ข่าว

‘บิ๊กตู่’เทกระจาด15,000ล้านลุ้น3เดือนฟื้นศก.ฐานราก

‘บิ๊กตู่’เทกระจาด15,000ล้านลุ้น3เดือนฟื้นศก.ฐานราก
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ลุ้น3เดือนฟื้นศก.ฐานราก ‘บิ๊กตู่’ปลุก‘กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน’เทกระจาด15,000ล้าน : โดย วัฒนา ค้ำชู สำนักข่าวเนชั่น

             เมื่อประเทศชาติประสบกับปัญหาเศรษฐกิจถดถอย เข้าลักษณะทรงตัวแทบทรุด หนึ่งในโรดแม็พที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข  “กระทรวงมหาดไทย” มือไม้กลไกที่มีความใกล้ชิดชาวบ้านทุกหัวระแหง ได้เรียกระดมพลจัดแถวประชุม “กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน” มอบนโยบายในหัวข้อ “โครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้าน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตามแนวทางประชารัฐ” ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

             ในการส่งภาระหน้าที่เพื่อให้บรรลุผลมีประสิทธิภาพ ทิศทางเป้าหมายจึงพุ่งไปสู่บรรดาผู้ว่าฯ ปลัดจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะที่เป็น “ประธานคณะกรรมการหมู่บ้าน” ในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคกลาง  ได้แก่ ปทุมธานี นครปฐม นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ และสมุทรสาคร เบ็ดเสร็จรวม 3,878 คน แล้วถ่ายทอดสดการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังทุกจังหวัดทั่วประเทศ ให้บรรดากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน รวม 291,257 คน ที่ไม่ได้เดินทางมาร่วมได้รับรู้นโยบายของรัฐบาลในหนนี้

             “เบอร์หนึ่ง” ฝ่ายข้าราชการประจำ “กฤษฎา บุญราช" ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รายงานวัตถุประสงค์สร้างการรับรู้เข้าใจ หลักเกณฑ์ ขั้นตอน แนวทางการดำเนินโครงการ ให้ผู้รับผิดชอบในระดับพื้นที่ได้รับทราบ กระบวนการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภูมิภาค ในด้านเศรษฐกิจ สังคม ล้วนเป็นไปตามกรอบความต้องการของประชาชนในพื้นที่ สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยการสนับสนุนงบประมาณให้แก่หมู่บ้าน จำนวน 74,588 หมู่บ้าน วงเงินไม่เกินหมู่บ้านละ 2 แสนบาท ภายในวงเงินงบประมาณ 15,000 ล้านบาท กำหนดห้วงระยะเวลาดำเนินการ 90 วัน กำหนดมอบหมายให้คณะกรรมการหมู่บ้านเป็นกลไกหลักรับผิดชอบดำเนินการในหมู่บ้าน แต่หน่วยหลักปักธงย่อมเป็นกระทรวงมหาดไทย ที่มีกรมการปกครองเป็นหน่วยงานหลัก ต้นสังกัดรับผิดชอบสั่งการคอยกำกับดูแลติดตามความคืบหน้ารายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบทุกเดือนนั้นเป็น “บทนำ”

             แต่เนื้อหาหลัก “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ได้เดินทางมาเป็นประธานมอบนโยบายการขับเคลื่อนโครงการด้วยตัวเอง ได้ชี้แจงเนื้อหา “บางส่วนบางตอน” แก่ “กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน” มีใจความว่า การที่ทหารต้องเข้ามาบริหารประเทศ สาเหตุหลักคือ “ติดล็อก” พันธนาการการเมือง และยังเปิดอกบอกเล่าว่า ที่เข้ามาทำงาน ไม่ได้ชอบหรือรังเกียจใคร แต่ต้องยึดกฎหมายทำตามบทบาทหน้าที่ หวังเพียงให้ประเทศเดินต่อไปข้างหน้า ในการที่รัฐบาลเลือกใช้ศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์ รังสิต ก็ไม่ได้มีการกำหนดใช้พื้นที่ในเชิงสัญลักษณ์ รวมถึงการเดินทางไปเชียงใหม่พื้นที่คนเสื้อแดงในวันพุธที่ 27 เมษายน ก็เพื่อปฏิบัติภารกิจทางราชการ คงไม่ใช่การเมืองตามที่มีการตั้งข้อสังเกตเม้าท์กันแต่อย่างใด

             ขณะที่เป้าหมายหลักในการนำ “กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน” มารับนโยบาย เพราะถือเป็นองค์กรหนึ่งหวังให้ช่วยกันขับเคลื่อนประเทศ ไม่ใช่เพียงคนใด คนหนึ่ง แล้วหมู่บ้านถือเป็นสังคมขนาดเล็กที่สุด ได้มีการพัฒนาต่อยอดตลอดมา วันนี้จะต้องเร่งรัดการทำงานให้เร็วมากขึ้นกว่าเดิม แม้อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานบ้าง วันนี้รัฐบาลต้องทำความเข้าใจกับทุกคน ขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย รวมถึงโลกภายนอก ดังนั้นบทบาทของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คือ การพัฒนาท้องถิ่น ดูแลความสงบเรียบร้อยในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ต้องพัฒนาร่วมกันกับประชาชนในพื้นที่

             พล.อ.ประยุทธ์ บอกต่อไปว่า ประเทศไทยต้องเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ 20 ปี ต้องนำเรื่องความสุขของคนในประเทศมาวัดด้วย ประเทศไทยจัดว่ามีความสุขในระดับต้นๆ วันนี้ไม่ต้องไปตีกับใคร ถ้าตีกันอีกจะมีความสุขไหม ก็จะต้องมีการเลือกข้างกันอีก แล้วประเทศจะได้อะไร ต้องคิดด้วยหลักการเหตุผล การจะทำอะไรต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ถ้าทำผิดประชาชนก็มีความสุขไม่ได้ โลกปัจจุบันเขาบริหารแบบนี้ เราจะช้าและหยุดรอใครไม่ได้อยู่แล้ว เรื่องคุณธรรมถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ประเทศสงบ แต่การพัฒนาจะต้องไม่หยุด เราต้องมาร่วมมือทำงานกันก่อน ส่วนเรื่องความขัดแย้งค่อยมาดูทีหลัง ค่อยๆ แก้กันไป วันนี้เราต้องมาร่วมกันสร้างประชาธิปไตยให้เท่าเทียม ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกันให้ได้เสียก่อน

             วันนี้ต้องระเบิดจากผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อำเภอ ไปสู่จังหวัด สู่ภูมิภาค โดยรัฐบาลได้สร้างความเชื่อมโยงทุกด้านให้สอดคล้องแผนปฏิรูป 20 ปี โดยปีนี้และปีหน้าหวังจะทำเรื่องพื้นฐานให้ได้ แต่ยอมรับว่าแก้ไม่ได้ทั้งหมด การปฏิรูปไม่มีวันจบ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงตลอด วันนี้รัฐบาลและคสช.นำความต้องการของพวกท่านมาดำเนินการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องคิดโครงการให้สอดคล้องกับนโยบายที่วางไว้ โดยมองในภาพรวมเพื่อนำสู่การเดินหน้าประเทศ วันนี้ที่ทำไม่ใช่เรื่องของตนแต่เพื่อประชาชนลูกหลานอีก 20 ปีข้างหน้า

             การบริหารจัดการน้ำได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขุดลอกคูคลอง ทำเรื่องต่างๆ หลายด้าน ที่ผ่านมามีงบประมาณลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง คิดทุกวันว่า จะทำอย่างไรให้คนระดับล่างมีความสุข ประชาชนต้องรู้ว่าปัญหาอยู่จุดใด ไม่โทษใครทั้งสิ้น รัฐบาลได้ร่วมมือกับภาคธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายประชารัฐ แต่ไม่ใช่เอื้อประโยชน์ให้กัน ในฐานะนายกฯ ไม่เคยพูดคุยกับภาคธุรกิจเป็นการส่วนตัว วันนี้ประชาชนต้องรวมกลุ่ม แต่ไม่ใช่แบ่งประเทศออกเป็นส่วนๆ เพราะมิฉะนั้นประเทศจะเจ๊งหมด หากเราแบ่งแยกกันจะไม่สามารถแข่งขันได้

             เราต้องขยายเมืองออกไปจากเมืองหลวงแล้วไปสู่ภูมิภาคเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเดินทางเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ขอประกาศชัดต่อกำนันผู้ใหญ่บ้าน หากมีใครอ้างชื่อ เพื่อเรียกผลประโยชน์ขอให้มาบอกจะจัดการให้ แล้วได้เอ่ยถามผู้เข้าร่วมประชุมว่า “ปทุมธานีว่าไง วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง วิทยุชุมชน เบาบางลงไหม พวกเอารถไปรับคนเป็นอย่างไรบ้าง หากทุกคนทำหน้าที่ของตนเอง ก็ไม่มีปัญหา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องส่งแผนงานให้ ส.ส.เป็นผู้นำเสนอ รัฐบาลจะจัดลำดับความเร่งด่วน ผมขอสัญญาว่าจะคืนความสุขให้ทุกท่าน เเต่จะต้องคืนให้ทุกกลุ่ม ไม่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มเดียว ทุกคนต้องร่วมมือเพื่อความสำเร็จ ผมไม่ใช่นักการเมือง ผมใจดีกับทุกคน เเต่คนที่ทำผิดกฎหมาย ผมไม่ดีด้วย ทุกคนต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง อย่ามาทะเลาะกันกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง” นายกรัฐมนตรี ระบุ

             อย่างไรก็ดี ในการประชุมมอบนโยบาย “โครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ” มีกระบวนการดำเนินการระยะเวลา 3 เดือน เม็ดเงิน 15,000 ล้านบาท ทิศทางการทำงานของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่เริ่มเข้มข้นตั้งแต่การเข้าร่วมรับฟัง ที่มีการล็อกประตูห้องประชุม ห้ามไม่ให้ทุกคน ไม่เว้นเจ้าหน้าที่ สื่อมวลชน เดินเข้าออกบริเวณพื้นที่ห้องประชุมตั้งแต่นายกรัฐมนตรีเข้าไปพูดในห้อง เพื่อชี้แจงกระบวนการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รับทราบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รอพิสูจน์ผลผลิตในระยะเวลานับจากนี้ ส่วนฐานรากอย่างชาวบ้านจะได้เห็นผลต้องรอลุ้นกันในโอกาสใกล้ๆ นี้


 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง