
แห่ไว้อาลัย"อาคิโน"อดีตผู้นำฟิลิปปินส์
ชาวฟิลิปปินส์ พากันไว้อาลัย คอราซอน อาคิโน อดีตผู้นำที่จากไป ส่วนพิธีศพนั้น ทางครอบครัวให้จัดเป็นการส่วนตัว
ชาวฟิลิปปินส์จำนวนมาก ต่างก็ไว้อาลัยให้กับอดีตประธานาธิบดีคอราซอน อาคิโน่ วัย 76 ปี ที่ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาหลังจากที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งมาระยะหนึ่ง ด้วยการนำริบบิ้นสีเหลือง ไปผูกไว้ตามที่ต่างๆ ขณะที่โบสถ์ต่างๆทั่วประเทศ ก็ทำพิธีสวดมิซซาให้กับนาง เพื่อเป็นการอำลาผู้นำ
ในช่วงที่นางป่วยหนัก ประชาชนที่รักใคร่นาง ต่างก็ทำพิธีสวดมนต์กันทุกวัน เพื่อขอพรให้นางหายป่วย
ข่าวการจากไปของอดีตผู้นำมีขึ้นท่ามกลางสภาพอากาศที่อึมครึมในกรุงมะนิลาเนื่องจากมีฝนตก สถานีโทรทัศน์วิทยุทั่วประเทศ ต่างจัดรายการพิเศษ นำเสนอสารคดีเกี่ยวกับเรื่องราวชีวิตของนาง รวมทั้งเปิดเพลงสมัยการปฏิวัติพลังประชาชน และบทเพลงรัก ที่หยิบเอาบทกลอนของนายเบนิกโน อาคีโน่ สามีของนาง มาใส่ทำนอง
ประชาชนบางส่วนนำเทียนมาจุด และนำดอกไม้มาวางไว้ที่หน้าบ้านพักของนางที่เมืองเกซอน ซิตี้ รวมทั้งตามสถานที่ประวัติศาสตร์ในเหตุการณ์การต่อต้านอำนาจของมาร์กอสเมื่อปี 2529
สำหรับพิธีศพนั้น ทางครอบครัว ต้องการให้มีการจัดเป็นแบบส่วนตัว มากกว่าที่จะเป็นแบบรัฐพิธี โดยให้เหตุผลว่า เมื่อลงจากตำแหน่ง นางมีความตั้งใจและมีเป้าหมายที่จะใช้ชีวิตอย่างประชาชนคนธรรมดามาโดยตลอด นอกจากนั้น ทางครอบครัวก็ยังต้องการใช้เวลานี้อยู่กับนางให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เย็นวันนี้ ศพของนางถูกนำมาไว้ที่โรงเรียนคาธอลิค เด ลา ซาลเล่ ในกรุงมะนิลาจนถึงเช้าวันจันทร์ จากนั้นจะถูกย้ายไปไว้ที่มหาวิหารกรุงมะนิลา และในวันพุธ ศพจะถูกนำไปฝังเคียงข้างหลุมศพของสามี ที่ เมมโมเรียล พาร์ค
ด้านประธานาธิบดีกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย ซึ่งอยู่ระหว่างเยือนสหรัฐอยู่ที่กรุงวอชิงตันดี ซี ได้ประกาศให้ประเทศไว้อาลัยอย่างเป็นทางการต่อการจากไปของนาง คอราซอน อาคิโน ที่ถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคมะเร็งลำไส้เมื่อเช้ามืดวันนี้
โดยนางอาร์โรโยผู้ซึ่งต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับนางอาคิโนระหว่างการชุมนุมขับไล่อดีตประธานาธิบดีโจเซฟ เอสตราด้า ก่อนที่เธอจะได้เป็นประธานา ธิบดีเมื่อกว่า 8 ปีก่อน กล่าวยกย่องนางอาคิโนว่า เธอเป็นสมบัติของชาติจากการฟื้นฟูประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมกลับสู่ประเทศในช่วงที่ชาติต้องเผชิญกับวิกฤติ
นางอาคิโนได้เป็นประธานาธิดีเมื่อปี 2528 หลังจากเป็นผู้นำประชาชนโค่นอำนาจอดีตผู้นำเผด็จการเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ที่อยู่ในอำนาจยาวนานถึง 20 ปี โดยไม่มีการเสียเลือดเนื้อทำให้เกิดที่มาของ"พลังประชาชน"ครั้งแรกในฟิลิปปินส์ ซึ่งเธอได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่พร้อมยกเครื่องกระบวนการเลือกตั้ง รวมทั้งเปิดการเจรจาสันติภาพกับกลุ่มกบฎต่างๆ และหลังจากพ้นตำแหน่งเธอก็ยังคงเป็นนักต่อต้านการคอรัปชั่นในรัฐบาลตัวลง นอกจากนี้เธอยังเป็นแกนนำชุมนุมประท้วงขับไล่นางอาร์โรโยด้วย และเพิ่งตรวจพบว่าเป็นมะเร็งลำไส้เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว



