ข่าว

คดีคาร์เมนบรรทัดฐานกฎหมายอุ้มบุญ

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

คดีคาร์เมนบรรทัดฐานกฎหมายอุ้มบุญ : รายการ คม ชัด ลึก

           คดีน้องคาร์เมน ที่ยืดเยื้อมา 1 ปี ในที่สุดก็ได้ข้อสรุป จากคำพิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ให้น้องคาร์เมน วัย 1 ปี 3 เดือน ที่เกิดจากการอุ้มบุญ เป็นบุตรโดยชอบธรรมของคู่รักที่เป็นคู่รักร่วมเพศชาวต่างชาติ

           ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา กล่าวว่า ถ้ามองในแง่ของความเป็นครอบครัว บนพื้นฐานความเป็นมนุษย์แล้ว ไม่ถือว่า เหนือความคาดหมาย ไม่ผิดปกติอะไร

           ขณะนี้สังคมเปลี่ยนไปแล้ว สมัยก่อน คนที่เป็นเพศทางเลือก เป็นที่น่ารังเกียจ

           ปัจจุบันจะเห็นได้ว่า กลุ่มเพศทางเลือก เขามีสิทธิ์มีเสียง คือ ความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของการเคารพสิทธิของบุคคลมีมากขึ้น ก็มีการยอมรับเรื่องพวก คงไม่มีใครอยากเป็นอย่างนั้น ถือเป็นพฤติกรรมของเขา ซึ่งขณะนี้เราจะเห็นปรากฏในสื่อสารมวลชนก็เยอะ เพียงแต่ยังไม่ปรากฏในทางอื่นมาก เช่น การเป็นทหาร การเป็นนักการเมือง มีน้อยอยู่ แต่ก็ยังมีที่เรียกว่า อีแอบ ซึ่งต่อไปคำนี้จะไม่ใช้อีกแล้ว การที่ศาลนำเรื่องนี้มาวินิจฉัยเพราะความเจริญก้าวหน้า ก็โอเค

           ประการที่ 2 การตั้งครรภ์ ปัจจุบันทำได้ โดยใช้คนอื่นเป็นตัวช่วย ซึ่งก็เป็นที่ยอมรับกันแล้ว

           ที่เราไม่ยอมรับ ในมนุษย์ก็มีอย่างเดียวคือเรื่อง โคลนนิ่ง

           การอุ้มบุญนั้นต้องเป็นไปตามเงื่อนไขตามกฎหมาย ได้แก่ 1.สามีภรรยาที่ประสงค์จะอุ้มบุญต้องเป็นสามีภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมายและมีสัญชาติไทย ซึ่งภรรยาไม่อาจตั้งครรภ์... 2.ในกรณีที่สามีหรือภรรยามิได้มีสัญชาติไทยต้องมีการจดทะเบียนสมรสกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี

           3.หญิงที่รับตั้งครรภ์แทน ต้องเป็นญาติสืบสายโลหิตของสามีหรือภรรยา 4.หญิงที่รับตั้งครรภ์แทนต้องเคยมีบุตรมาก่อนแล้วเท่านั้น 5.ถ้าหญิงที่รับตั้งครรภ์แทนมีสามีโดยชอบหรือมีสามีที่อยู่กินฉันสามีภรรยา ต้องได้รับความยินยอมจากสามีนั้นด้วย 6.ห้ามใช้ไข่ของหญิงที่รับตั้งครรภ์แทน 7.เด็กนั้นเป็นบุตรโดยชอบของสามีภรรยาซึ่งประสงค์จะมีบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย แม้สามีหรือภรรยานั้นจะตายไปก่อนเด็กเกิด 8.ส่วนชายหรือหญิงที่บริจาคอสุจิหรือไข่ซึ่งนํามาใช้ปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนเพื่อการตั้งครรภ์หรือผู้บริจาคตัวอ่อน และเด็กที่เกิดจากอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อนที่บริจาคดังกล่าว ไม่มีสิทธิและหน้าที่ระหว่างกันตามกฎหมาย

           ทั้งนี้ กฎหมายไม่ได้เปิดโอกาสให้มีการรับตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า (ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกสิบปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท) และห้ามมิให้มีคนกลาง หรือนายหน้าเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทนเพื่อชี้ช่องหรือจัดการให้มีการตั้งครรภ์แทน อีกทั้งห้ามโฆษณาเกี่ยวกับการรับตั้งครรภ์แทน (ฝ่าฝืนจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท) การกระทำการที่ฝ่าฝืนดังกล่าวนั้นมีโทษตามที่กฎหมายกำหนด

           นอกจากนี้ หากเด็กเกิดมาแล้วพิการ ห้ามปฏิเสธที่จะไม่รับเป็นบุตร กฎหมายฉบับนี้ ทำเพื่อความต้องการมีบุตรจริงๆ

           การที่นำเชื้อคนอื่น ไข่คนอื่นมาฝาก ก็ต้องดูว่า สามี ภรรยา ที่ชอบด้วยกฎหมาย ที่เขาไม่มีลูก แล้วนำเชื้อ เอาไข่คนอื่นมา ก็ถือว่า สองคนนี้เป็นพ่อแม่โดยชอบด้วยกฎหมาย

           การอุ้มบุญที่เกิดขึ้นก่อนจะมีกฎหมายในปี 2558 อย่างกรณีน้องคาร์เมน ศาลพิจารณาเป็นเรื่องๆ ไป การที่ฝากไว้ พ่อเป็นชายที่เป็นเพศทางเลือก และมีคู่ที่เป็นเพศทางเลือกเช่นเดียวกัน แน่นอนว่า เขาจะต้องใช้ไข่ของคนอื่น เมื่อผสมกันแล้วก็นำไปฝากไว้ในครรภ์ของผู้หญิงที่รับอุ้มบุญ (จำเลย) จะเห็นได้ว่า อันดับแรก ไม่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย

           จะเห็นได้ว่า กฎหมายนี้ยอมรับการอุ้มบุญ แม้มีมาก่อน เปิดช่องให้ศาลพิจารณาเอง

           ต่อมาก็มีการวินิจฉัยว่า ใครเป็นพ่อแม่ที่ชอบด้วยกฎหมายของเด็ก ระหว่างคนให้อสุจิ คนให้ไข่ คนที่รับฝาก ซึ่งศาลก็พิจารณา เชื้ออสุจิเป็นของพ่อชาวต่างชาติ แต่ไข่ไม่รู้เป็นของใคร เพราะตรงนี้มีการปกปิดผู้บริจาค ซึ่งในทางการแพทย์ก็นำอสุจิกับไข่มาผสมเทียมแล้วไปฝากในครรภ์ของแม่อุ้มบุญที่เป็นจำเลย ดังนั้น ศาลก็สรุปว่า ฝ่ายโจทก์เป็นพ่อของคาร์เมน

           นภา เศรษฐกร อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าวว่า จากคำพิพากษากรณีน้องคาร์เมน เป็นการพิจารณาเป็นไปตามบทเฉพาะกาล พิจารณาเป็นรายๆ ไป ทั้งนี้ ศาลจะดูผลประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นที่ตั้ง

           ก่อนที่ศาลจะพิจารณาก็มีข้อมูลจากทีมสหวิชาชีพ ที่เข้าไปเยี่ยม และ ประเมินการดูแลน้องคาร์เมนโดยคุณพ่อที่อยู่ในไทย ก็พบว่า ระยะเวลาที่ดูแลนั้น สามารถดูแลลูกได้อย่างเหมาะสม

           สำหรับคดีที่เกิดขึ้นก่อนที่จะมีกฎหมายนั้น ผู้พิพากษาก็สามารถนำบทเฉพาะกาลมาใช้ได้

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง