ข่าว

"อนุพงษ์"สั่งทหารแจงปชช.ปมถวายฎีกา

"อนุพงษ์"สั่งทหารแจงปชช.ปมถวายฎีกา

01 ส.ค. 2552

ผบ.ทบ.สั่งทหารแจงประชาชนปมถวายฎีกาช่วย"ทักษิณ"รับไม่ใช่เรื่องง่าย ด้าน"ชัยสิทธิ์" โวยรัฐขวางฎีกาปิดกั้นความสัมพันธ์ราษฎร-ผูกขาดความจงรักภักดี ชี้เป็นไปไม่ได้คนเกือบ 5 ล้านจะถูกหลอกให้ลงชื่อ เชื่อตุลาฯ เดือด หากไม่ยอมให้กลับ อาจถึงขั้นใช้กำลังเข้าสู้

 (1ส.ค.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทของกองทัพในการทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา ว่า ได้สั่งการไปยังฝ่ายเสนาธิการทหาร ให้ผู้บังคับบัญชาแต่ละหน่วยงานชี้แจงถึงขั้นตอนการดำเนินการที่ถูกต้อง ผ่านไปยังกำลังพลที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ให้ไปสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการสร้างความเข้าใจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะขึ้นอยู่กับตัวบุคคล แต่เชื่อว่าเมื่อดำเนินการแล้วจะทำให้เกิดความเข้าใจได้บ้าง
 
 เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าจะมีมวลชนฝ่ายตรงข้ามออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการดำเนินการของกลุ่มคนเสื้อแดง จนเกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ทุกคนรู้ดีว่าการแบ่งเป็นสีนั้น ถามว่าดีต่อประเทศชาติหรือไม่ ซึ่งในส่วนรวมก็คงไม่ดีต่อประชาชน เพราะทั้งหมดเป็นคนไทยทั้งสิ้นที่อยู่ด้วยกัน ต้องหาที่ทางอยู่ร่วมกันได้ แม้มีความคิดเห็นต่างกัน

 เมื่อถามว่า จะสามารถล้มเลิกแนวคิดการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาได้หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า อยากให้ใช้คำว่า ทำให้เกิดความเข้าใจในขั้นตอนที่ถูกต้องจะดีกว่า เพราะคาดว่าบางคนไม่เข้าใจว่าวิธีการดำเนินการเรื่องทูลเกล้าฯ ถวายฎีกานั้น ทำได้อย่างไร และมีผลกระทบอย่างไร ซึ่งเรื่องผลกระทบจะเป็นตัวที่บอกว่าควรตัดสินใจอย่างไร อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนที่ดำเนินการเรื่องนี้ ต้องศึกษาให้รู้ว่าการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกามีขั้นตอนอย่างไร ทำได้หรือไม่

 ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการชุมนุมของกลุ่ม นปช.และกลุ่มเสื้อแดง ที่มีการวิดีโอลิงก์ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่า ช่วงหนึ่งของการวิดีโอลิงก์ พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่า กลับประเทศไม่ได้ เพราะเขาไม่ให้กลับ อยากถามว่าคำว่า "เขา" ที่พูดถึงนั้นหมายถึงใคร อยากให้พูดให้ชัดเจน เพราะที่ผ่านมาพ.ต.ท.ทักษิณต่างหากที่หนีคดีและป้ายสีให้คนอื่น
 
 ส่วนที่มีการประกาศว่าสามารถรวบรวมรายชื่อได้ 4.1 ล้านคน และเตรียมทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเพื่อช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น นายเทพไทกล่าวว่า อยากถามเรื่องที่มาของรายชื่อว่าได้มาอย่างไร โดยเฉพาะที่แกนนำเสื้อแดงระบุว่ามีคนในเบื้องพระยุคลบาท เข้าร่วมลงชื่อด้วยนั้น อยากให้เปิดเผยให้ชัดเจนว่ามีใครบ้าง ไม่อยากให้ฉวยโอกาสอ้างชื่อคนนั้นคนนี้เพื่อสร้างสถานการณ์ และสร้างความเสียหายให้คนอื่น

 พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ญาติผู้พี่ของพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า การที่รัฐบาลพยายามขัดขวางคนเสื้อแดงทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ เท่ากับเป็นความพยายามปิดกั้นความสัมพันธ์ ไม่ให้ประชาชนรวมกันเป็นหนึ่งเดียวกับสถาบัน ส่วนการที่รัฐบาลตั้งข้อสังเกตว่า ประชาชนส่วนหนึ่งถูกหลอกให้ไปร่วมลงชื่อนั้น พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ จะเป็นไปได้อย่างไรที่คน 5 ล้านคน จะถูกหลอกให้ไปลงชื่อพร้อมกันได้
 
 "การที่คนในตระกูลชินวัตรไม่ไปร่วมลงชื่อในคำถวายฎีกานั้น เป็นเพราะตระกูลชินวัตรยังถือว่าไม่ได้เดือดร้อน อีกทั้งยังเกรงว่าอาจถูกฝ่ายตรงข้ามนำไปใส่ความได้ว่า เป็นความพยายามช่วยเหลือพวกเดียวกันเอง" อดีตผบ.สส.กล่าว
 
 นอกจากนี้ พล.อ.ชัยสิทธิ์ยังให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ "ลับ ลวง พราง" ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 100.5 ถึงกรณีที่กลุ่มเสื้อแดงเปิดเผยว่า มีประชาชนกว่า 5 ล้านรายชื่อร่วมลงชื่อในฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่พ.ต.ท.ทักษิณว่า เป็นเสียงของประชาชน ไม่น่าจะไปขัดข้อง เพราะเสียงตั้ง 5 ล้านกว่าเสียงแสดงให้เห็นว่า ประชาชนคงเหลืออด เพราะพึ่งรัฐบาลไม่ได้ จึงอยากพึ่งคนนอกที่เคยทำให้เขาสุขสบายมาก่อน ตนเคยพูดหลายครั้งว่า เป็นโอกาสทองของคุณ แต่กลับไม่ทำ และมองข้ามหัวคนจน มองข้ามหัวคนจนหมด มองแต่โปรเจกท์ใหญ่ๆ เท่าที่สัมผัสตามชนบทคนจนเดือดร้อนมาก และน้ำมันก็แพงขึ้น ไม่รู้ว่า แพงขึ้นตามจริงหรือไม่ แม้คนปลดเกษียณอย่างตนยังเดือดร้อน

 เมื่อถามกรณีที่เคยระบุว่าปลายปีนี้ พ.ต.ท.ทักษิณจะได้กลับประเทศ พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่า วิเคราะห์ตามเหตุการณ์และคิดว่าน่าจะมีอะไรดีขึ้น เพราะประชาชนเดือดร้อนหนัก จึงควรมีอะไรดีๆ ขึ้นมา แต่ก็มีไสยศาสตร์อยู่บ้าง เพราะคนไทยหนีไม่พ้น เพราะมีความเชื่อว่า พรหมลิขิตไว้เรียบร้อยแล้วว่าให้ใครเป็นอย่างไร รับวิบากกรรมอย่างไร ส่วนพิธีกรรมหงายบาตรจะช่วยให้หมดกรรมหรือไม่นั้น ไม่เชื่อก็อย่าหลบหลู่ เพราะเมื่อคนทุกข์ร้อนก็ต้องหาที่พึ่งทางใจ
 
 “การถวายฎีกา คุณอย่าไปผูกขาดความจงรักภักดี เพราะประชาชนกับพระมหากษัตริย์เป็นหนึ่งเดียว และกษัตริย์ถือเป็นดวงใจของประชาชน เมื่อเขาไม่มีที่พึ่ง เขาก็ต้องพึ่งที่สุดท้ายของเขา ต้องเห็นใจประชาชนด้วย ส่วนที่นายกรัฐมนตรีมองว่า ผู้ลงรายชื่อถวายฎีกา มีเพียงประชาชน ไม่มีคนในตระกูลชินวัตรนั้น เพราะเป็นจุดมุ่งหมายประชาชนได้รับความเดือดร้อน อยากได้คนดีกลับมา ตระกูลชินวัตรถือเป็นตระกูลหนึ่งที่ไม่ได้เดือดร้อนเท่าไร แต่ส่วนใหญ่ร้อนใจ หากผมไปเซ็น เขาจะมองไปอีกรูปหนึ่งคือ เป็นพวกเดียวกัน แต่พอเราไม่ทำก็ว่า เรา จึงเป็นเรื่องแปลก สงสัยไม่มีอะไรเล่น” พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าว

 เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะกลับมาเป็นผู้นำประเทศหรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณพูดเป็นนัยๆ ว่า ไม่ได้กลับมาเป็นผู้นำ และการเมืองไม่อยากยุ่ง แต่กลับมาช่วยเหลือประเทศไทย ราษฎรรากหญ้าที่ถูกมองข้ามหัว รวมถึงมาแนะนำ เพราะมีประสบการณ์ และเป็นคนทำมาหากิน มีสมองดี และมีปัญญาแก้ ประชาชนจึงศรัทธาเชื่อถือ วิธีที่พ.ต.ท.ทักษิณจะช่วยชาวบ้านได้มีหลายวิธี จะมาเป็นผู้นำก็ได้ ไม่เป็นผู้นำก็ได้ เป็นที่ปรึกษาก็ได้ อะไรก็แล้วแต่ที่เป็นประโยชน์ ให้ความยุติธรรมแก่เขา เพราะบ้านเกิดเมืองนอนของเขาแต่กลับไม่ให้อยู่ ให้ไปอยู่อื่น ผลประโยชน์จึงไปตกที่อื่น ก็จะไปอิจฉาพ.ต.ท.ทักษิณทำไม เขาฉลาดและเก่งขนาดนั้น ถ้าเป็นตน ก็จับมาใช้แล้ว
 
 เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะกลับมาเป็นนายกฯ เงาหรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่า ทำได้หลายอย่าง หรือจะเป็นนอมินีก็ว่าไป และยิ่งเป็นตัวจริงได้ก็ยิ่งดี
 
 เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะสู้จนกลับมาประเทศได้หรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่า ประชาชนเรียกร้องให้กลับมา หากอยากให้กลับมากอบกู้ก็ดำเนินตามเขา อย่าไปขัด
 
 ส่วนจะมีการใช้กำลังหรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นไปตามสถานการณ์ ถ้าใช้กำลัง ตนก็ไม่อยากเห็นประเทศไทยเป็นอย่างนั้น แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งไม่ยอมกันแล้วก็คงต้องมี ซึ่งไม่อยากให้เกิด
 
 เมื่อถามว่า อีกนานหรือไม่ที่จะเกิด พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่า วิเคราะห์แล้วน่าจะประมาณเดือนตุลาคมนี้