ข่าว

รวมพลังค้าน‘แลนด์มาร์ค’เจ้าพระยา

รวมพลังค้าน‘แลนด์มาร์ค’เจ้าพระยา
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ผนึกแนวร่วมภาคปชช.รวมพลังค้าน‘แลนด์มาร์ค’เจ้าพระยาหนุน‘เสียงของทุกคนอนาคตของแม่น้ำ’ : สำนักข่าวเนชั่น โดย ธนัชพงศ์ คงสาย

             คืบหน้าตามลำดับสำหรับการศึกษาและก่อสร้างโครงการ “พัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา” นำร่อง 14 กิโลเมตรตามนโยบายรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นบิ๊กโปรเจกท์ที่รัฐบาลชุดนี้เร่งเดินหน้าเปิดพื้นที่สาธารณะมรดกชาติตามนโยบาย “คืนความสุขให้ประชาชน” เพื่อให้ทุกฝ่ายใช้ประโยชน์พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างคุ้มค่าและเท่าเทียม

             ทว่าที่ผ่านมายังมีแรงหนุนและแรงต้านต่อโครงการนี้ในมุมต่างๆ โดยเฉพาะภาคประชาชนอย่างกลุ่ม “เฟรนด์ ออฟ เดอะ ริเวอร์” ได้เดินหน้าคัดค้านโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภายในงาน “River's Voices Forum เสียงของทุกคนอนาคตของแม่น้ำ” ต่อการรวมในประกาศถ้อยแถลงเจตนารมณ์ร่วมของภาคีวิชาชีพวิชาการประชาสังคมและชุมชนเพื่อการพัฒนาแม่น้ำและพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยาเรื่อง “ขอให้ยุติโครงการออกแบบพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อให้ทุกภาคส่วนในสังคมร่วมกำหนดวิสัยทัศน์ทิศทางการพัฒนาแม่น้ำและพื้นที่ริมน้ำอย่างมีส่วนร่วม” เมื่อวันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 ที่ห้องจูปิเตอร์ 4-7, ชาลเลนเจอร์ ฮอลล์ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี ท่ามกลางผู้ร่วมงานกว่า 200 คน

             สำหรับประเด็นในครั้งนี้กลุ่มเฟรนด์ ออฟ เดอะ ริเวอร์ เห็นว่าจากกรณีที่กรุงเทพมหานคร(กทม.)กำลังจัดทำโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาโดยว่าจ้างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.)เป็นที่ปรึกษาโครงการ ทำให้เกิด “ข้อสงสัย” ในที่มาของโจทย์ของโครงการซึ่งมีระยะศึกษาผลกระทบเพียง 7 เดือนในระยะเวลานี้มีความเป็นไปได้ยากยิ่งที่จะพัฒนาโครงการให้เป็นไปในทิศทางที่ดีเนื่องจากแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นของทุกคนในการที่จะพัฒนาและฟื้นฟูแม่น้ำจึงจำเป็นที่จะต้องถามความคิดเห็นของคน “ทุกภาคส่วน” ในสังคม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ชุมชนริมน้ำ และประชาชนคนไทย “ร่วมกำหนดโจทย์ใหม่” ในการพัฒนาที่สะท้อนมุมมองที่หลากหลายเพื่อประเมินผลกระทบนำไปสู่การพัฒนาที่สอดคล้องกับบริบทและคุณค่าเดิมของพื้นที่ตลอดจนตอบสนองความท้าทายของอนาคตทั้งทางด้านเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อม

             16.05 น. ภายหลังคณะผู้จัดงานแสดงละครเชิงสัญลักษณ์เนื้อหา “การมีส่วนร่วม” ต่อแม่น้ำเจ้าพระยาเสร็จสิ้น “ยศพล บุญสม” ภูมิสถาปนิกและผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มเฟรนด์ ออฟ เดอะ ริเวอร์ กล่าวเปิดการเสวนาและนำเสนอวัตถุประสงค์ของกิจกรรมในงานครั้งนี้ว่า “เราอยากเห็นทางเลือกในการพัฒนาโครงการนี้ในอนาคตว่าจะมีทางเลือกอื่นหรือไม่ เพราะแม่น้ำเป็นของทุกคน ซึ่งขณะนี้แม่น้ำเปลี่ยนไปมาก ต่อไปจะเป็นอย่างไรคำตอบก็อยู่ที่ทุกคนตรงนี้ เพื่อคอยหาคำตอบให้แม่น้ำให้ครอบครัวเราและที่สำคัญที่สุดคือลูกหลานของเราทุกคน”

             จากนั้นเป็นเวทีเสวนาเชิงปฏิบัติการถาม-ตอบดำเนินกระบวนการโดย “ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์” นักวิชาการจากบางกอกฟอรั่ม ใช้รูปแบบเวิลด์คาเฟ่ ซึ่งเป็นการให้ผู้เข้าร่วมได้แสดงความคิดเห็นผ่านชุดคำถามแต่ละคำถามถูกจัดแบ่งกลุ่มขนาดเล็กไม่เกินกลุ่มละ 10 คน จำนวน 14 กลุ่ม เพื่อให้แต่ละคนที่มาจากภาคราชการ ภาคสังคม ภาคประชาชน และชุมชนในพื้นที่โครงการทั้งฝั่งธนบุรีและพระนครร่วม “ระดมสมอง” แสดงความเห็นผ่านการพูดเขียนและวาดรูปเพื่อสื่อสารจากโจทย์ที่ทีมงานตั้งไว้ว่าจะรักษาและฟื้นเอกลักษณ์แห่งเวนิสแห่งบูรพา โดยมีชีวิตงามของแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นวิญญาณที่มีเสน่ห์และสีสันของกรุงเทพฯ ซึ่งไม่มีเมืองหลวงใดมาเทียบให้เป็นจริงได้ ซึ่งแต่ละกลุ่มได้แสดงคำตอบต่อคำถามอย่างกว้างขวาง อาทิ สร้างความร่วมมือโดยชุมชน สร้างจิตสำนึกผู้ที่อยู่ริมน้ำเพื่อให้เข้าใจว่าน้ำคือชีวิตหรือการสร้างอัตลักษณ์ให้ตัวเอง รวมถึงการจัดโซนนิ่งโรงงานให้ห่างจากแม่น้ำอย่างน้อย 5 กิโลเมตร และตรวจสอบเพื่อป้องกันการปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำโดยเฉพาะการพัฒนาแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างบูรณาการ

             ต่อมาภาคีเครือข่ายประกอบด้วยเครือข่ายเพื่อนแม่น้ำ (Friends of the River)ร่วมกับสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมป์ และเครือข่ายคนรักษ์เจ้าพระยา เครือข่ายศิลปวัฒนธรรม เครือข่ายวิชาชีพวิชาการ ชุมชนภาคเอกชน ภาคประชาสังคม เครือข่ายลุ่มน้ ำและภาคีเครือข่ายสมัชชาสุขภาพเพื่อการพัฒนาแม่น้ำอย่างยั่งยืนได้ร่วมแถลงการณ์ตอนหนึ่งว่า ข้อเสนอที่สำคัญจากการมีส่วนร่วมของเครือข่ายฯ มีทั้งข้อเสนอเชิงกระบวนการคือการพัฒนาใดๆ บริเวณพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ริมน้ำควรเริ่มต้นจากกระบวนการมีส่วนร่วมให้เห็นภาพรวมของเจ้าพระยาในทุกด้านมิใช่การกำหนดแนวคิดรูปแบบการพัฒนาที่ปราศจากการรับฟังจึงควรยุติโครงการนี้ก่อนเพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนให้มีข้อมูลในบริบทต่างๆและวิสัยทัศน์ร่วมกันเพื่อเป็นฐานคิดในการจัดทำข้อกำหนดการศึกษา

             รวมทั้งการจัดทำพื้นที่นำร่องและข้อเสนอเชิงเนื้อหาในการให้ความสำคัญต่อคุณค่าทางประวัติศาสตร์มรดกวัฒนธรรมระบบนิเวศลุ่มน้ำสิทธิชุมชนและสิทธิการเข้าถึงแม่น้ำที่มิใช่เพียงการเปิดพื้นที่และจัดทำเส้นทางริมน้ำแต่คือสิทธิในการมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตและควรมีทางเลือกจากการคิดร่วมกันที่นำไปสู่การฟื้นฟูวิถีและคุณภาพชีวิตชุมชน การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยการอนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่มรดกวัฒนธรรมพื้นที่สาธารณะพื้นที่สีเขียวสาธารณูปโภคพื้นที่สัญจรที่สอดคล้องกับความต้องการใช้ประโยชน์และไม่ทำลายเอกลักษณ์สภาพแวดล้อมของแม่น้ำ รวมทั้งข้อเสนอในด้านมาตรการทางกฎหมายการบริหารจัดการและมาตรการทางสังคม

             เครือข่ายฯ จะมีการดำเนินการขยายผลการมีส่วนร่วมคิดนี้ในกลุ่มย่อยต่างๆ และผลในเบื้องต้นที่ได้จากวันนี้จะรวบรวมนำเสนอต่อกรุงเทพมหานครเพื่อเป็นข้อมูลที่ประจักษ์ชัดว่ามีข้อเสนอการพัฒนาที่หลากหลายต่อแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ริมน้ำที่จำเป็นต้องมีการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการกำหนดโจทย์ร่วมกันก่อนและพัฒนาเป็นกระบวนการนโยบายสาธารณะด้วยการมีส่วนร่วมซึ่งพื้นที่การมีส่วนร่วมคิดในวันนี้มิได้เป็นการคัดค้านการพัฒนาและมิได้เป็นการรวบรัดสรุปผลประเทศไทยกำลังเดินหน้าการปฏิรูปด้วยการให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานเป็นโอกาสที่ดีที่ประชาชนจะร่วมมือร่วมคิดกับภาครัฐในการกำหนดแผนทิศทางการพัฒนาเพื่อการดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ

             “จึงขอให้คณะกรรมการอำนวยการโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในฐานะองค์กรกำหนดแผนงานโครงการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังในฐานะผู้ได้รับมอบหมายให้ดำเนินโครงการ ให้ยุติการดำเนินโครงการนี้ไว้ก่อนและขอให้สนับสนุนการจัดให้มีกระบวนการมีส่วนร่วมกำหนดวิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์ทางเลือกการพัฒนา เพื่อเป็นโจทย์สำหรับการจัดทำข้อกำหนดการศึกษาใหม่ อันเป็นข้อกำหนดที่พัฒนาด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อให้การพัฒนาแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนาที่เริ่มต้นด้วยการร่วมคิดที่หลากหลายทุกภาคส่วน เป็นกระบวนการพัฒนาที่โปร่งใสเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อแม่น้ำเจ้าพระยาของทุกคนแม่น้ำที่ดำรงคุณค่าและนำประโยชน์สุขมาสู่ประชาชนชุมชนด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

             ทั้งหมดจึงเป็นข้อท้วงติงจากภาคประชาชนที่สะท้อนตรงไปถึงภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องนำไป “ฟัง” และพิจารณาถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นให้ตกผลึกเพื่อให้โครงการนี้อยู่บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายอย่างแท้จริง

 


           

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง