ข่าว

‘โหนดทิ้ง’แบรนด์ไทยเทียบอินเตอร์!

‘โหนดทิ้ง’แบรนด์ไทยเทียบอินเตอร์!
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

‘โหนดทิ้ง’แบรนด์ไทยเทียบอินเตอร์! : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยธานี กุลแพทย์

               ผลิตภัณฑ์จากใยตาลโหมดเครื่องใช้ เครื่องแต่งกาย แบรนด์ “โหนดทิ้ง” ในยุคการบริหารงานของชายหนุ่มขาร็อกวัย 29 ปี "ปิง" พีระศักดิ์ หนูเพชร เจนเนเรชั่น 2 นับว่าได้รับความนิยมไม่น้อย กระแสการอนุรักษ์ บวกไอเดียการสร้างสรรค์ผลงานอันประณีต วิจิตรบรรจงด้วยสมองสองมือที่มีต่อเนื่อง ทั้งการันตีทุกชิ้นงานคุณภาพเกินร้อย ภายใต้คอนเซ็ปต์สตอรี่ “หนึ่งเดียวในโลก” ยกระดับให้อีกหนึ่งแบรนด์ไทยก้าวไกลสู่สากล

               แม้การถักทอใยตาลจากตาลโตนดสู่หลากผลิตภัณฑ์อันเป็นที่มาของแบรนด์ “โหนดทิ้ง” หัตถกรรมขึ้นชื่อของเมืองสงขลา จะเกิดเป็นรูปธรรมในรุ่นของคุณแม่ นางเสิญศิริ หนูเพชร ครูช่างศิลปหัตถกรรมปี 2554 ของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) ในปี 2546 ซึ่งเป็นช่วงที่ภาครัฐได้ส่งเสริมงานหัตถกรรมชุมชน (โอท็อป) ผลิตภัณฑ์จึงได้พัฒนาเรื่อยมาเกือบทศวรรษ ทว่า การดำเนินการเป็นไปในลักษณะเรียบง่าย ไม่หวือหวา ทั้งรูปแบบสินค้า การทำตลาด

               ต่อเมื่อปี 2555 ลูกชาย “ปิง” พีระศักดิ์ หนูเพชร บัณทิตหนุ่มศิลปกรรมศาสตร์ เอกดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ศิลปินอินดี้เจ้าของซิงเกิ้ลเดี่ยวในยูทูบ พร้อมแฟนสาว “ใหม่” ปิยธิดา รุ่งสุวรรณ เข้ามารับช่วงกิจการต่อ ทั้งคู่ได้ใช้สรรพกำลังไอเดียที่มีทุกกระบวนท่าช่วยกันพัฒนาแบรนด์ให้คงอยู่ต่อไป หลังมีท่าทีว่าจะสะดุดหยุดลง เพราะความศิวิไลซ์ในทุกด้านที่ถาโถมเข้ามา

               ตามประสาวัยรุ่น บวกไลฟ์สไตล์เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดแตกต่าง ทว่า ต้องมารับช่วงงานต่อจากรุ่นแม่ หนุ่มปิงยอมรับว่า เหตุผลที่หนีไม่ออกก็คือ ไม่อยากเห็นชาวบ้านนับร้อยๆ คนที่เคยร่วมสร้างงาน ต้องไปประกอบอาชีพอื่นทั้งที่คนกลุ่มนี้เป็นบุคลากรที่เชี่ยวชาญ ชำนาญด้านถักทอมานับสิบปี

               อีกทั้งต้องการพัฒนาแบรนด์ของครอบครัวให้คงยืนหยัดอยู่ต่อไปในรุ่นของเขา ที่มองว่ายังมีโอกาส หากตั้งใจจริง อดทน ที่สำคัญรักษาไว้ซึ่งอัตลักษณ์กลุ่มหัตถกรรมโหนดทิ้ง (NODETHING) ในฐานะกลุ่มเดียวของประเทศไทยที่แปรรูปใยตาลเป็นผลิตภัณฑ์ โดยการส่งเสริมของสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสงขลา อุตสาหกรรมจังหวัด และภาครัฐอีกหลายหน่วยงาน

               โดยหนุ่มปิงย้อนให้ฟังถึงที่มาของหัตถกรรมจากใยตาลโตนดว่า ตนเองเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2 โดยมีรุ่นแม่ผู้เปิดโลกทัศน์การแปรรูปงานหัตถกรรมใยตาลอย่างจริงจัง พร้อมตั้งกลุ่มสรรค์สร้างผลงานหลากหัตถกรรม อาทิ กระเป๋า หมวก กล่องระดาษ ที่รองจาน ของชำร่วย แบรนด์ “โหนดทิ้ง” ที่มาจากคำ “โหนด” แปลว่า ต้นตาลโตนด ผสมคำว่า “ทิ้ง” คือของเหลือทิ้งนำมาเพิ่มมูลค่า ทั้งสอดคล้องกับชื่อของตำบลด้วย

               การผลิตในยุคของเขานั้น แม้จะมีเครื่องมือเข้ามาช่วยถักทอ แต่แรงงานคนก็ยังเป็นหัวใจสำคัญของกลุ่มอยู่มาก ถึงขณะนี้มีสมาชิกกว่า 50 ชีวิต อีกทั้งเครือข่ายชุมชนอีกนับร้อยช่วยสร้างสรรค์ผลงาน มีหน่วยงานรัฐ เช่น พัฒนาชุมชนจังหวัดสงขลา อุตสาหกรรมจังหวัด เข้ามาช่วยเรื่องการผลิต การออกแบบ รวมถึงการส่งเสริมด้านการตลาด โดยเฉพาะโหมดการผลิตกระเป๋า ที่มีผลิตภัณฑ์ทั้งแบบสาน แบบทอกว่า 40 รายการ

               “ทุกชิ้นงานนอกจากจะมุ่งเน้นการผลิตที่ประณีต สวยงาม คุณภาพคงทนแล้ว เราจะมีรหัสเล่าเรื่องราวที่มาที่ไปบนผืนฐานการผลิตชิ้นเดียว ใบเดียว” หนุ่มปิงอธิบายถึงจุดขายอันเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แบรนด์

               อย่างยิ่งเสียงตอบรับจากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ถึงความแข็งแรงทนทานของเส้นใยตาลที่อยู่ได้นานนับสิบปี อีกทั้งข้อดีของเส้นใยที่ไม่เป็นเชื้อรา ทำให้หลายประเทศอนุญาตให้นำผลิตภัณฑ์จากเส้นใยตาลเข้าไปขายได้ อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย จีน ญี่ปุ่น อเมริกา และกลุ่มประเทศยุโรป จากช่องทางการตลาดออกบูธทั้งในและต่างประเทศ และผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก Facebook: Nodething และ www.nodething.com

               “เราแบ่งเป็น 2 ตลาด คือในประเทศและต่างประเทศ ในประเทศจะมุ่งกลุ่มเป้าหมายคนวัยทำงานเป็นหลัก ขณะที่ชิ้นงานเน้นประณีต สวยงาม คงทน โดยเฉพาะกระเป๋าถือออกงานกลางคืน หรือกระเป๋าใยตาลประกอบโลหะ ไดรับความนิยมมาก ส่วนตลาดต่างประเทศจะนิยมกระเป๋าใยตาลประกอบโครงไม้ตาล กระเป๋าใยตาลประกอบหนังแท้ และกระเป๋าใยตาลถัก” ใหม่ ผู้ดูแลด้านการตลาด กล่าวเสริม

               ปัจจุบันด้วยผลงานแต่ละชิ้นคุณภาพระดับสากล ความสวยงามที่ไม่เป็นรอง มีการพัฒนารูปแบบ มีดีไซน์ใหม่ๆ อยู่เสมอ ส่งให้แต่ละเดือนมีออเดอร์เฉพาะตลาดต่างประเทศอยู่ที่ 1,000 ชิ้น ในสนนราคาผลิตภัณฑ์ต่ำสุดอยู่ที่ 1,000 บาท และสูงสุด 10,000 บาท

               ด้วยค่าแรงงานที่ค่อนข้างสูง เพราะต้องใช้แรงงานที่มีฝีมือและมีความชำนาญเฉพาะทาง “ใหม่” ปิยะธิดา บอกว่า ทำให้เกณฑ์ราคาผลิตภัณฑ์สูงตามไปด้วย แต่เมื่อเทียบกับสินค้าต่างประเทศในมาตรฐานการผลิตเดียวกัน ของเราคุณภาพ ความคงทน ความสวยงาม ดีกว่า คุ้มค่ากว่า และราคาถูกกว่าแน่นอน ทั้งผลิตภัณฑ์การันตีผ่านมาตรฐานชุมชน (มผช.), รางวัลภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย หมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น, ผลิตภัณฑ์เด่น จ.สงขลา และรางวัลโอท็อป 5 ดาวระดับประเทศ

               ล่าสุด ผลิตภัณฑ์แบรนด์ “โหนดทิ้ง” เป็น 1 ใน 10 ผลิตภัณฑ์เอสเอ็มอี ที่รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้จัดตั้งคณะกรรมการพร้อมมอบหมายให้หาดีไซเนอร์ชื่อดังของประเทศเข้ามาช่วยพัฒนารูปแบบของสินค้าให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น บนพื้นฐานความเป็นสากล เพื่อผลักดันเป็นสินค้าส่งออกสร้างรายได้เข้าประเทศต่อไป

               ผลิตภัณฑ์จากเส้นใยตาลนับเป็นเสน่ห์งานหัตถกรรมไทยที่ครองใจคนไทยและต่างชาติได้ด้วยรูปลักษณ์และความเป็นธรรมชาติ อีกทั้งตอบรับกระแสการลดโลกร้อนที่รุนแรงในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี

ปฐมบท'โหนดทิ้ง'

               จากที่ภาคใต้บริเวณคาบสมุทรสทิงพระ โดยเฉพาะ อ.สทิงพระ จ.สงขลา มีต้นตาลโตนดเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเป็นจำนวนมาก ทำให้ชาวบ้านนำเอาส่วนตางๆ ของต้นตาลมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางและสืบต่อกันมา จนกลายมาเป็นวัฒนธรรมชาวบ้าน หรือที่เรียกกันว่า วัฒนธรรมตาลโตนด

               ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะการใช้ประโยชน์จากใยตาลและใบตาล ที่นำมาถักทอเป็นงานหัตถกรรมรูปแบบต่างๆ โดยในอดีตได้นำใยตาลมาทำเชือกผูกเรือและผูกวัว ทำเครื่องมือเครื่องใช้ เช่น เครื่องมือจับปลา ส่วนใบตาลนำมาทำกระเป๋า ฝาชีครอบอาหารกันแมลง

               ต่อเมื่อปี 2546 เป็นยุคเริ่มหัตถกรรมใยตาลที่ทำเพื่อการค้า ด้วยกลุ่มหัตกรรมใยตาลบ้านบ่อใหม่ นำโดย นางเสิญศิริ หนูเพชร ผลิตงานหัตถกรรมจากใยตาลหลากหลาย มุ่งโหมดเครื่องแต่งกายเพิ่มขึ้น ก่อนส่งต่อกิจการสู่บุตรชายสืบสานงานต่อในนามกลุ่มโหนดทิ้ง ตั้งอยู่ที่ 15 หมู่ 4 ต.จะทิ้งพระ อ.สทิงพระ จ.สงขลา ปัจจุบัน

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง