ข่าว

ซิ่งกระบะเสยตอม่อ‘บีทีเอส’ดับ

ซิ่งกระบะเสยตอม่อ‘บีทีเอส’ดับ

03 พ.ค. 2559

หนุ่มหนองคายซิ่งกระบะเสียหลัก พุ่งเสยตอม่อใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสบางหว้า ดับคาที่ ขณะที่รถจักรยานยนต์วิ่งตามมา ถูกเกี่ยวบาดเจ็บไปอีก 2 ตร.เร่งสอบหาสาเหตุ

             เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 3 พ.ค.2559  ร.ต.อ.เดชอุดม อ่อนยิ่ง รอง สว.(สอบสวน) สน.ภาษีเจริญ  ได้รับแจ้งมีรถกระบะชน จยย. ทำให้มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสบางหว้า ถนนราชพฤกษ์ แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กทม. หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์ภาควิชานิติเวช รพ.ศิริราช และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง


             ที่เกิดเหตุ บริเวณเกาะกลางถนนราชพฤกษ์ ฝั่งมุ่งหน้าถนนเพชรเกษม ใต้สถานีรถไฟฟ้าดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น ดีแมกซ์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน บม 4855 อุดรธานี ลักษณะแต่งซิ่งชนเกาะกลางจน พลิกคว่ำล้อชี้ฟ้าอยู่บนถนน สภาพด้านหน้าและด้านข้างทั้ง 2 ฝั่ง พังยับเยินน้ำมันเจิ่งนอง ล้อหลังด้านซ้ายหลุดสภาพแทบจำไม่ได้ ตรวจสอบภายในรถ  พบผู้เสียชีวิต เป็น ชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ  นายอานนท์ พันธะมน อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 หมู่ 5 ต.วัดธาตุ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย สวมเสื้อยืดแขนสั้น สีขาว นุ่งกางเกงยีนขายาว สีน้ำเงิน  สภาพคอพับ กระเด็นมาอยู่ด้านฝั่งคนนั่งด้านซ้าย โดยถูกประตูกดทับ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างยกซากรถ เพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาอย่างทุลักทุเล

             ร.ต.อ.เดชอุดม กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่า ที่บริเวณตอม่อใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ช่วงฝั่งถนนขาออก ห่างจากจุดที่รถกระบะพลิกคว่ำประมาณ 100 เมตร พบร่องรอยถูกรถกระบะเฉี่ยวชน และบนพื้นถนนยังมีรอยเบรก ลักษณะลากยาวจนถึงเกาะกลางถนน ซึ่งเป็นจุดที่พบรถกระบะ ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันทีภายในรถ ใกล้กัน ยังพบจยย. ยี่ห้อ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีแดง ทะเบียน ฬธค 936 กทม. พลิกคว่ำอยู่  ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย เป็นผู้ขับขี่ซ้อนท้ายกันมา ทราบชื่อคือ นายเฉลิมศักดิ์ บุญยัง อายุ 23 ปี  และน.ส.ไพจิตร เลื่อนทัพ อายุ 23 ปี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งไปรักษาที่ รพ.เพชรเกษม 2

             ร.ต.อ.เดชอุดม กล่าวด้วยว่า เบื้องต้นคาดว่า รถกระบะน่าจะขับมาด้วยความเร็ว ก่อนจะเสียหลักชนกับตอม่อใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส แล้วกระเด็นไปชนกับจยย.  ก่อนจะชนกับเกาะกลางถนนทำให้พลิกคว่ำ แต่หลังจากนี้จะเดินทางไปสอบปากคำพยานแวดล้อม หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้ เพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจน  ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อสรุปทรัพย์สินที่เสียหาย ก่อนจะดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป