ข่าว

ศาลให้สิทธิ์‘คู่เกย์’เลี้ยงดูน้องคาร์เมนจากแม่อุ้มบุญไทย

ศาลให้สิทธิ์‘คู่เกย์’เลี้ยงดูน้องคาร์เมนจากแม่อุ้มบุญไทย
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ศาลเยาวชนฯ ให้สิทธิ์ 'คู่เกย์มะกัน' เลี้ยงดูน้องคาร์เมน วัยขวบเศษ จากแม่อุ้มบุญไทย

            กลายเป็นข่าวฮือฮาและเป็นกระแสยืดเยื้ออย่างยาวนาน กรณีน้องคาร์เมน เด็กหญิงที่เกิดจากการอุ้มบุญที่ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไปพร้อมกับนายกอร์ดอน เลก ชาวอเมริกัน และนายมานูเอล ซานโตส ชาวสเปน  คุณพ่อคู่รักชายรักชายที่ผ่านพิธีสมรสกันตามประเพณีไปเรียบร้อยแล้วในประเทศของตน ซึ่งได้เดินทางมาติดต่อว่าจ้างให้หญิงไทยรายหนึ่งอุ้มบุญ แต่เมื่อคลอดน้องคาร์เมนออกมาแล้ว กลับไม่ยอมเซ็นอนุมัติให้ลูกแก่คู่รักชายคู่นี้ อ้างรสนิยมทางเพศที่รักเพศเดียวกันและพัวพันการค้ามนุษย์ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายต่อสู้กันทางกฎหมายและสื่อต่างๆ ตลอด 1 ปีที่ต้องอยู่ในประเทศไทย เพื่อรับตัวน้องคาร์เมนกลับสหรัฐอเมริกา จนกลายเป็นคดีความท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันในวงกว้าง รวมถึงเป็นข่าวออกไปทั้งในและต่างประเทศ

            ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ถนนกำแพงเพชร วันที่ 26 เมษายน ศาลนัดฟังคำสั่ง หมายเลขดำ พ.1239/2558 หมายเลขแดงที่ พ.716/2559 ที่ นายกอร์ดอน แอลลัน เลก ที่สาม ชาวอเมริกัน บิดาน้องคาร์เมน ซึ่งเกิดจากแม่อุ้มบุญชาวไทย ยื่นคำร้องขอให้เด็กหญิงวัย 1 ปี 3 เดือนเศษ เป็นบุตรตามมาตรา 56 พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 หลังจากศาลได้ไต่สวนคำร้องและพยานฝ่ายนายกอร์ดอน ผู้ร้องและมารดาอุ้มบุญ ผู้คัดค้าน เสร็จสิ้น เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา โดยนายมานูเอล ซานโตส คู่รักของนายกอร์ดอน เดินทางมาฟังคำสั่ง พร้อม นายรัชพล ศิริกุลจิตต์ ทนายความเพื่อฟังคำสั่ง ส่วนมารดาอุ้มบุญชาวไทย ไม่ได้เดินทางมาร่วมฟังคำสั่งแต่อย่างใด

            ศาลได้อ่านคำสั่งสรุปว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 ในบทเฉพาะกาลมาตรา 56 มีเจตนารมณ์ให้ศาลใช้ดุลพินิจมีคำสั่งให้ผู้ที่เกิดจากการตั้งครรภ์แทนก่อนวันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีและภริยาที่ดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนตามสมควรแก่กรณีของแต่ละคดี ทั้งนี้ เพื่อเป็นการคุ้มครองสวัสดิภาพและประโยชน์สูงสุดของผู้ที่เกิดจากการตั้งครรภ์แทน ส่วนสามีหรือภริยาที่ดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทน ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องก็ไม่จำต้องเป็นสามีภริยาที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5

            คดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติว่า ผู้ร้องเป็นผู้ดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทน โดยการถ่ายโอนตัวอ่อนที่เกิดจากการปฏิสนธิระหว่างอสุจิของผู้ร้องกับไข่ที่ได้รับบริจาคจากหญิงอื่น เข้าสู่โพรงมดลูกของผู้คัดค้านซึ่งเป็นหญิง ผู้รับตั้งครรภ์แทน

            ต่อมาผู้คัดค้าน ได้ให้กำเนิดเด็กหญิงที่เกิดจากการตั้งครรภ์แทน หลังจากนั้นผู้ร้องจึงรับเด็กหญิงคนดังกล่าวไปอุปการะเลี้ยงดูนับแต่แรกเกิดจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งพยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำมาไต่สวนก็มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า ผู้ร้อง อุปการะเลี้ยงดูเด็กหญิงด้วยความรักและเอาใจใส่ นอกจากนี้ระหว่างพิจารณาผู้คัดค้าน ยังแถลงไม่คัดค้านหากศาลจะมีคำสั่งให้เด็กหญิงเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้อง

            จากพฤติการณ์ตามที่วินิจฉัยมาจึงสมควรที่ศาลจะมีคำสั่งให้เด็กหญิงเป็นบุตร โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้อง ประเด็นสุดท้ายต้องวินิจฉัยมีว่า สมควรกำหนดให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กหญิง ร่วมกันหรือสมควรกำหนดให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นผู้ใช้อำนาจดังกล่าวเพียงฝ่ายเดียวหรือไม่

            ศาลเห็นว่า ผู้ร้อง รับเด็กหญิงไปอุปการะเลี้ยงดูตลอดมานับแต่แรกเกิด ปัจจุบันเด็กหญิงมีอายุ 1 ปี 3 เดือนเศษอยู่ในวัยที่พอจะรู้ความและมีความรู้สึกผูกพันกับผู้ที่ให้การอุปการะเลี้ยงดูอยู่เป็นประจำ หากเปลี่ยนผู้อุปการะเลี้ยงดูย่อมก่อผลกระทบต่อจิตใจและความรู้สึกของเด็กหญิง

            อีกทั้งข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากการไต่สวนพยานผู้ร้องก็รับฟังได้ว่า ผู้ร้อง อุปการะเลี้ยงดูเด็กหญิง ด้วยความรักและเอาใจใส่ ถึงแม้ผู้ร้องจะเป็นคนรักร่วมเพศ แต่ความเป็นคนรักร่วมเพศมิใช่อุปสรรคที่จะทำให้ผู้ร้องไม่สามารถอุปการะเลี้ยงดูเด็กหญิง  ให้ได้รับความสุขและความอบอุ่นเท่ากับเด็กอื่นๆ

            ส่วนผู้คัดค้าน มิใช่ภริยาผู้ร้องทั้งโดยพฤตินัยและนิตินัย อีกทั้งผู้ร้องกับผู้คัดค้าน ก็มีภูมิลำเนาอยู่คนละประเทศ หากศาลมีคำสั่งให้ทั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านใช้อำนาจปกครองเด็กหญิงร่วมกันย่อมเกิดอุปสรรคในการใช้อำนาจปกครองและการอุปการะเลี้ยงดูซึ่งจะไม่เป็นผลดีแก่เด็กหญิง  จากพฤติการณ์ตามที่วินิจฉัยมา จึงสมควรที่ศาลจะมีคำสั่งให้ผู้ร้อง เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กหญิงเพียงผู้เดียว ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่เด็กหญิง

            ศาลจึงมีคำสั่งว่า เด็กหญิงคนดังกล่าวเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้อง และให้ผู้ร้องเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กหญิง เพียงผู้เดียว

            ด้าน นายมานูเอล สวมเสื้อยืดเขียนข้อความ “Finally Love Won thank you Thailand#bringcarmenhome” กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาคนเดียว เพื่อมาฟังคำสั่งศาลส่วนนายกอร์ดอนติดงานอยู่ที่ประเทศสเปน แต่จะเดินทางกลับมายังประเทศไทยโดยเร็ว

            “ขอขอบคุณศาลและคนไทยทุกคน และดีใจมากถือว่าชนะคดีแล้ว โดยจะมีการแถลงข่าวเกี่ยวกับรายละเอียดในวันพรุ่งนี้” นายมานูเอล กล่าวทั้งน้ำตา
            
            ส่วน นายรัชพล เปิดเผยสั้นๆ ว่า ศาลมีคำสั่งให้เด็กหญิงคาร์เมน เป็นบุตรโดยชอบตามกฎหมายของนายกอร์ดอน และให้นายกอร์ดอนมีอำนาจปกครองเพียงฝ่ายเดียว หลังจากนี้จะดำเนินการเพื่ออยู่ด้วยกันต่อไป

            “คำสั่งศาลมีผลตั้งแต่วันนี้ โดยฝ่ายจำเลยมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ภายใน 1 เดือน หากไม่ดำเนินการจะถือว่าคำสั่งศาลเป็นที่สุด” นายรัชพล ระบุ
 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง