
'บรูซ แกสตัน'แจ้งจับกะเทยไถเงิน
01 พ.ค. 2559
'บรูซ แกสตัน' ผู้ก่อตั้งวงฟองน้ำ ขึ้นโรงพัก ถูกสาวประเภทสองไถเงิน ส่งข้อความขอ 3 หมื่น ถ้าไม่ให้จะทำลายชื่อเสียง
1 พ.ค. 59 นายบรูซ แกสตัน อายุ 69 ปี นักดนตรีชื่อดังผู้ก่อตั้งวงดนตรี “ฟองน้ำ” เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ญัตติพงษ์ งูทิพย์ รองสารวัตร (สอบสวน) สน.คลองตัน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ และลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่า ถูกสาวประเภทสองรีดไถเงินเป็นจำนวนหลายครั้ง และข่มขู่ว่าจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง
นายบรูซ กล่าวว่า เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ได้รู้จักกับสาวประเภทสอง อายุประมาน 30 ปี ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง รู้เพียงชื่อเล่นว่า กอล์ฟ โดยรู้จักกันที่บาร์แห่งหนึ่ง แต่ไม่ได้สนิทกัน และไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย กระทั่งเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2558 สาวประเภทสองคนเดิมเริ่มติดต่อและโทรศัพท์มาหา และได้พูดคุยกันเป็นระยะ
นายบรูซ กล่าวต่อว่า ต่อมาช่วงหลังสงกรานต์ วันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา สาวประเภทสองคนดังกล่าวได้เริ่มส่งข้อความผ่านทางมือถือว่าขอเงิน 1 หมื่นบาท โดยอ้างว่าจะเอาไปตั้งต้นชีวิตใหม่ ตนเห็นว่าเป็นความตั้งใจดี เมื่อเห็นคนที่เคยรู้จักพยายามสร้างอนาคตใหม่ จึงให้การสนับสนุน โอนไปให้ผ่านทางธนาคารกสิกรไทย แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันสาวประเภทสองคนเดิมก็ส่งข้อความมาอีกครั้ง คราวนี้ขอเงินจำนวน 1.5 หมื่นบาท ทำให้รู้สึกประหลาดใจว่าเพิ่งได้เงินไป 1 หมื่นบาท แล้วทำไมยังมาขอเงินเพิ่มอีก จึงไม่โอนเงินให้ เพราะคิดว่าไม่น่าจะเป็นครั้งสุดท้าย
“จากการที่ผมเพิกเฉยไม่สนใจ ทำให้สาวประเภทสองคนนี้ไม่พอใจ และได้ส่งข้อความมาข่มขู่ผมว่า ถ้าไม่โอนเงินมาจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง อีกทั้งจะคุกคามครอบครัวของผม ต่อมาเมื่อวันที่ 29 เมษายน ที่ผ่านมา เขาก็ยังส่งข้อความมาขอเงินผมอีกเป็นครั้งที่สาม คราวนี้เพิ่มเป็น 3 หมื่นบาท ผมรู้สึกว่าพฤติกรรมแบบนี้น่าจะเก็บเอาไว้ไม่ได้แล้ว จึงตัดสินใจนำหลักฐานการโอนเงิน และข้อความในมือถือเดินทางมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน” นายบรูซ กล่าว
ร.ต.อ.ญัตติพงษ์ กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำไว้และลงบันทึกประจำวันเอาไว้ หลังจากนี้จะต้องตรวจสอบกับทางธนาคารว่า บัญชีที่ผู้แจ้งได้โอนเงินไปนั้น เจ้าของบัญชีเป็นใคร และจะขอชื่อเพื่อนำมาตรวจสอบ พร้อมทั้งให้ผู้แจ้งมายืนยันอีกครั้งว่า เป็นคนเดียวกันหรือไม่ ก่อนที่จะออกหมายเรียกมาสอบปากคำ โดยลักษณะความผิดอาจจะเข้าข่ายข้อหากรรโชกทรัพย์



