ข่าว

พท.ล่าชื่อถอดถอน"มาร์ค"ล้วงลูกย้ายตร.

พท.ล่าชื่อถอดถอน"มาร์ค"ล้วงลูกย้ายตร.

01 ส.ค. 2552

"เพื่อไทย” ระบุ สัปดาห์หน้า ยื่น ปธ.วุฒิ ถอดถอน นายกฯใช้ตำแหน่งล้วงลูกโยกย้าย ตำรวจพร้อมจัดแถลงทุจริตโครงการชุมชนพอเพียง 5 ส.ค. ร้องรัฐ บาล แจงเลื่อนวันแถลงผลงาน 6 เดือน ตั้งข้อสังเกตเหตุเลื่อน เพราะรัฐไม่มีหลักฐานโชว์ผลงาน พร้อมตั้งสโลแกนผลงานรัฐบาล“คิดถ

(1ส.ค.) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย น.อ.อนุดิษฐ์ นาคาทรรพ ส.ส.กทม. และนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. ร่วมแถลงข่าว กรณีที่นายกรัฐมนตรีระงับโผแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ และกรณีที่รัฐบาลจะเลื่อนวันแถลงสรุปผลงานรัฐบาล 6 เดือน จากวันที่ 3 ส.ค.ออกไปอีก
 
 โดยนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงผ่านสื่อเรื่องการระงับโผการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชตำรวจไว้ก่อนเพื่อรอให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนใหม่เข้ามาดำเนินการนั้น เห็นว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 266 ประกอบมาตรา 268 ที่ห้ามรัฐมนตรีใช้สถานะหรือตำแหน่งหน้าที่ในการเป็นรัฐมนตร ีเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการ เพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม เนื่องจากเห็นว่า การแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)มาแล้ว ดังนั้น นายกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจก้าวก่ายหรือแทรกแซง
 
 “พรรคเพื่อไทยจะตรวจสอบรายละเอียด รวบรวมข้อมูลข้อมูล และรวบรวมรายชื่อ ส.ส. 1ใน 4 ยื่นต่อนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อถอดถอนนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง ตามมาตรา 271” นายพร้อมพงศ์ กล่าวและตั้งข้อสังเกตว่า การชะลอการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจครั้งนี้ มีความเป็นไปได้ว่าทำไปเพื่อให้ฝ่ายการเมืองเข้าควบคุมจัดวางกำลังเพื่อเตรียมไว้สำหรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ทางการเมืองต่อพรรคร่วมรัฐบาลในขณะนี้ ซึ่งนับว่าเข้าองค์ประกอบที่จะถูกถอดถอนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 ที่ว่าด้วย มาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้
 
 ทั้งนี้นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวเรียกร้องให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. คำนึงถึงศักดิ์ศรีการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แข็งขืนต่อการเข้ามาแทรกแซงก้าวก่ายล้วงลูกและเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีหยุดแทรกแซงการโยกย้ายครั้งนี้
 
 ด้านนายจิรายุ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเลื่อนวันแถลงสรุปผลงาน 6 เดือนของรัฐบาลว่า พรรคเพื่อไทยขอตั้งข้อสังเกตการเลื่อนวันแถลงผลงานของรัฐบาลว่า เพราะยังไม่มีผลงานชัดเจนช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาใช่หรือไม่ และยังไม่มีหลักฐานชัดเจนในการดำเนินโครงการต่างๆ ที่จะนำมาแถลงใช่หรือไม่ ซึ่งการทำงานของรัฐบาลควรวางแผนให้ชัดเจน ไม่ใช่ชักเข้าชักออก อย่างไรดีขอให้รัฐบาลชี้แจงเรื่องนี้ด้วย และในการแถลงสรุปผลงาน พรรคต้องการให้รัฐบาลระบุถึงความคืบหน้า การดำเนินคดีบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ การแก้ปัญหาไข้หวัด 2009 ซึ่งเวลานี้ ประเทศไทยติดอันดับมีผู้เสียชีวิตอันดับ 3 ของโลก และอันดับ 1 ในเอเชียแล้ว รวมทั้งการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นโยบายเรียนฟรี 15 ปี ว่าที่ผ่านมาทำอะไรบ้างนอกจากที่นโยบาย รวมทั้งเรื่องการบริหารกองทุนเศรษฐกิจพอเพียง ว่าการดำเนินการเป็นลักษณะแพงเพียบ หรือพอเพียงอย่างไร เรื่องของคณะกรรมการสมานฉันท์ที่จะพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญ มีความคืบหน้าอย่างไร รวมทั้งเรื่องกองทุนน้ำมันที่วันนี้น้ำมันราคาแพง และยังมีการขึ้นภาษีสรรพสามิตอีก
 
 รองโฆษกพรรค ยังตั้งสโลแกนสรุปเรื่องที่รัฐบาลจะแถลงสรุปผลงานด้วยว่า “คิดถึงพรรคประชาธิปัตย์ คิดถึงหวัด 2009” ส่วนผลงานที่ชัดเจนของรัฐบาลที่ผ่านมา คือ กู้เงินขยันสร้างหนี้ บี้ทักษิณ ให้เนวินขี่คอ
 
 ด้านนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.กล่าวถึงคดีลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า ส่วนตัวเห็นใจนายสนธิ แต่ขอให้นายสนธิ ทำหน้าที่ในส่วนของสื่อมวลชนอย่างเดียว และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติตามหน้าที่ ซึ่งการที่นายสนธิจะไปยุ่งเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะเป็นการเปิดช่องให้ฝ่ายที่เคยลอบยิงนายสนธิ กลับมาทำร้ายอีก
 
 นายการุณ ยังกล่าวถึงกระแสการปลด พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผบ.ตร. ด้วยว่า ขอฝากถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อย่าล้วงลูก แทรกแซง เพราะตำรวจไทยมีเกียรติยศ และศักดิ์ศรี ที่สะสมมานานในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่
 
 ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาคาทรรพ ส.ส.กทม. ยังกล่าวถึงการตรวจสอบการทุจริตโครงการชุมชนพอเพียงว่า ในวันที่ 5 ส.ค.นี้ พรรคเพื่อไทยจะจัดแถลงข่าวลำดับการตรวจสอบที่พบการทุจริตตั้งแต่ระดับนโยบาย จนถึงระดับปฏิบัติ ที่เป็นแบบซีรีย์เรื่องยาว ซึ่งขณะนี้ก็มีหลักฐานเกี่ยวกับการโอนเงินโครงการด้วย โดยตั้งข้อสังเกตโครงการนี้ได้อนุมัติวันที่ 4 พ.ค.52 แต่ปรากฏว่ามีการโอนเงิน 500,000 บาท เข้า - ออกในบัญชีก่อนในวันที่ 30 เม.ย. ที่เป็นวันก่อนอนุมัติถึง 4 วันซึ่งในทางปฏิบัติจะอ้างว่าลงวันที่ผิด ก็ฟังไม่ขึ้น เพราะเอกสารอนุมัติโครงการมาถึงทีหลัง ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายชุมชนดังนั้นจึงสังเกตว่าทุกอย่างถูกจัดวางแบบ Set up ไว้เป็นอย่างดี ขณะที่เงินงบประมาณไม่ผ่านมือชาวบ้าน แต่เข้าบัญชีและกระเป๋าใครบางคน และวันนี้พบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูง เป็นผู้อำนวยการเขต ที่พยายามไปพูดกับประชาชนว่า ขออย่าให้ข้อมูลกับใครให้เงียบๆ ไว้ แล้วเรื่องจะยุติไปเอง จนทำให้ประชาชนไม่กล้าออกมาข้อมูลเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมนั้น ตนขอฝากไปถึงประชาชนว่า ถ้าหากมีข้อมูลก็ให้นำข้อเท็จจริงบอกกล่าวกับพรรคเพื่อไทยในการตรวจสอบการทุจริต เพราะถ้ารู้ข้อมูลแล้วไม่แจ้ง ก็จะกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการทุจริตไปด้วย
 
 น.อ.อนุดิษฐ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบโครงการออกมาระบุทำนองท้าทายให้พรรคเพื่อไทยเปิดหลักฐานออกมาหากมีการทุจริตว่า รองนายกฯ จะได้รับทราบอย่างแน่นอน และต้องขอเตือนไว้ก่อนว่า หากได้เห็นหลักฐานแล้วจะมาเฉไฉ หรือบ่ายเบี่ยงการตรวจสอบไม่ได้ และเท่าที่เห็นรองนายกฯ ไม่มีความรู้หรือรู้ไม่จริงในหลายประเด็น เช่น เรื่องของความคุ้มทุนเครื่องทำน้ำดื่มพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งจริงๆ แล้วเครื่องทำน้ำดื่มพลังงานแสงอาทิตย์ กินกำลังไฟฟ้า 250 วัตต์ ซึ่งค่าไฟอยู่ที่ 3.50 บาท ดังนั้นหากเปิดทั้งวันจะเสียค่าไฟฟ้าวันละ 21บาท แต่เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับราคาเครื่องที่ต้องจ่ายถึง 300,000 บาทต่อเครื่อง แล้วพบว่าจะต้องใช้เวลาถึง 14,285 วัน หรือ 39 ปี จึงจะคุ้มทุน
 
 ส่วนที่นายกอร์ปศักดิ์ ระบุว่าบางที่เสนอโครงการโดยไม่ผ่านเวทีประชาคม เพราะประชาชนไม่มีเวลานั้น ตนเห็นว่า เรื่องนี้รับไม่ได้ เพราะการดำเนินโครงการมีระเบียบออกมาชัดเจน ดังนั้นการละเว้นจึงเข้าข่ายความผิดอาญา ในการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และความผิดการปลอมเอกสารสิทธิ