ข่าว

'ประยุทธ์'ฉุนโพสต์โจมตีรบ.สั่งตร.-ไอซีทีดำเนินการ

'ประยุทธ์'ฉุนโพสต์โจมตีรบ.สั่งตร.-ไอซีทีดำเนินการ
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

'ประยุทธ์'ชูบริษัทประชารัฐทั่วประเทศ เพื่อเป็นรากฐานสำคัญของสินค้าเกษตรกรไทยในระบบเศรษฐกิจโลกต่อไป ฉุนพวกโพสต์โจมตีรัฐบาลสั่งตร.-ไอซีทีดำเนินการ

           เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 27 เม.ย.2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการเข้าปฏิบัติหน้าที่ทางราชการ กล่าวทักทายและพบปะประชาชน จำนวน 1,000 คนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ เดินมาทักทายเด็กนักเรียน จากโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองแม่เหียะ อ.หางดงจ.เชียงใหม่ พร้อมบอกกับครูที่สอนเด็กๆว่า “ควรจะสอนเด็กตั้งแต่ยังเล็กๆอายุประมาณ 2 ขวบครึ่ง-6ปี เพื่อให้เด็กโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต” 

            โดยเด็กนักเรียนแต่ละคนต่างมีอาการดีใจที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์  ซึ่งต่างได้สวมกอดและรวมถ่ายรูปกับนายกรัฐมนตรีกันอย่างสนุกสนาน  โดยนายกฯ ยังบอกอีกว่า เด็กที่อยู่ข้างหลังจะมีภาพถ่ายกับเขาได้อย่างไง จึงได้อุ้มเด็กนักเรียนขึ้นมาถ่ายรูปร่วมกันสร้างความประทับใจให้กับเด็กๆ อีกทั้งยังร่วมถ่ายภาพกับประชาชนชาวบ้านอีกเป็นจำนวนมากท่ามกลางบรรยากาศแบบเป็นกันเอง  ซึ่งชาวบ้านที่เข้าร่วมการรับฟังในห้องประชุม ต่างโบกมือให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

            ในเวลาต่อมาได้เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการแก้ไขปัญหาหมอกควัน ไฟป่าของจังหวัดเชียงใหม่,และผลการดำเนินหารแก้ไขปัญหาหมอกควัน ไฟป่า , นโยบายการพลิกฟื้นผืนป่าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน, การบริหารจัดการน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้, มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล ตำบลละ 5 ล้านบาท, การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐและการดำเนินงานมูลนิธิโครงการหลวง และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) โดยบรรยากาศการเยี่ยมบูธนิทรรศการต่างๆ นั้นเป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งใช้เวลาราว 30 นาทีสำหรับการเยี่ยมชมและซักถามผู้ดูแลบูธนิทรรศการด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และได้ออกมาพบปะสื่อมวลชน บริเวณด้านหน้าอาคารนิทรรศการ 1 อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เพื่อรายงานผลการประชุมและการพบปะประชาชน รวมถึงไขข้อซักถามของสื่อมวลชน

            พลเอกประยุทธ์   เปิดเผยว่า เรื่องภัยป่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งได้มีการจัดบูรณาการหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ภาครัฐอย่างชัดเจน ทุกจังหวัดในภาคเหนือ มีผู้ว่าราชการเป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายที่ได้รับมอบหมาย รวมไปถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโอทอป สินค้าเกษตรชุมชน โดยขณะนี้นั้นได้มีการใช่ประชารัฐสำหรับทุกอย่าง อาทิ เศรษฐกิจ การพัฒนาประเทศ คมนาคม รัฐ ข้าราชการ เอกชน ท้องถิ่น ต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกัน

            ข้อสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ตอนนี้กำลังมีคณะปรึกษาเอกชนทั้งหมด 12 คณะ จัดทำบริษัทประชารัฐทั่วประเทศ และได้มาจัดตั้งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นธุรกิจช่วยสังคมเพื่อชุมชนโดยไม่หวังผลกำไร เพื่อให้สินค้าจากชุมชน สามารถกระจายสู่ระดับประเทศและกระจายสู่ระดับสากลต่อไป ถือเป็นการวาแผนเพื่อเกษตรกรไทยให้สามารถลืมตาอ้าปากได้ โดยที่ไม่ต้องถูกกดขี่จากพ่อค้าคนกลาง

            และขอขอบคุณชาวเชียงใหม่ที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี โดยเรื่องใดที่มีข้อขัดแย้งระหว่างกันก็ขอให้ยุติกันไปก่อนเพื่อความสงบของประเทศชาติ เรื่องไหนที่สามารถแก้ไขได้ก็จะพยายามแก้ทุกเรื่อง ทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเข้มแข็งในระดับฐานราก เพื่อสู่กับเศรษฐกิจในระดับสากลที่มีการแข่งกันสูง ตรงนี้ไม่ได้มองเพียงแค่ 1-5 ปีเท่านั้น แต่เป็นการวางฐานรากที่เข้มแข็งยาวไปอีก 20 ปีข้างหน้า

            สำหรับเรื่องภัยแล้งนั้นที่ผ่านมาได้มีการสั่งการมาโดยตลอด รัฐมนตรีกระทรงที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ก็ได้มีการขับเคลื่อนมาโดยตลอด ทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ขณะที่ปัญหาหมอกควันนั้น พบว่า ค่าจุดความร้อนที่ผ่านมาลดลงไปบ้าง แม้ว่าจะมีผู้ฝ่าฝืนอยู่ก็ตาม ตรงนี้อยากให้มองเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ผู้กระทำผิดต้องโดนลงโทษไปตามกฎหมาย

            ทั้งนี้นอกจากภายในประเทศแล้ว ที่ผ่านมาได้มีการหาความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะฝั่งประเทศเพื่อนบ้านที่มีปัญหาเรื่องหมอกควัน ไฟป่า ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างกันจึงจะเกิดผลดีในระยะยาว

 

แจงใช้ม.44ให้อำนาจผบ.ตร.แต่งตั้งตำรวจ

            พลเอกประยุทธ์  กล่าวถึงคำสั่งหัวหน้า คสช. ตามมาตรา44 กรณีการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจว่า ที่เขียนกฎหมายนี้เพื่อ ผบ.ตร.ต้องรัวผิดชอบ เนื่องจากที่ผ่านมาเรื่องนี้ไปฝากไว้กับคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (กตร.) กันหมด ซึ่งผบ.ตร.ต้องรัวผิดชอบในฐานะผู้บังคับหน่วยเหมือนกับผบ.ทบ.ที่รับผิดชอบกองทัพบก ซึ่งมีขั้นตอนการจัดทำบัญชีรายชื่อขึ้นมาตาม พ.ร.บ.กลาโหม ไม่เห็นว่าเขาทะเลาะอะไรกันเลย ทหารเขาปกครองแบบนี้ แต่กับตำรวจนั้นมีการยุ่งเกี่ยวกับการเมืองมากเกินไป โดยเป็นมานานแล้ว ตนไม่โทษตำรวจหรือใคร แต่ทุกครต้องรับผิดชอบร่วมกันเพราะทำทุกอย่างบิดเบือนไปหมด ถ้ายังให้มีการสร้างความเข้าใจผิดๆ วันหน้าก็กลับมาที่เดิม

            “วันนี้ให้ตำรวจรับผิดชอบในการแต่งตั้งแต่อย่าลืมว่า ใครที่เป็นผู้บัญชาการและมีอำนาจในการแต่งตั้งต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ว่าผบ.ตร.จะไปแต่งตั้งคนเดียวทั้งหมดมันเป็นไปไม่ได้ เขาไม่รู้จักอยู่แล้ว ต้องมีการตั้งมาตั้งแต่ข้างล่างเหมือนกับทหารที่มีลำดับขึ้นมาจนถึงมาสู่กองทัพบกเป็น 5 เสือที่ต้องมีคนคัดกรองไม่ใช่ขึ้นมาง่ายๆ ไม่ใช่เอาใครขึ้นก็ขึ้น อย่างนี้เรียกว่า ไม่มีการจัดระเบียบในการปรับย้าย จึงทำให้คนไม่ดีขึ้นมาอยู่ข้างบนมันไม่ใช่ การขึ้นมาอยู่ข้างบนหรือเป็น 5 เสือได้ มันต้องดีหมด เพียงแต่เรื่องของความอาวุโส คุณสมบัติว่าอย่างไร ตรงนี้เท่านั้นทีผู้บังคับบัญชาต้องตัดสินใจ ไม่ใช่ให้อำนาจมาฝากไว้ที่ กตร.ทั้งหมด แล้วเป็นอย่างไร ต้องแก้ไขในช่วงนี้ไปก่อน วันหน้าจะตั้งอะไรก็ตั้งไปเถอะ แต่อย่าทะเลาะกันแล้วกัน ให้ตำรวจเขาภูมิใจและไม่มีความขัดแย้งกับประชาชน ผมคิดว่าเขาทำเต็มที่ ข้าราชการทุกคนก็เหมือนกันอย่าไปทาบทับอำนาจเขา ผมเพียงต้องการตั้งคนดีให้ทำงานได้ เพิ่มประสิทธิภาพตำรวจให้ได้ และรับฟังเรื่องร้องเรียนจากประชาชนไปแก้ไข” นายกรัฐมนตรี ย้ำ

     
ขีดเส้นแผนปฏิรูปตำรวจสิ้นเดือนพ.ค.นี้

            พลเอกประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีคดีเผานั่งยางที่ จ.อุดรธานี ว่า ทางตำรวจเขาสอบอยู่ ส่วนที่ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น เจอหรือยังก็ไปหามา ซึ่งทางตำรวจเขาจะสอบเอง โดยตนได้สั่งการให้ตำรวจทำคดีนี้ให้รวดเร็ว เพราะเรื่องนี้เกิดมากี่ปีแล้ว

            ส่วนการปฏิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนสั่งให้มีการทำแผนปฏิรูประยะที่ 1 มาให้ตน ภายในสิ้นเดือนหน้า โดยจะมีการเริ่มต้นตั้งแต่เรื่องคณะกรรมการสอบสวน อำนาจการแต่งตั้ง เรื่องที่มาของตำรวจ ซึ่งจะมีการอธิบายว่าจะทำอย่างไร ถ้าเห็นชอบก็จะมีการดำเนินการในช่วงแรก ในช่วงที่ตนอยู่ 2 ปี แต่ไม่ใช่มารื้อทั้งหมด ตำรวจกว่า 8 หมื่นคน เอามาถอดเครื่องแบบไปกันใหญ่ ถ้าไม่มีคนให้ก็ไม่มีคนรับ ถ้าไม่มีคนทำความผิด ตำรวจก็เรียกเงินไม่ได้ ถ้าไม่มีความขัดแย้งมันก็ไม่เกิดอะไรทั้งสิ้น ดังนั้น ทุกคนต้องกลับมาหากฎหมาย ไม่ใช่ให้ตนสั่งทุกเรื่อง คนเราต้องมีจิตสำนึก ต้องทำอย่างที่จะสร้างให้ตำรวจเข้มแข็ง ให้กำลังใจเขาบ้าง ไม่มีอะไรดีหรือเลวทั้งหมดอยู่แล้ว


ฉุนพวกโพสต์โจมตีรัฐบาลสั่งตร.-ไอซีทีดำเนินการ

            พลเอกประยุทธ์  กล่าวถึงนักเขียนจ.ขอนแก่น ถูกจับกุมตัว เนื่องจากวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์ทางการเมืองผ่านโซเชียลมีเดีย ว่า “ทำไม เขาผิดหรือเปล่าล่ะ ถ้าผิดก็จับทั้งหมด ทยอยจับไปเรื่อยๆ ก็ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทรวงไอซีทีเข้าไปดู แล้วก็ให้ศาลตัดสินว่าผิดหรือถูก ถ้าผิดก็รับโทษไม่ใช่ศาลลงโทษว่าผิดแล้วไม่รับแล้วมาหนีคดี ให้ไปสอนคนแบบนี้ อย่ามาถามผม เข้าใจหรือไม่ หรือต้องถามว่าคนเหล่านี้จะหนีออกนอกประเทศหรือไม่”

            เมื่อถามว่าต่างประเทศจะกดดันเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า จับคนผิดกฎหมายบอกว่าละเมิดสิทธิ มีสิทธิอะไรไปด่าคน กฎหมายเขาเขียนหรือไม่ คุณเอากฎหมายกับสิทธิมนุษยชนมาปนกันหมด อย่าเอามาพาดพิงกัน ต่อไปนี้อย่ามาถามตอนเรื่องสิทธิกับกฎหมาย ถ้าไม่ทำผิดกำหมายใครจะไปทำอะไรท่าน เหมือนกับท่านไม่ไปชกหน้าคนเขาก็ไม่มาชกหน้าตอบ ก็ต้องถูกตำรวจจับ ก็อยู่เฉยๆ ทำหน้าที่ตัวเองไป ไม่ใช่ไปด่าว่าคนโน้นคนนี้ นี่เป็นสิทธิของเขา ด่าคนได้ตามช่องทีวีทุกวัน เห็นแต่สื่อด่าตนไม่คิดถึงสิทธิตนบ้างหรืออย่างไร ไปละเมิดสิทธิมนุษยชนทำไม ตนก็ต้องดำเนินการ แล้วยังไม่พอจะเอาต่างชาติเข้ามาอีก ก็ไปเชิญเขาเข้ามาให้หมด ก็อยู่กันไปแบบนี้

            นายกฯ กล่าวกรณีการออกมาเคลื่อนไหวรณรงค์รับ หรือไม่รับประชามติ ของหลายภาคส่วน ว่า ก็ต้องไปดูที่กฎหมายอะไรที่ทำได้ทำไม่ได้ และเป็นหน้าที่ของกกต.เขามีนโยบายในการรักษากติกาไม่ใช่ตนไปสั่งเขา ตนเพียงแต่เตือนว่า กฎหมายมีแล้วคนต้องทำตามกฎหมาย ถ้ามีกฎหมายแล้วไม่ทำตามจะเขียนไว้ทำไม ตนไม่จำเป็นต้องสั่งเพราะเป็นหน้าที่คสช.และรัฐบาลที่ต้องทำให้ทุกหน่วยงานของเคารพกฎหมายของตัวเอง แล้วก็รับผิดชอบกันไป

            เมื่อถามว่าคิดว่ากฎหมายของกกต.ที่มีอยู่จะผลักดันให้ประชามติผ่านไปได้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่ว่ากฎหมายอะไรก็ผลักดันไม่ได้ถ้าคุณไม่ช่วยกัน ถ้าใจคุณไม่ต้องการให้ประเทศสงบและไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง คุณก็ทำของคุณกันไป ตนจะไม่ยุ่ง แต่กฎหมายจะเล่นงานคุณเอง ทุกวันนี้กฎหมายมีกี่ฉบับแล้วใครเป็นฝ่าฝืนหรือใครเป็นคนทำให้ฝ่าฝืน หรือทำให้บังคับใช้ไม่ได้ ตนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำขึ้นอีก ถ้าใจใครไม่อยากก็ว่ากันไป ทำไมต้องบังคับกัน อีกหน่อยก็ต้องบังคับให้กินข้าวอาบน้ำ

   
 พบปชช.เชียงใหม่ขอขรก.ร่วมมืออย่าแตกแยก

              ทั้งนี้เมื่อเวลา14.00น. ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ. เชียงใหม่ พลเอกประยุทธ์  เป็นประธานสักขีพยานในการมอบหนังสืออนุญาตให้อยู่อาศัยหรือทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มาตรา16จัดที่ดินให้ชุมชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสังคม แก้ไขปัญหาการไร้ที่ดินทำกินของเกษตรกร ผู้ยากจน และการรุกล้ำเขตป่าสงวน พร้อมกับมอบเครื่องจักรกลการเกษตร และปัจจัยการผลิตให้แก่ตัวแทนเกษตรกร เพื่อยกระดับอาชีพเกษตรกรตามนโยบายของรัฐบาล

              โดยนายกฯกล่าวระหว่างพบปะประชาชน จ.เชียงใหม่เป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง20นาที ว่า วันนี้ได้เป็นสักขีพยานมอบหนังสืออนุญาต เข้าทำประโยชน์ ทำกินในที่อยู่อาศัย ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลในปัจจุบันที่อยากให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน เพื่อสร้างความเข้มแข็ง ในการทำพื้นที่ให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ประเทศไทยโชคดีที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มากกว่าประเทศอื่นในอาเซียน แต่ประเทศที่ไม่มีทรัพยากรอย่างเรา เขาสามารถเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างไร เราต้องคิด หากไม่คิดให้ไกลตัว คิดแต่เพียงของเราก็จะเติบโตไม่ทันเขาแน่นอน

              นายกฯ กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลพยายามจะเพิ่มเติม ให้เริ่มกันตั้งแต่ฐานราก    ซึ่งตนและคสช.คิดมาตลอดว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีรายได้เพียงพอ ต่อการดำรงชีวิตอย่างมีเกียรติศักดิ์ศรี ฉะนั้นการแจกที่ดินครั้งนี้ เพื่อให้ทำกินและอยู่อาศัยได้อย่างสบายใจ เพราะเป็นไปตามกฎหมาย ที่ผ่านมารัฐบาลเคยแจกที่ดินหลายครั้งแต่ไม่รู้หายไปไหน แล้วก็แจกกันใหม่ไม่รู้กี่รอบ วันนี้แจกแล้วอย่าให้หายอีก ถ้าหายอีกก็เลิก เพราะไม่มีที่ดินแจกแล้ว อย่างไรก็ตามส่วนที่เหลือรัฐบาลพยายามให้ได้ทุกจังหวัดอย่างเร็วที่สุด โดยพื้นที่ที่จัดสรรให้จะเป็นป่าเสื่อมโทรมถูกบุกรุกมานาน ตนไม่ขอพูดเรื่องเก่า และไม่อยากโทษใคร แต่อยากจะโทษใครก็ไม่รู้ที่บริหารราชการแผ่นดินมาแล้วทำให้เกิดปัญหา ซึ่งเมื่อตนเข้ามาพบว่าปัญหามีมาก และมีความจำเป็นต้องมายืนตรงนี้ ปัญหาไฟไหม้ป่าเกิดจากน้ำมือมนุษย์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งต้องแก้ที่ต้นทางว่าสาเหตุเกิดจากอะไร โดยเฉพาะเกษตรกรที่เผาซังตอ ก่อนเริ่มปลูกใหม่ ส่วนหมอกควันที่เกิดจากเพื่อนบ้านคงไปตำหนิไม่ได้ เพราะก็อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาเหมือนกัน ซึ่งวันนี้เราก็นำนโยบายไปขับเคลื่อนอาเซียน เชื่อว่าเราน่าจะเป็นผู้นำในเรื่องการลดหมอกควันในอาเซียนได้

              นายกฯ กล่าวว่า การดำเนินการต่างๆ ที่ตนสั่งไป อยากให้ทำเป็นรูปธรรม ทำทุกเรื่องแต่ไม่ได้ต้องการให้ทำเพื่อให้ตนดูหรือเพื่อรายงานนาย แต่ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนมีความสุขและพึงพอใจ และเป็นความภาคภูมิใจของพวกท่าน ซึ่งการทำป่าไว้ในวันข้างหน้าเป็นรางวัล และอนาคตประเทศ และการทำงานจะต้องไม่ใช่ต่างคนต่างเดิน หรือแยกกันเดินแยกกันตี จะทำให้แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ วันนี้จึงจำเป็นต้องใช้ประชารัฐเข้ามา การแก้ปัญหาต่างๆ หากใช้กฎหมายหรือระเบียบต่างๆ จะทำให้พันกัน ทำให้เจ้าหน้าที่กับประชาชนขัดแย้งกัน ดังนั้นต้องแก้จิตสำนัก ต้องลดราวาศอกต่อกัน

              นายกฯ กล่าวว่า รายการคืนความสุข ตนรู้ว่าส่วนหนึ่งก็พยายามฟังอย่างเต็มที่ แต่ตนไม่ใช่นักแสดงหรือดารา บางคนบอกว่าให้ทำแบบดาราคนจะได้สนใจ แต่ตนไม่ใช่ทั้งดาราและนักการเมือง จะให้ทำแบบนั้นตนทำไม่ได้

              “ผมมาวันนี้ด้วยหัวใจความเป็นทหาร และตลอดชีวิต พวกผมเป็นทหารอาชีพ อยู่ในกองทัพมา 40 ปี ผมอยู่กับชาวบ้านมาตั้งแต่เป็นร้อยตรี เข้าใจและซึมซับถึงความต้องการของประชาชนดี ถามว่า 40 ปีที่ผ่านมาแก้อะไรได้บ้างก็ไม่ได้ มันก็ไปของมันตามเรื่องตามราวจนกระทั่งวันนี้ ซึ่งมีพระสยามเทวาธิราชคุ้มครองอยู่ วันนี้ต้องช่วยพระสยามเทวาธิราชบ้าง   เพราะอะไรก็ขอพระ ฉะนั้นต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำ ลดการเผา ใช้ทรัพยากรอย่างสมดุล สร้างจิตสำนึกร่วมกัน ขณะที่ผมก็พยายามทำทุกอย่างให้เกิดความเป็นธรรมทุกพื้นที่ ภูมิภาคเพราะเป็นคนไทยด้วยกัน ผมจะไม่พูดเรื่องแบ่งแยก ผมไม่เคยต้องการ และวันนี้ผมไม่ได้มาด้วยคะแนนเสียงแต่มาด้วยความจำเป็น ไม่อยากให้ทุกคนไปเชื่อฟังอะไรมาบิดเบือนกันทุกวัน ผมขี้เกียจไปตอบโต้ บางครั้งต้องขอโทษ    เพราะมีอารมณ์อยู่บ้างแต่ปกติ เป็นคนอารมณ์ดี    แต่บางทีมันยั่วอารมณ์ ผมเป็นทหาร  บางทีมันก็ต้องโมโหบ้าง   ถ้าผมเป็นนักการเมืองก็จะยิ้ม ขอบคุณครับ ซึ่งผมทำไม่เป็น อยู่กองทัพมา 40 ปี อยู่กับพวกเราสองปีกว่า” นายกฯ กล่าว

              นายกฯ กล่าวว่า เรื่องของน้ำ เราต้องนึกถึงคนใช้น้ำ ไม่ใช่หมดตั้งแต่ต้นทาง ต้องช่วยกันชะลอน้ำให้นานที่สุด ลงไปข้างล่างด้วยการทำฝายตามแม่น้ำ ลำธารทุกเส้น ง่ายที่สุด เอาตาข่ายกั้นแล้วเอาหินใส่ ซึ่งต้องรีบทำประคับประคองไปถึงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ซึ่งฝนจะตกลงมาให้ได้ ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ สมเด็จพระราชินีนาถเป็นป่า เราต้องช่วยกันทำถวายท่าน ทั้งสองพระองค์มีพระชนมายุมากแล้ว ทำไมเราไม่ทำให้ท่านสบายพระราชหฤทัยไม่ได้หรือ  หลายคนอาจลืมไปก่อนหน้านี้หลายจังหวัด รวมถึงจ.เชียงใหม่เป็นอย่างไร อดีตที่พระองค์เริ่มต้นไว้ เป็นหน้าที่รัฐบาลสานต่อ เป็นสิ่งที่เราควรภาคภูมิใจ หัวใจของตนนอกจากการเป็นทหาร ยังมีหัวใจต่อความจงรักภักดี คนเราต้องมีหัวใจแห่งความซื่อสัตย์ ทำเพื่อประชาชน คนเราไม่ใช่มี4ห้องหัวใจแล้วให้ใครไปหมด มันไม่ใช่ ส่วนหัวใจของตนให้ประชาชนหมด โดยไม่ได้ต้องการอะไรตอบแทน จะได้นอนตายตาหลับเสียที การบริหารจัดการน้ำ รัฐบาล และคสช.มีแผนบริหารมาตั้งแต่ปี2557มีแผนระยะยาวถึงปี2569ซึ่งตนไม่อยู่ถึงตรงนั้น แต่อยู่ตามโรดแม็พ แต่ก็เขียนไว้ทั้งหมด ทำน้ำอุปโภคบริโภค และการเกษตร ต้องทำอย่างไร รวมถึงน้ำที่ไว้รักษาระบบนิเวศน์ ต้องคิดทั้งระบบ

              “ในอดีตเชื่อมต่อกันไม่ได้ เป็นการบริหารราชการในแนวทางที่ไม่ถูกต้อง เพราะเขาทำตามคะแนนเสียง ตรงนั้นมากก็ทำมาก แล้วทุกคนไม่ใช่คนไทยหรือ ภาษีก็ได้จากประชาชน รัฐบาลใหม่ต้องมีธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีหลักนิติธรรม ถ้าทำไม่ได้ก็กลับที่เดิม”

              พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนปัญหาหมอกควัน หลายๆประเทศรับปากดูแลแก้ปัญหาร่วมกัน และพัฒนาร่วมกัน ซึ่งก็คล้ายๆกัน คนอาเซียนชอบทำอะไรที่สบายๆ กฎหมายมีก็เอาไว้ดูเล่น เจ้าหน้าที่ก็บังคับใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นผู้ที่มีหน้าที่ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด โดยเฉพาะการดูแลประชาชน และในพื้นที่ต้องร่วมมือสร้างความเข้มแข็ง ถ้าเรารอการช่วยเหลือ รอคนที่เข้ามาบริหาราชการแผ่นดิน รอเลือกตั้งเข้ามา ท่านก็ต้องไปเป็นหนี้บุญคุณเขา ซึ่งประชาธิปไตยเป็นอย่างนั้น แต่ต้องไม่ขัดแย้ง และต้องเผื่อแผ่คนอื่น รัฐบาลมีหน้าที่นำความต้องการในแต่ละพื้นที่ ผ่านส.ส.มาพิจารณาดำเนินการก่อนหรือหลัง และต้องทำทุกพื้นที่ ไม่ใช่ทำตามคะแนนเสียง ไม่ทำตามเงินทองต่างๆ ถ้ายังเป็นกันอยู่อย่างนี้ประเทศไทยถอยหลังแน่นอน

              นายกฯ กล่าวว่า ส่วนเหตุการณ์ที่นางวารี สถาพรประเทือง ชาวบ้านอ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เสียชีวิตจากการเข้าช่วยทำแนวกั้นดับไฟป่านั้น ยืนยันทางการจะช่วยเหลือดูแลครอบครัวอย่างเต็มที่ และขอให้เพิ่มความระมัดระวัง ในการเข้าไปดับไฟป่า บางคนมุ่งมั่นช่วยเหลือคนอื่น จนลืมตัวเองไป นั้นคือคนเสียสละ ถึงแม้เป็นอันตราย แต่ก็เห็นชีวิตคนอื่นมีค่า ตรงนี้คือสิ่งที่ต้องภาคภูมิใจ แต่ตนไม่อยากให้มีการสูญเสีย บาดเจ็บทั้งสิ้น ถ้ารักษาป่าได้ น้ำก็ยังมีอยู่ วันนี้ โครงการฝนหลวง รัฐบาลชุดนี้ถือว่ามากที่สุด ให้เครื่องบินขึ้นปฏิบัติการมากสุด500กว่าเที่ยว นักบินต้องเสี่ยงในการขึ้นทำฝนในช่วงนี้ แต่ยังขึ้นไป เราสูญเสียป่า สูญเสียทรัพยากร และชีวิตไม่ได้แล้ว ทุกอย่างต้องแก้ปัญหาอย่างรอบคอบ แก้จากต้นเหตุ โดยแก้ทีเดียวไม่ได้ คนที่จะแก้ปัญหาไฟป่าเร็วที่สุดคือเจ้าของบ้าน

              พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ ภาคเกษตรกรรรมการเพาะปลูกทุกภาคมีปัญหา ซึ่งรัฐบาลและคสช.เข้ามาแก้ให้มีแหล่งน้ำ บริหารจัดการน้ำให้มีสัดส่วนที่เพียงพอ ซึ่งปี2559ได้จัดงบฯ5หมื่นล้านบาทลงไป ใช้งบฯแผ่นดิน ไม่ได้กู้ยืมเหมือนอย่างที่พวกเขาคิดจะทำกัน งบฯที่ลงไปมากหรือน้อยมีค่าทั้งสิ้น ตนไม่เคยสนับสนุนเรื่องทุจริต ผิดกฎหมาย เรียกรับผลประโยชน์ไม่มี ตอนนี้ยังไม่มีเรื่องมาถึง แต่ถ้ามีขอให้บอกมา ตนจะลงโทษทั้งหมด เรื่องของน้ำไม่ใช่ดูแค่ในเขื่อน ต้องดูนอกเขื่อนด้วย ทั้งอ่างเก็บน้ำและแก้มลิง ที่ผ่านมาเราทะเลาะกันมากแล้ว ไม่อยากให้มาทะเลาะกันในเรื่องไม่เป็นเรื่องอีก

              พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ในเรื่องของการส่งเสริมพัฒนาอาชีพอื่นๆ เราต้องมีอาชีพทางเลือกอื่นที่ไม่ใช่การเกษตรเพียงอย่างเดียว เพราะหากขาดแคลนน้ำเราจะไปทำอาชีพอะไร ถ้าไม่มีอาชีพเสริม คนในครอบครัวก็ต้องไปเป็นแรงงานต่างพื้นที่ ตนไม่ต้องการให้เป็นอย่างนี้ อยากให้ครอบครัวทุกครอบครัวมีความมั่นคง ลูกหลานดูแลพ่อแม่ ซึ่งส่วนหนึ่งเราต้องมีโรงงานที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมในจังหวัดเดียว การทำเกษตรอย่างเดียวคงไม่เพียงพอเพราะราคาผลผลิตการเกษตรเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง และเราเป็นประเทศเล็กๆ เมื่อมีกลไกการตลาด มีการเจรจา เราก็เสียเปรียบตลอด เราต้องกลับมาดูที่ตัวเราว่าจะลดต้นทุนการผลิตอย่างไรให้มากที่สุด เช่นใช้น้ำให้น้อยลง เปลี่ยนเมล็ดพันธุ์หรือใครอยากเลี้ยงสัตวก็ให้เลี้ยง และตนไม่ได้ห้ามให้ใครปลูกข้าว แต่ถ้าปลูกไว้ขายแล้วราคาตกก็ยากจนเป็นหนี้กันเหมือนเดิม จึงต้องมีการผสมผสานกันในรูปแบบการปลูกพืชแต่ละประเภทให้เหมาะสมในพื้นที่ รวมถึงต้องมีการเชื่อมโยงกับพ่อค้าคนกลาง ส่วนเรื่องการคมนาคมขนส่งสินค้ารัฐบาลก็จะช่วยอย่างวเต็มที่ ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลคาดหวังคือจะใช้เวลาที่เหลือให้มากที่สุดเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างยั่งยืน

              พลเอกประยุทธ์  กล่าวต่อว่า เรื่องการบำบัดน้ำเสียและกำจัดขยะเป็นปัญหาในอนาคตของไทย หากเราทำให้มีขยะเพิ่มขึ้นก็จะเกิดมลพิษเพิ่ม ตรงนี้คือปัญหาของเรา ตนเปรียบเทียบขยะของไทยกับต่างประเทศ ขยะของไทยมีมูลค่าสูงสุดเนื่องจากเป็นขยะแฉะเผาแล้วเกิดพลังงานมากกว่าของประเทศอื่น   เพราะประเทศอื่นกินอาหารประเภทฟาสต์ฟู๊ด ดังนั้นเราต้องทำสิ่งเหล่านี้ให้มีมูลค่า เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องตัดสินใจหากฟังตนแล้วไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร หรือถ้าฟังเอ็นจีโอแล้วเชื่อพวกเขาทั้งหมดก็ยังคงเป็นอยู่อย่างนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้ฟังพวกเขา แต่อย่าฟังแล้วให้ใครชักจูง อย่าให้พวกเขาดูถูก ตนไม่ได้บอกให้เชื่อ  แต่ให้ไปคิดเอาเองว่าจริงหรือไม่ ทั้งนี้ วันนี้เราต้องส่งเสริมให้แต่ละภูมิภาคแข็งแรงด้วยตัวเอง นโยบายต่างๆ โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การปรับเรื่องน้ำสาธารณูปโภคพื้นฐานต้องต่อเนื่องกันทั้งหมด  ที่ผ่านมาหากใครเข้ากรุงเทพฯ จะเห็นว่ารถไฟฟ้าสายต่างๆ ไม่มีความเชื่อมโยงต่อเนื่องกัน เพราะแบ่งกันไปทำตามผลประโยชน์ เป็นกลุ่มก้อน ตรงนั้นตรงนี้ ตนจะไม่พูดถึงการทุจริต แต่เป็นการไม่คิดทั้งระบบ วันนี้รัฐบาลจะคิดแบบให้การคมนาคมทุกระบบผูกโยงกันทั้งประเทศ   รวมถึงเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน รวมถึงเชื่อมโยงไปประเทศอื่นๆ ทั้งจีน อินเดียด้วย ซึ่งเราต้องเริ่มทำให้บางส่วนไว้ก่อน ถ้าไม่ทำเลยก็จบ แต่ถ้าทำทั้งหมดก็ไม่มีเงินพอ ตรงนี้คือสิ่งที่เป็นปัญหาของไทยมาตลอด ดังนั้นเราต้องทำให้หลายมิติส่วนหนึ่งคือการทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น    จะช้าบ้างน้อยบ้างแต่ต้องมีความเท่าเทียม และการลงทุนเพื่ออนาคตให้มีการลงทุนจากต่างประเทศและให้คนไทยลงทุนด้วย แต่ไม่ใช่การเอาพื้นที่ไปให้ต่างชาติเพราะเขาแค่เข้ามาเช่า แต่ไม่สามารถเอาไปได้

              “สองปีแล้วที่ผมเข้ามา ผมเร่งเรื่องสร้างรถไฟอันดับแรก แต่มันติดขัดไปหมด ทั้งประชาพิจารณ์ ซึ่งส่วนใหญ่ประชาชนยังไม่ค่อยเข้าใจ แล้วก็ไม่อยากให้ทำ แต่อยากได้ จึงนึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี รู้ปัญหา รู้สิ่งที่ต้องการ แต่ไม่รู้วิธีทำ พอรู้วิธีทำก็ถูกบิดเบือน ผมพูดก็ไม่ฟัง ถึงผมจะมีอำนาจมากล้นฟ้า แต่ผมก็ไปบังคับท่านไม่ได้ ถ้าท่านเห็นชอบผมก็จะทำให้ หากไม่เห็นชอบก็จบตรงนั้น แต่หน้าที่ของผม  ผมต้องเอากฎหมายมาสู่การเรียนรู้ สู่ความร่วมมือไม่ใช่เอามาสู่ความขัดแย้ง หรือเอาประชาธิปไตยมาสู่ความขัดแย้ง มันไม่ใช่ โลกใบนี้ไม่ใช่เป็นแบบนี้ น่าภูมิใจหรือไม่ ทุกประเทศที่เข้ามาผมก็เล่าให้พวกเขาฟังหมด   พวกเขาตกใจแล้วถามว่า   ยังมีอีกหรือที่เป็นแบบนี้ รบกันมาตั้งแต่ปี2553มาถึง2557แล้วจะรบกันปี2559อีกหรือ มันควรหรือไม่ ถ้าท่านภูมิใจในความเป็นประเทศที่ขัดแย้งกันสูงสุดในอาเวียนก็เอาผมไม่ได้ว่า ผมก็กลับบ้านนอน แล้วถ้าท่านคิดว่าสิ่งที่ผมพูดมันถูกก็คิดเอาว่าจะต้องทำอย่างไร”นายกฯกล่าว

              นายกฯกล่าวว่า ข้าราชการต้องปรับตัวหาประชาชน ต้องเป็นคู่คิดประชาชน สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกับประชาชนให้ได้ ทุ่มเทซึ่งกันและกัน ปฏิรูปตัวเอง ปฏิรูปหัวใจตัวเองทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น ไม่เห็นแก่ผลประโยชน์และฝ่าฝืนกฎหมาย และไม่ปล่อยให้ใครฝ่าฝืนกฎหมาย   ใช้แนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประวัติศาสตร์ประเทศไทยถ้านับแค่กรุงศรีอยุธยามาปัจจุบันก็หกร้อยกว่าปี

              "ย้อนกลับไปดูการสูญเสียกรุงศรีฯ เพราะอะไร ก็เพราะมีคนไทยเปิดประตูให้เขา วันนี้หากเรามาเปิดฉากความขัดแย้งขึ้นเองภายในประเทศ ไม่ต้องไปเรียกใครเขาเข้ามาดู ดังนั้นที่วันนี้จะไปเรียกใครเข้ามาดูทั้งประชามติบ้าง เลือกตั้งบ้าง ตนถามว่าเขาเข้ามาบริหารจัดการให้เราหรือไม่ ไม่รักกันบ้างหรือ แผ่นดินที่พระมหากษัตริย์ บรรพบุรุษสร้างไว้ ทำไมให้คนอื่นเข้ามาดูแล คิดแบบนี้แล้วจะหาคำตอบได้เอง”นายกฯ กล่าว

              พลเอกประยุทธ์  กล่าวว่า2ปีที่ผ่านมา พยายามการแก้ปัญหาความขัดแย้งเป็นแบบนี้มา10ปีแล้ว สาเหตุมาจากอะไรไม่รู้ อย่าให้ใครมาพูดว่าไม่เป็นธรรม ตนอยู่มาทุกรัฐบาลที่ผ่านมาก็ทำตามหน้าที่ ไม่เคยมีความขัดแย้ง แต่เมื่อใดที่ชาติไม่ปลอดภัย ตนจึงเข้ามา ถ้าเมื่อปี2557ไม่เข้ามา พวกท่านก็ไม่มีเงินเดือน เพราะรัฐบาลตอนนั้นไม่มีอำนาจเต็ม ไม่มีกฎหมายอะไรที่จะเดินหน้าไปได้ วันนี้ทำทุกอย่าง2ปีมาแล้ว นอนหลับตาไม่ค่อยลง การทำงานต้องมีเป้าหมายสุดท้ายที่จะต้องการทำลายเพื่อจบภารกิจ คือประเทศชาติมั่งคง มั่งคั่ง ยั่งยืน แต่ต้องตีที่หมายระหว่างทางให้ได้ทั้งหมด คือพัฒนาเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายระหว่างทางเพื่อจะไปปลายทาง โดยจะเอาพลเรือนและทหารเข้าตีไปพร้อมกัน แต่ถ้าติดกับดักตัวเอง ติดกับดักประชาธิปไตย กับดักสิทธิ เสรีภาพ มันไร้ขีดจำกัด

              “คนไทยเป็นคนซื่อสัตย์เป็นคนรู้คุณ ใครให้อะไรมาต้องรับ แต่ต่อไปนี้ต้องคิดใหม่ ต้องดูว่าเขาให้มาด้วยความสุจริตใจหรือไม่ เขาหวังอะไรจากเราหรือเปล่า เขาเอาเงินที่ไหนมาให้ที่ผ่านมาเงินที่ให้กันเงินรัฐบาลทั้งสิ้น ตนจึงต้องทำพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)งบประมาณเสียใหม่”

              นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ที่ตนมาอยู่กับพวกท่านคือทำปัจจุบัน เอาประวัติศาสตร์ มาเรียนรู้ แก้ไขปรับเปลี่ยน ไม่ดีก็ไม่ทำ เพื่อวางพื้นฐานให้กับประเทศ แค่นี้จริงๆ ที่ผ่านมาคนไม่เคยตีกันขนานนี้ เพราะอะไร เพราะทหารหรือ ตนคิดวว่าไม่ใช่ ถ้าย้อนกลับไปดู ปี2553กับ ปี2557การชุมนุมมันต่างกันอย่างไร รู้หรือไม่ ทำไมพวกเขาต้องใช้กำลังเพื่อยุติ  ก็เพราะมีการใช้อาวุธ มีการยิงส่วนราชการ เผาศาลากลางจังหวัด ตนก็ไม่รู้ว่าใครทำ ไปหามา นั่นแหละทหารจึงต้องไปรักษาความเรียบร้อย ในอดีตคนใช้อาวุธยิงใส่ทหาร ตนถามว่าทหารไม่มีชีวิตจิตใจเลยหรือ อยากจะพูดกับพวกท่านมานานแล้ว ใครพูดกับพวกท่านอย่างไร พวกท่านฟังตนและอยากให้ไปคิดและแยกแยะเอา ถามว่าเผาศาลากลางจังหวัดถูกต้องหรือไม่

              “ประท้วงไม่ชอบใจรัฐบาล แล้วเผาศาลากลางฯเล่นหรือ วันหน้าไม่มาเผาสภากันเลยหรือ ยิงทหารใครทำ ฝ่ายไหน ไม่รู้เหมือนกัน แต่อย่าให้เขามาบิดเบือน ปี2553ปี2549ใครทำ มันก็ค่ายเดียวกัน มันก็ยิงทั้งคู่ ถามว่าอย่างตน อย่างทหารนี่หรือจะไปยิงพี่น้องประชาชน เพราะทหารมันก็ลูกหลานท่านทั้งนั้น ตนทำไม่ได้หรอก ใครทำตนต้องลงโทษ ไม่เคยสั่งลูกน้องไปทำร้ายคน มีแต่ช่วยประชาชน เพราะคติพจน์ของกองทัพ คือเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์และประชาชน ตนทำอย่างอื่นไม่ได้ เป็นความซื่อสัตย์ที่ต้องรักษาไว้ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชทานหัวใจสีม่วงให้แก่ทหารเสือ ทรงตรัสว่า หัวใจสีม่วงคือคนที่ใกล้จะตายแล้ว ส่วนใหญ่จึงจะไม่โกหก แต่วันนี้ไม่แน่ใจแล้ว หลายคนมันจะโกหกจนตาย ตายไปแล้วยังโกหก เพราะยังพูดโกหกทุกวันแล้วจะไปเชื่ออีกหรือ จะให้คนเหล่านี้มาสู่กับตนหรือ คนที่มีคดีความ ต้องยอมรับคำตัดสินของศาล ประเทศจึงจะอยู่ได้”พลเอกประยุทธ์  กล่าว

              พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า “บุคคลในประเทศทะเลาะกันเอง เอาโน้นเอานี่ ถามว่าทุกอย่างกลับไปที่เดิมไหม ตีกันเหมือนเดิม เลือกตั้งมาอีกพวกก็ตี ใครสัญญาว

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง