรนไซส์ต่างๆ และแบรนด์สินค้าขนาดเล็กที่มีกำลังทุนสูงกว่าคนทั่วไป มีแฟรนไชส์ที่สนใจแล้วตอบรับใช้รถของท็อป ช็อปในการขายอย่าง คอฟฟี่ทูเดย์, ชิกเก้น แร็พ และแฟรนไชส์เครื่องดื่มต่างๆ โดยรถแต่ละคันจะผลิตให้ตามที่ร้านแฟรนไชส์ต้องการ มีรูปแบบการใช้งานที่เหมาะกับร้านค้านั้นๆ และยังมีร้านค้าทั่วไปที่สั่งให้ผลิตโดยเฉพาะอีกด้วย ทำให้รถของท็อป ช็อป มีตั้งแต่ร้านเครื่องดื่ม, ร้านก๋วยเตี๋ยว ไปจนถึงร้านสเต๊ก
 
                    “ปัจจุบันร้านค้าเคลื่อนที่ท็อป ช็อป ผลิตออกมาใช้งานแล้ว มากกว่า 40 คัน สำหรับตัวรถพ่วงร้านค้าเคลื่อนที่ท็อป ช็อป ประกอบในไท ยดังนั้น จึงสามารถขอทะเบียนได้และทำประกันได้ด้วย สามารถนำออกถนนได้อย่างถูกกฎหมาย นอกจากในประเทศแล้ว ยังมีลูกค้าที่ถูกใจสั่งซื้อแล้วส่งไปใช้ที่นอร์เวย์และนิวซีแลนด์ด้วย” 
 
                    ศุภวัฒน์ เล่าต่อว่า จนมาถึงเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา “กระแสฟู้ดทรัค” เรียกได้ว่ามาแรงมาก กลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่มบุคคลธรรมดาอย่างพ่อค้าแม่ค้าทั่วไป ที่อยากจะมีร้านค้าเคลื่อนที่เป็นกิจการของตัวเอง ให้ความสนใจติดต่อเข้ามามากขึ้น จึงมองเห็นว่า ต้องผลิตร้านค้าที่มีราคาถูกลง เพื่อตอบโจทย์และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีเงินทุนไม่มากเหล่านี้ จึงผลิตรถที่เปลี่ยนวัสดุมาเป็น อะลูมิเนียม ขายคู่ไปด้วย ลดราคาขายมาอยู่ที่คันละ 1.2 แสนบาท และตั้งใจจะปรับรูปแบบการผลิตให้ขายได้ในราคาที่ถูกลงอีก
 
                    “ผมกำลังคิดจะปรับรูปแบบใหม่ให้ขายได้ถูกลงอีก โดยตั้งใจทำเป็นรูปแบบชิ้นส่วนสำเร็จ ให้ลูกค้าเลือกในรูปแบบชิ้นส่วนต่างๆ ที่เรากำหนดให้ แล้วนำมาประกอบเข้าด้วยกัน โดยมีรูปแบบตั้งต้นที่คิดไว้ 2-3 แบบ เป็น ร้านน้ำ, ร้านกาแฟ, ร้านก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น คาดว่าจะช่วยทำให้สามารถผลิตรถได้ง่าย, รวดเร็วขึ้น และต้นทุนลดลง ตั้งเป้าว่าสามารถผลิตร้านให้ลูกค้าได้ถึง 20 คันต่อเดือน”
 
                    แต่ด้วยราคาของรูปแบบใหม่ที่ปรับลดลงแล้ว ก็ยังมีพ่อค้าแม่ค้าไม่น้อยที่มีทุนจำกัด จึงเตรียมเซ็นสัญญาเพื่อให้สามารถขายรถท็อป ช็อป ใน ระบบผ่อนชำระ เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าเหล่านี้ได้มีโอกาสมีร้านเป็นของตัวเองได้ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับดีมาก มีผู้ให้ความสนใจมาลงชื่อขอซื้อในระบบผ่อนชำระแล้วเกือบ 100 ราย 
 
                    ทิ้งท้ายก่อนจาก ศุภวัฒน์เปิดเผยถึงอนาคตว่า “ท็อป ช็อป” เตรียมสร้างร้านค้ารูปแบบใหม่ออกสู่ตลาด โดยมีแนวคิดสร้างร้านแบบ Drive-through (ไดร์ฟ-ทรู) โดยดัดแปลงโครงรถเมล์เก่าให้เป็นร้านค้ามินิมาร์ทขนาดเล็กที่มีห้องน้ำและที่พักของพนักงาน ซึ่งรถที่ขับผ่านไปมา สามารถจอดเทียบแวะซื้อของได้ด้วย
 
 
 
------------------
 
(คมคิด ธุรกิจนิวเจน : 'Top Shop' ร้านค้าติดล้อ-ธุรกิจเคลื่อนที่ : เรื่อง...ฐิติพล ขำประถม / ภาพ...Top Shop)