
กทม.-ปากน้ำโพ จัดเรือพายชิงแชมป์ประเทศไทย
สมาคมเรือพายแห่งประเทศไทย ร่วมกับ กทม.และ "ปากน้ำโพ" นครสวรรค์ ระเบิดศึกชิงเจ้าสายน้ำเรือยาวชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 7 จำนวน 2 สนาม ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 4 ล้านบาท สนามที่ปากน้ำโพ แข่งที่บึงบอระเพ็ด 14-15 พฤศจิกายน ส่วนที่เมืองหลวงชิงชัยที่สะพานพระราม 8
พล.ร.อ.นิพนธ์ จักษุดุลย์ นายกสมาคมเรือพายแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมเรือพาย ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร สมาคมกีฬากรุงเทพมหานคร และองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ จัดการแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 7 ประจำปี 2552 เพื่อส่งเสริมพัฒนาเรือยาวประเพณี กีฬาชาวบ้าน ให้แพร่หลาย มีมาตรฐานการแข่งขันที่ดียิ่งขึ้นและเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระราชจักรีวงศ์ ในปีนี้กำหนดการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยทั้ง 3 ประเภท ประกอบด้วย เรือยาวใหญ่ 55 ฝีพาย เรือยาวกลาง 40 ฝีพาย และเรือยาวเล็ก 30 ฝีพาย แบ่งออกเป็น 2 สนาม คือ การแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย สนามที่ 1 บึงบอระเพ็ด (น้ำนิ่ง ) จ.นครสวรรค์ ระหว่างวันที่ 14-15 พฤศจิกายน โดยมี อบจ.นครสวรรค์ เป็นเจ้าภาพหลัก ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 1,200,000 บาท และการแข่งขันเรือยาวประเพณีสืบสานตำนานเจ้าพระยา ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย สนามที่ 2 ณ แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสะพานพระราม 8 ระหว่างวันที่ 12-13 ธันวาคม กรุงเทพมหานครและสมาคมกีฬากรุงเทพมหานคร เป็นเจ้าภาพ ชิงเงินรางวัลรวม 2,800,000 บาท
นายขวัญทอง สอนศิริ กรรมการบริหารสมาคมเรือพาย กล่าวว่า เพื่อให้การพิจารณาคัดเลือกเรือยาวประเพณีเข้าร่วมแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 7 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยบริสุทธิ์และยุติธรรม จึงกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกเรือยาวประเพณี การแข่งขันเรือยาวประเพณี ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 7 ประจำปี 2552 ตลอดจนกรอบแนวทาง ขั้นตอน วิธีการปฏิบัติ ดังนี้ 1.ทีมเรือที่มีความประสงค์และความพร้อมที่จะเข้าร่วมการแข่งขันต้องการแสดงเจตนารมณ์และส่งใบสมัครเพื่อเข้ารับการพิจาณาคัดเลือกได้ที่สมาคมเรือพาย ภายในวันที่ 10 กันยายน 2.คณะกรรมการติดตามผลงานการแข่งขัน ความพร้อมและพัฒนาการของทีมเรือสมัครเข้ารับการพิจารณาคัดเลือกในสนามแข่งขันต่างๆ ตามกลุ่มสัดส่วน 6 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 เรือภาคเหนือ-ภาคกลางตอนบน กลุ่มที่ 2 เรือภาคกลาง-ภาคตะวันออก กลุ่มที่ 3 เรือภาคอีสาน กลุ่มที่ 4 เรือภาคใต้ กลุ่มที่ 5 กลุ่มลักษณะเฉพาะทางวัฒนธรรม จ.น่าน และกลุ่มที่ 6 เจ้าภาพจัดการแข่งขัน 3.ทีมเรือสรุปผลการแข่งขันส่งเฉพาะสนามชิงถ้วยพระราชทานเท่านั้น คือ ชนะเลิศถ้วยพระราชทาน ได้ 9 คะแนน และ 7, 6, 5 คะแนน ตามลำดับ 1-4 ของประเภทเรือยาว ก และได้ 5 คะแนน และ 3, 2, 1 คะแนน ตามลำดับ 1-4 ของเรือ ก 2 (กลุ่มผู้แพ้ในรอบแรก หรือรอบ 2 เรือ ก 8 ลำสุดท้าย) เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ และความพร้อมภายในวันที่ 20 ตุลาคม
ส่วนกรณีเรือเฉพาะกิจที่ใช้ฝีพายทีมเรืออื่นลงพายแข่งขันจนมีผลการแข่งขันเป็นครั้งๆ ไป ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาทีมเรือที่ชนะเลิศและรองชนะเลิศอันดับ 1 ชิงชนะเลิศประเทศไทยในปีที่ผ่านมา จะได้คะแนนพิเศษเพิ่ม 10 และ 7 คะแนน จากปกติ และ 4.คณะกรรมการสรุปผลการพิจารณาจัดลำดับตามเกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน ประกาศผลการพิจารณา คัดเลือกเรือยาวประเพณี วันที่ 24 ตุลาคม และประกาศผลการพิจารณาคัดเลือกเรือทั้ง 3 ประเภท จาก 6 กลุ่มสัดส่วน จำนวน 36 ลำ วันที่ 25 ตุลาคมนี้ โดยทีมที่สนใจเข้าร่วมแข่งขันติดต่อขอใบสมัครได้ที่สมาคมเรือพายแห่งประเทศไทย 0-2369-1511 หรือที่ www. rcat.or.th หรือ www.siamnava.com



