ข่าว

‘วัดธรรมกาย’เมินรับหมายเรียก‘ธัมมชโย’

‘วัดธรรมกาย’เมินรับหมายเรียก‘ธัมมชโย’
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ดีเอสไอบุกวัดธรรมกายส่งหมายเรียกครั้งที่ 3 ให้พระธัมมชโยมาพบในวันที่ 16 พ.ค. แต่วัดเมินรับ อ้างทนายไม่ให้รับ จึงแปะหมายไว้หน้าวัดห้ามแกะออก

            ความคืบหน้ากรณีศาลอาญายกคำร้องขอออกหมายจับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดธรรมการเนื่องจากเห็นว่า ไม่มีพฤติกรรมหลบหนี จากนั้นกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนเพื่อพิจารณานัดวันให้มารับทราบข้อกล่าวหาอีกครั้ง โดยล่าสุดกำหนดออกหมายเรียกครั้งที่ 3 ให้พระธัมมชโยมาพบในวันที่ 16 พ.ค.59 นี้

             เมือเวลา 09.00 น. วันที่ 27 เมษายน ที่วัดธรรมกาย นายจริทร์ สังขาว อายุ 33 ปี เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป สำนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม นำหมายเรียกครั้งที่ 3 เพื่อให้พระธัมมชโยมาพบในวันที่ 16 พ.ค.59 นี้ ทั้งนี้เมื่อเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเข้าไปในอาคารศรัทธาได้พบพระภิกษุสมชาย จิรธมโย จึงแจ้งความประสงค์ให้ทราบ แต่ไม่มีบุคคลใดยอมรับหมายเรียกผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่จึงต้องติดหมายเรียกไว้หน้าวัด

             จากนั้นจึงไปบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.คลองหลวงมีใจความว่า นายจริทร์เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป สำนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม มาเพื่อแจ้งว่า วันที่ 27 เม.ย.59 เวลาประมาณ 09.00 น.ได้นำหมายเรียกผู้ตองหาครั้งที่ 3 มาส่งให้กับพระเทพญาณมหามุณี (พระธัมมชโย) ตามหนังสือสำนักคดีการเงินและธนาคารที่ ยธ 0804/451 ส่งวันที่ 26 เม.59 เมื่อเข้าไปในอาคารศรัทธาพบพระภิกษุสมชาย จิรธมโย ได้แจ้งความประสงค์ให้ทราบ แต่ไม่มีบุคคลใดยอมรับหมายเรียกผู้ต้องหา โดยอ้างว่าทนายความไม่ให้รับหมายดังกล่าวผู้แจ้งจึงมาลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.คลองหลวง และจะเดินทางมาอีกครั้งเพื่อติดหมายเรียกผู้ต้องหา.

             พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า วันนี้ดีเอสไอได้ส่งหมายเรียกครั้งที่ 3 ให้พระธัมมชโยมารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 16 พ.ค.59 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมกรมสอบสวนคดีพิเศษ ชั้น 7 ซึ่งดีเอสไอ ไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปสอบสวนที่วัดพระธรรมกายอีก อย่างไรก็ตามยังไม่อยากคาดการณ์ล่วงหน้า แต่หากพระธัมมชโยไม่มาตามกำหนดก็จะทำตามขั้นตอนตามกฏหมายต่อไป เพราะดีเอสไอยึดกฎหมายเป็นหลัก

             เกี่ยวกับการดำเนินขอหมายจับยื่นต่อศาลของดีเอสไอนั้น มีรายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปภายในวัดพระธรรมกาย โดยแฝงตัวเป็นกลุ่มญาติธรรมภายพร้อมบันทึกคลิปวิดีโอขณะพระธัมมชโย เดินลงจากรถและเดินพบกับลูกศิษย์ที่มารอ โดยคลิปดังกล่าวมีความยาวประมาณ 1 นาทีครึ่ง มีภาพพระธัมมชโยเดินทักทายพูดคุยกับลูกศิษย์ ซึ่งเป็นอีกพยานหลักฐานที่ดีเอสไอเชื่อว่าพระธัมมชโย ไม่ได้ป่วยรุนแรง จึงนำไปสู่การพิจารณาขอหมายจับ

             ด้าน พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ดีเอสไอ นำหมายเรียกไปติดไว้ที่หน้าวัดพระธรรมกาย เนื่องจากส่งหมายเรียกไปให้พระธัมมชโยแล้ว แต่ทางวัดไม่ยอมรับ จึงต้องติดหมายเรียกไว้หน้าวัด โดยหมายเรียกดังกล่าวไม่สามารถแกะออกได้ เพราะเป็นหมายเรียกคดีอาญา หากทางวัดแกะออกและไม่ทำตามดีเอสไอก็มีวิธีที่จะไปขอศาล

             ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า คณะกรรมการได้เลื่อนการให้ปากคำ พระธัมมชโย ออกไปอีก 15 วันตามคำวินิจฉัยของศาล เป็นวันที่ 16 พ.ค.59 ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนเหมือนกับทุกๆคดี โดยศาลยุติธรรมพิจารณาเรื่องการเจ็บป่วย และไม่หลบหนี จึงยกคำร้อง ส่วนการเลื่อนนัดหมายเป็นวันที่ 16 พ.ค. แล้วพระธัมมชโย ยังไม่สามารถเดินทางมาได้นั้น ส่วนตัวไม่ทราบว่าดุลยพินิจการพิจารณาของคณะพนักงานสอบสวนจะออกมาเป็นอย่างไรเพราะเป็นหน้าที่ของคณะทำงาน

             ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อวันที่ 20 เม.ย. นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความวัดพระธรรมกาย เดินทางมากระทรวงยุติธรรมเพื่อขอความเป็นธรรมประเด็นอะไรบ้าง พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของการเลื่อนนัดหมายเรียกเข้าให้ปากคำพระธัมมชโย ซึ่งวันนั้นไม่อยู่เดินทางไปประชุมที่สหประชาชาติ ทางสำนักงานกระทรวงยุติธรรมจึงให้ทนายความวัดพระธรรมกายไปหาคณะพนักงานสอบสวนที่ดีเอสไอเพราะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ส่วนตัวไม่สามารถสั่งการได้อยู่แล้ว ส่วนที่นายสัมพันธ์ จะฟ้องกลับดีเอสไอขอให้ดำเนินการฟ้องมา เนื่องจากทุกคนมีสิทธิที่จะฟ้องได้ ไม่ได้ว่าอะไร ไม่ตอบโต้ และจะให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงด้วยตนเอง

             ขณะที่ นายสัมพันธ์ ทนายความของพระธัมมชโย กล่าวว่า ดีเอสไอ ได้ส่งหมายเรียก พระธัมมชโย ครั้งที่ 3 มาเมื่อช่วงเช้า แต่ดีเอสไอไได้ประสานงานมาก่อนจึงไม่รับ ส่วนวันที่ 16 พ.ค.นี้ จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาหรือไม่นั้นขอเวลาคิดก่อนเพราะเหลืออีก 20 วัน และจะไปปรึกษากับพระธัมมชโย ในสัปดาห์หน้า ส่วนกรณีที่ศาลอาญายกคำร้องพนักงานสอบสวนดีเอสไอไม่ออกหมายจับพระธัมมชโยเมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น แสดงให้เห็นว่าศาลพิจารณาแล้วว่า เจ้าอาวาสไม่ได้คิดจะหลบหนี แต่มีอาการป่วย ซึ่งจะฟ้องกลับคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอหรือไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาเช่นกัน

             “เหตุใดคดีนี้จึงมีการเร่งรัดพิจารณามากเป็นพิเศษ ผมยืนยันว่าดีเอสไอไม่เคยเข้ามาสอบสวน หรือสอบปากคำ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย แต่จะแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติกว่าคดีอื่น ๆ” นายสัมพันธ์ กล่าว

             วันเดียวกันพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ออกแถลงการณ์วัดธรรมกากรณีมีคลิปวิดีโอการปฎิบัติศาสนกิจของพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ นำออกมาเผยแพร่เป็นเหตุการณ์จริงตามที่ปรากฏว่า ตามที่มีคลิปวีดีโอปรากฎภายหลวงพ่อธัมมชโยพูดคุยกับลูกหมายสาธุชนญาติโยมที่มาให้การต้อนรับหลวงพ่อและคณะสงฆ์นั้น เป็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2559 ที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่พระธัมมชโยมีอาการเจ็บป่วยฉียบพลันเนเนื่องมาจากประกอบพิธีหล่อพระรูปเหมือนคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง พิธีเจริญพุทธมนต์และพิธีถวายรางวัลเกียรติคุณ 97 จาก 40 ประเทศทั่วโลกเกือบ 3 ชัวโมงจนเป็นเหตุให้เกิดอาการป่วยมากขึ้น คณะแพทย์ผู้ทำการรักษาถวายคำแนะนำให้หลวงพ่อหยุดปฏิบัติศาสนกิจทุกอย่างเป็นเวลา 15 วันเพื่อรักษาตัว

             “คลิปวิดีโอนี้ถ่ายขึ้นเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2559 ที่ผ่านมา ก่อนเริ่มศาสนกิจพิธี ซึ่งในวันนั้นพระธัมมชโย ต้องนั่งต่อเนื่องหลายชั่วโมง ทำให้หลังเสร็จพิธี อาการแผลติดเชื้ออักเสบเพิ่มขึ้น ไม่สามารถเดินได้ปกติ จนแพทย์สั่งให้งดกิจนิมนต์ จึงไม่สามารถมารับทราบข้อกล่าวหาของดีเอสไอ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2559 ที่ผ่านมาได้ ส่วนที่ทางดีเอสไอนำหมายเรียกมาส่งให้กับหลวงพ่อนั้นทางวัดพระธรรมกายยังไม่เห็นหมายเรียกแต่อยากใด ส่วนจะฟ้องกลับหรือไม่นั้นต้องรอปรึกษาทนายของทางวัดอีกครั้งหนึ่ง” พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส กล่าว

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง