ข่าว

‘8มือโพสต์’วืดประกันตัวนอนคุกยาว

‘8มือโพสต์’วืดประกันตัวนอนคุกยาว
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

‘8มือโพสต์’วืดประกันตัวนอนคุกยาว เหตุโพสต์ป่วนประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ยันหลักฐานยังไม่ถึง‘จตุพร-สมบัติ’ ด้าน ‘หมอประเวศ’วอนทุกฝ่ายต้องร่วมมือสร้างสันติสุข

             29เม.ย.59 จากกรณีเมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา ทหารนำตัว น.ส.ณัฏฐิกา วรธัยวิชญ์ พร้อมด้วย นายนพเก้า คงสุวรรณ ,นายวรวิทย์ ศักดิ์สมุทรนันท์ หรืออ้วน, นายโยธิน มั่งคั่งสง่า หรือโย, นายธนวรรธน์ บูรณศิริ, นายศุภชัย สายบุตร หรือตั๋ม, นายหฤษฏ์ มหาทน และนายกัณสิทธิ์ ตั้งบุญธินา หรือ ที รวม 8 ราย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหาร ข้อหากระทำความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และผิดกฎหมายอาญา มาตรา 116 ยุยง ปลุกปั่นก่อให้เกิดความกระด้างกระเดื่องและวุ่นวายในสังคม มามอบให้กับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร.และพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป) ขณะที่ นายชัยธัช รัตนจันทร ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดีเดียวกันอยู่ในต่างประเทศ ก่อนที่ทั้งหมดจะถูกคุมตัวไปฝากขังที่ศาลทหารกรุงเทพ

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ทางศาลทหารได้ตรวจคำร้องขอฝากขัง และเอกสารประกอบคำร้องเห็นว่า ผู้ต้องหาทั้ง 8 คน มีการกระทำในลักษณะเป็นขบวนการ พฤติการณ์แห่งคดีจึงร้ายแรง ประกอบกับ ผู้ร้องคัดค้านการขอปล่อยตัวชั่วคราว จึงไม่อนุญาตให้ผู้ต้องหา 1-8 ได้รับการประกันตัว
   
             ขณะที่นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า ศาลให้เหตุผลคือทั้ง 8 คนมีพฤติการณ์ร้ายแรงประกอบกับผู้ร้องหรือพนักงานสอบสวนได้ยื่นคัดค้านการประกันตัว
  

ยันหลักฐานยังไม่ถึง“จตุพร-สมบัติ”

             อย่างไรก็ตามมีรายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับแผนผังการแสดงหน้าที่ของกลุ่มขบวนการดังกล่าวนั้น ทางทหารเป็นผู้จัดทำ โดยรวบรวมข้อมูลจากสายข่าวและข้อมูลที่เฝ้าระวังตามเพจเฟซบุ๊ค หรือสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ อย่างไรก็ตามในผังระบุว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. และ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด จ้างให้ น.ส.ณัฏฐิกา ดูแลเพจให้ ซึ่งเป็น 2 ใน 6 เพจ ที่น.ส.ณัฏฐิกาดูแล และร่วมเป็นแอดมินอยู่ แต่เบื้องต้นพบการกระทำความผิดผ่านเพจ “เรารักพล.อ.ประยุทธ์” จึงไม่เกี่ยวกับเพจอื่นๆ ดังนั้นนายจตุพร และนายสมบัติจึงยังไม่ถูกตั้งข้อหาใดๆ เนื่องจากพยานหลักฐานยังไม่พบว่าทั้งสองร่วมกระทำความผิดในเพจดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ผังดังกล่าวยังไม่ถึงขั้นเป็นผังล้มสถาบันเบื้องสูงอย่างที่หลายคนตั้งข้อสังเกตแต่อย่างใด ถึงแม้จะพบว่า น.ส.ณัฏฐิกา และ นายหฤษฏ์ จะถูกตั้งข้อหา หมิ่นสถาบันฯ ตาม ม.112 เพิ่มก็ตาม ซึ่งข้อหาเพิ่มดังกล่าวขณะนี้อยู่ระหว่างขอศาลทหารอนุมัติออกหมายจับ

             ขณะเดียวกันในส่วนทนายที่อ้างว่าเป็นทนายฝั่งผู้ต้องหา และถูกเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจกีดกันไม่ให้ร่วมฟังการสอบปากคำผู้ต้องหานั้น รายงานข่าวจากตำรวจยืนยันว่า ไม่ได้ปิดกั้นหรือกีดกันใดๆ แต่ก่อนหน้านั้นตำรวจได้ประสานขอทนายจากสภาทนายความมาแล้ว ซึ่งภายหลังเมื่อทางญาติผู้ต้องหาเดินทางมาพร้อมทนายอีกกลุ่มหนึ่ง ตำรวจได้ถามความสมัครใจแล้ว พบว่า ผู้ต้องทุกคนยืนยันว่าจะใช้ทนายของสภาทนายความ ดังนั้นทุกอย่างจึงเป็นไปตามความยินยอมและสมัครใจของผู้ต้องหาทั้งสิ้น ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้บังคับหรือขู่เข็ญใดๆ โดยมีหลักฐานเป็นเอกสารลงลายมือชื่อยินยอมรับทนายจากสภาทนายความอีกด้วย

 

‘หมอประเวศ’วอนทุกฝ่ายต้องร่วมมือสร้างสันติสุข

              ที่ห้องออดิทอเรียม โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ คณะนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสันติสุข (สสสส.) รุ่นที่ 6 หรือ 4ส6 ของสถาบันพระปกเกล้า จัดงานเพื่อเสนอรายงานการศึกษาสันติสุขเกิดได้ภายใต้ความแตกต่าง และแสดงละครเวที เรื่อง “สถานีปลายทาง :เดอะ ลาสท์ สเตชั่น” โดยมีนักศึกษาหลักสูตรดังกล่าว ซึ่งถือเป็นตัวแทนทางความคิดของกลุ่มที่มีทัศนคติทางการเมืองที่แตกต่างกัน อาทิ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนำกลุ่มคนวันอาทิตย์สีแดง, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย สมาชิกกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ,​ นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) , นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งเคยร่วมเคลื่อนไหวในนามสมาชิกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.), นางพะเยาว์ อัคฮาด ผู้สูญเสียบุตรสาวจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง และเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลเผด็จการ, นายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์, เป็นผู้ร่วมแสดง ทั้งนี้งานในวันที่ 29 เม.ย. เป็นการจัดกิจกรรมเป็นวันแรก และการแสดงละครเวทีเป็นรอบพิเศษ ซึ่งได้รับความสนใจจากบุคคลสำคัญเข้าร่วมงาน อาทิ หม่อมหลวง ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ, นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส, นายคณิต ณ นคร อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ, นายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า รวมถึงสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ​ อย่างไรก็ตามการนำเสนอรายงานการศึกษาของ นักศึกษา 4ส6 ดังกล่าวจะจัดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 30 เม.ย. โดยการแสดงจะจัดอีก 2 รอบ เวลา 14.00น. และ 18.00 น.
        
              โดยก่อนการนำเสนอกิจกรรม นพ.ประเวศ ฐานะประธานกรรมการที่ปรึกษาบริหารหลักสูตรสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า กล่าวเปิดงานตอนหนึ่ง ว่า ปัจจัยที่จะทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข คือ ความเป็นธรรม ความถูกต้องทุกมิติ ซึ่งการสร้างสังคมให้สันติสุขได้ ไม่ใช่เกิดได้เพราะคนใดคนหนึ่ง หรือมีวีรบุรุษ เพราะมีสิ่งที่เป็นความซับซ้อนอย่างหลายมติ ดังนั้นต้องให้ภาคประชาสังคมทั้งหมดร่วมมือกัน และร่วมสร้าง เมื่อยุทธศาสตร์เพื่อสันติสุข ด้วยการมีผู้นำที่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคนอีกหลายๆ คนได้ ตนมองว่าการสร้างสันติสุข จะใช้วิธีแบบเดิม ด้วยอำนาจรัฐ อำนาจเงินไม่ได้ แต่ต้องใช้การเรียนรู้ร่วมกันในสถานการณ์จริงด้วยการปฏิบัติจริง โดยหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุขจึงเป็นจุดเริ่ม ที่ให้มนุษย์เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน ไม่มีอคติ เพื่อเป็นเครื่องมือที่ฝ่าความยากไปสู่ความสำเร็จ
        
              “ผมขอฝากไปยังคนทั่วประเทศด้วย เพราะหลายคนยังไม่รู้ว่า สิ่งที่เกิดนี้ต่างจากสังคมโบราณ ที่พระมหากษัตริย์ยกทัพไปปราบผู้รุกราร แต่ปัจจุบันเราไม่รู้ว่าศัตรูคือใคร ดังนั้นต้องใช้การเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน ได้แก่ เคารพศักดิ์ศรี และคุณค่าความเป็นคนของคนทุกคนอย่างเท่าเทียม, ออกจากมายาคติที่เคารพความรู้ในตำรา มาเป็นเคารพความรู้ในตัวบุคคล เพื่อให้คนทุกคนมีเกียรติ เพราะบุคคลต่างมีความรู้และประสบการณ์จากการใช้ชีวิต, มีความเอื้ออาทรต่อกัน, มีความเปิดเผยและจริงใจต่อกัน เพื่อนำไปสู่การเชื่อถือ และไว้วางใจกัน ทั้งนี้สังคมที่ขัดแย้งรุนแรง เพราะขาดความเชื่อถือไว้วางใจ, การรวมตัวที่เป็นพลังความสามัคคี และพลังทางสังคม, เกิดนวัตกรรมการรเรียนรู้ร่วมกันที่นำไปสู่ความสำเร็จและความสุข” นพ.ประเวศ กล่าว
    
              จากนั้นเป็นการนำเสนอรายงานและแสดงละครเวที เรื่อง “สถานีปลายทาง : เดอะ ลาสท์ สเตชั่น” ซึ่งใช้เวลาแสดงประมาณ 40 นาที มีเนื้อหาที่สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของคนในสังคม ที่ร่วมเดินทางด้วยระไฟขบวนเดียวกัน โดยช่วงของการเดินทางนั้นมีปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ้นแต่ด้วยการร่วมมือร่วมใจผู้โดยสารและขบวนรถไฟสามารถไปถึงสถานีปลายทาง คือ สันติสุข ได้ โดยเจตนารมณ์ของละครดังกล่าวเป็นบทสรุปย่อของรายงานการศึกษาสันติสุขเกิดได้ภายใต้ความแตกต่าง โดยขบวน รถไฟ เปรียบเหมือนประเทศไทย, รางรถไฟ เปรียบเหมือนธรรมาภิบาลที่ใช้ในการปกครอง และผู้โดยสารคือตัวแทนคนไทยที่มีแนวคิด ความเห็นและทัศนคติทางการเมืองที่แตกต่างกัน


   
คสช.ยันเดินหน้า“ประชามติรธน.”

              แหล่งข่าวระดับสูงจาก คสช. ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช จะทำทุกวิธีทางเพื่อให้มีการลงประชามติรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ แม้ว่า จะมีกลุ่มผู้คัดค้านรัฐธรรมนูญ ออกมาเคลื่อนไหวเป็นจำนวนมาก

              “สถานการณ์การเมืองค่อนข้างที่จะเปราะบาง มีการเล่นเกมการเมืองมากขึ้น ทั้ง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย นักวิชาการ พลเมืองโต้กลับ ร่วมไปถึงกลุ่มนักศึกษาที่ไม่เอาเผด็จการ ที่สำคัญคือกลุ่มต่างชาติ จ้องที่จะเข้ามาแทรกแซงมากขึ้น โดยพยายามกดดันในช่องทางต่าง ๆ ทั้งการทูต หรือ แม้แต่การจ้างล็อบบี้ยีสต์ให้ข้อมูลที่บิดเบือน” ” แหล่งข่าว จากคสช. ระบุ

              แหล่งข่าวจาก คสช. ยังย้ำด้วยว่า นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช. จะไม่ใช้มาตรา 44 ในการแก้ไขปัญหาความวุ่นวายของบ้านเมืองด้วยการยกเลิกการทำประชามติรัฐธรรมนูญ เข้า ครม.เพื่อพิจารณาไม่ลงประชามติ เพราะรัฐบาล และ คสช.ไม่อยากทำอะไรที่ฝืนต่อความรู้สึกของสังคมในส่วนรวม แต่จะอยู่ในกรอบและขอบเขตกฎหมายในหลักการของความเป็นสากล ดังนั้นประชามติจะต้องได้รับพิจารณาจากประชาชนไม่ควรจะมีอะไรที่ทำให้ไม่เกิดประชามติ


“สุรชัย”แจงแนวทางปชส.คำถามพ่วงประชามติ


              ที่ห้องประชุมรัฐสภา คณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษาเสนอแนะและรวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นประธาน ได้ชี้แจงแนวทางวิธีการในการประชาสัมพันธ์เพื่อทำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสาระสำคัญของประเด็นคำถามพ่วงประชามติแก่สมาชิก สนช.
 
              นายสุรชัย กล่าวว่า กรรมาธิการฯได้เตรียมทำรูปแบบการชี้แจงการตั้งคำถามพ่วงประชามติแล้ว โดยได้จัดทำสาระสำคัญมีรายละเอียดว่า ทำไมต้องมีคำถามเพิ่มเติม 1.เพราะนายกฯคือหัวหน้าทีมที่ทำให้การปฏิรูปประเทศประสบผลสำเร็จ 2.เพราะตามยุทธศาสตร์ชาติต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปีจึงจะวางรากฐานการปฏิรูปประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ชาติมั่นคง เศรษฐกิจมั่งคั่งยั่งยืน ประเทศมีความสงบ ปรองดอง 3.เพราะรัฐสภาประกอบด้วย ส.ส.และส.ว. ซึ่งทำหน้าที่กำกับให้มีการปฏิรูปประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ
 
              นายสุรชัย กล่าวว่า คำถามเพิ่มเติม ถามว่าอะไร นั้นเป็นคำถามที่สนช.มีมติไปแล้ว คือ “ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ให้ที่ประชุมร่วมกันของ รัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ” และอธิบายเหตุผลที่ต้องมีคำถามเพิ่มเติมเพราะ1.รัฐ ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)พ.ศ. 2557 กำหนดให้สภานิติบัญญัติแห่ชาติตั้งคำถามเพิ่มเติมในการลงประชามติได้หนึ่งคำ ถาม 2.สภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้เสนอประเด็นคำถามให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พิจารณา และสภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติเห็นควรตั้งคำถามเพิ่มเติม ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)พ.ศ. 25573.เพื่อให้มีกลไกในการดูแลการปฏิรูปประเทศอย่างต่อเนื่องในช่วงเปลี่ยนผ่านระยะ 5 ปี
 
              นายสุรชัย กล่าวว่า สำหรับสาระสำคัญของคำถามเพิ่มเติมคืออะไร ก็คือ แก้ไขบทเฉพาะกาลให้ส.ว.ชุดแรกตามบทเฉพาะกาลที่ทำหน้าที่กำกับการปฏิรูปตาม ยุทธศาสตร์ชาติ ร่วมประชุมกับส.ส.เป็นผู้เห็นชอบการแต่งตั้งนายกฯเพื่อเป็นหลักประกันให้แก่ สังคมในช่วงเปลี่ยนผ่านในระยะ 5 ปีแรก ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอย่างต่อเนื่องตามยุทธศาสตร์ชาติ
 
              นายสุรชัย กล่าวว่า ส่วนการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ประเด็นคำถามเพิ่มเติมนั้นทางคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)ได้แบ่งกลุ่มจังหวัดออกเป็น 9 กลุ่มจังหวัด ซึ่งได้เปิดให้สมาชิกได้แจ้งความจำนงว่าจะไปชี้แจงในกลุ่มจังหวัด ซึ่งแต่ละกลุ่มก็จะมีสนช.ที่เป็นผู้ประสานงาน ตามรายละเอียดดังนี้ คือ 1.กลุ่มจังหวัดลพบุรี จำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ลพบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี และสระบุรี ผู้ประสานงานคือพล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ 2.กลุ่ม จังหวัดชลบุรี จำนวน 9 จังหวัดได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก และสมุทรปราการ ผู้ประสานงาน พล.ร.อ.ยุทธนา ฟักผลงาม 3.กลุ่ม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 8 จังหวัดได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี และสุพรรณบุรี ผู้ประสาน นายธานี อ่อนละเอียด 4.กลุ่ม จังหวัดอุดรธานี จำนวน 10 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ เลย นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ขอนแก่น และกาฬสินธุ์ ผู้ประสานงาน รศ.ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน
 
              นายสุรชัย กล่าวว่า 5.กลุ่มจังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 10 จังหวัดได้แก่ บุรีรัมย์ นครราชสีมา สุรินทร์ ชัยภูมิ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ยโสธร ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม ผู้ประสานงาน คือนายชาญวิทย์ วสยางกูร 6.กลุ่ม จังหวัดภูเก็ต จำนวน 7 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต พังงา ระนอง กระบี่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ผู้ประสานงาน คือ พล.ร.อ.ชุมนุม อาจวงษ์ 7.กลุ่ม จังหวัดสงขลา จำนวน 7 จังหวัดได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พัทลุง และตรัง ผู้ประสานงานคือ นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล 8.กลุ่ม จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 8 จังหวัด ได้แก่เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน ผู้ประสานงานคือ นายกล้าณรงค์ จันทึก 9.กลุ่ม จังหวัดพิษณุโลก จำนวน 9 จังหวัดได้แก่ พิษณุโลก ตาก สุโขทัย เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ และอุทัยธานี ผู้ประสานงาน คือพล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร
 
              นายสุรชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีเวทีที่เป็นของ สนช.โดยเฉพาะ ที่ผ่านโครงการต่างๆที่มีอยู่ของ สนช. โดยไม่ได้ทำโครงการใหม่ เพื่อไม่รบกวนงบประมาณของแผ่นดินเพิ่มเติม อาทิ โครงการสนช.พบประชาชน โครงการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตย โครงการประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ที่มีการจัดสรรงบประมาณไว้อยู่ และได้กระทำต่อเนื่องมาหลาย. โดยจะมีการปรับรูปแบบเพื่อให้เวลาให้สมาชิกสนช.ได้ชี้แจงประเด็นคำถามเพิ่มเติม โดยในช่วง เดือนพ.ค. มิ.ย. และ ก.ค.จะเป็นช่วงที่สนช.จะต้องทำงานหนักในการลงพื้นที่ นอกจากนี้ยังจะประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อที่มีอยู่ในมือ คือ สถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา และสื่อพันธมิตร อาทิ ช่อง 5 7 11 และ สมาคมเคเบิลทีวี รวมไปถึงสื่อสิ่งพิมพ์ด้วย ทั้งนี้คณะกรรมาธิการฯจะมีการประชุมในวันที่ 3 พ.ค.นี้เพื่อสรุปรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
 ประชามติจะผ่านหรือไม่ผ่าน คะแนนยังสูสี ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตอนนั้น แต่หากการทำประชามติไม่ผ่าน ทางออกของรัฐบาล และ คสช. อาจจะใช้มาตรา 44 ในการเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาเองเลย โดยแนวโน้มอาจจะมีการหยิบรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 มาเป็นแนวทางในการจัดทำ ” แหล่งข่าว จาก คสช. ระบุ
 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง