ข่าว

‘ประวิตร’สั่งเช็กนปช.-กปปส.’แถลงข่าวผิดพรบ.ประชามติหรือไม่

‘ประวิตร’สั่งเช็กนปช.-กปปส.’แถลงข่าวผิดพรบ.ประชามติหรือไม่
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

“พล.อ.ประวิตร”ให้จนท.เช็กนปช.-กปปส. แถลงข่าวผิด.พ.ร.บ.ประชามติหรือไม่ ย้ำชัดไม่ให้โฆษณา บอกให้หยุดเสียที ปล่อยประชาชนมีเสรีตัดสินใจ อย่าชี้นำ

          
          วันที่ 25 เม.ย.59 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ท่าอากาศยานกองบิน 6 อาคาร2 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตนีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) แถลงข่าว รับและไม่รับร่างรัฐธรรมนูญว่า นี่เป็นสาเหตุที่ต้องมีการออกกฎหมายเพื่อไม่ให้มีใครชี้นำ คนชอบก็ว่าชอบ คนไม่ชอบก็ว่าไม่ชอบ ก็แล้วแต่คนละคน แต่เราไม่ให้มีการโฆษณา หรือยกป้ายสนับสนุน ไม่สนับสนุน เพราะจะไม่จบสิ้นเสียที ตนก็บอกแล้วว่าปล่อยให้ประชาชนตัดสินใจ เพราะมีทั้งกรรมธิการร่าง (กรธ.) ที่จะต้องชี้แจงถึงเจตนาในการร่าง ส่วนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะออกมา อธิบายขั้นตอนต่างๆ ในการลงประชามติ
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า การแถลงข่าวของ กปปส.และ นปช.ผิดหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ให้เขาไปดู ทำอย่างนี้ไม่ได้ เพราะกฎหมายออกมาแล้ว ตนคิดว่าหยุดเสียที อยากชอบก็ชอบไป แต่ไปคุยกันในบ้านส่วนตัว ไม่ต้องออกมา สื่อเองก็เหมือนกันไม่ต้องไปถามแล้ว จบแล้ว ถามอยู่นั่นแหละ กับคนแค่ 2 คน คนชอบก็ชอบ คนไม่ชอบก็ไม่ชอบ ถามไปก็ได้คำตอบแบบนี้ทุกครั้ง เป็นประเด็นตลอด คิดว่าสื่อเองไม่ต้องไปถามแล้วพอ
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า ถือเป็น 2 กลุ่มสำคัญที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า นั่นแหละ แบบนี้ชอบกันไหม บ้านเมืองเป็นแบบนี้ ชอบทำให้เป็นประเด็น ปล่อยให้ประชาชนมีเสรีบ้าง ไปชี้นำอยู่เรื่อย ไม่จบไม่สิ้น ส่วนที่มีกลุ่มพลเมือง 100 ชื่อ เช่น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ นายกษิต ภิรมย์ แถลงการณ์ขอให้ คสช.เปิดช่องแสดงความเห็นเรื่องร่าง รธน. พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่เอา กฎหมายออกมาแล้ว ไม่เข้าใจหรือไง บ้านเมืองอยู่ได้ด้วยอะไร และจะไม่เป็นสาเหตุทำให้สถานการณ์บ้านเมืองอึมครึม
 
          “ผมมองว่าไม่ให้แสดงความคิดเห็น ร่างรัฐธรรมนูญดีแล้วเพราะชัดเจนว่ามี 2 ค่าย ถ้าจะพูดก็ไปพูดกันในกลุ่มของตัวเอง ไม่ให้โฆษณา ผมไม่ได้ห้ามหรือเอาพลาสเตอร์ปิดปากใครทั้งหมด แต่ไม่ให้ออกมาโฆษณา ไม่ให้ลงสื่อโฆษณา” พล.อ.ประวิตร กล่าว
 
          พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึง กรณีที่ นปช.เรียกร้องให้ ยูเอ็น-อียู เข้ามาสังเกตการณ์ในวันลงประชามติว่า เรื่องของ กกต.ไปเรียกร้องอะไร คงไม่มีประเทศไหนที่เรียกร้องให้มาดูการลงประชามติ หากเกี่ยวกับการเลือกตั้งแบบนี้ได้ โดยหลักการแล้วไม่ต้องเชิญมา รอเลือกตั้งดีกว่าเชิญมาดู ใครซื้อเสียง การลงประชามติคงไม่เกี่ยว พร้อมยืนยันว่าการลงประชามติเกิดขึ้นแน่นอน เพราะกฎหมายออกแล้ว ยกเว้นตีกันจนลงประชามติไม่ได้ แบบนี้จะไปกันอย่างไร ออกแถลงทุกวัน ๆ แบบนี้ ถามว่าจะไปกันอย่างไร คนนั้นดี ไม่ดี
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า การลงประชามติครั้งนี้เป็นการประลองระหว่างสองขั้วการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่เกี่ยวหรอก คงไม่ใช่การประลองอะไร มีแต่คนคิดอย่างไร ประชาชนคิดอย่างไร และตัวเองเป็นพรรคการเมือง ก็ไม่ใช่ว่าจะคุมเสียงของตัวเองได้หมด อย่าไปคิดเอาเอง ไม่จำเป็นต้องมีใครออกมาแสดงพลังอะไรทั้งนั้น ขณะนี้ก็ใกล้ถึงเวลาการลงประชามติแล้ว
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่าในมาตรา 61 ของพ.ร.บ.ประชามติ จำกัดความคิดเห็นมากเกินหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เห็นแล้วว่าข้อห้ามต่างๆ จะทำให้ไม่เกิดประเด็นขึ้นมาและกลายเป็นความขัดแย้งในสังคม เขาจึงออกกฎหมาย ถ้าทำแล้วมีความขัดแย้งก็คงไม่ออกกฎหมาย มั่นใจว่ากฎหมายจะไม่สร้างความขัดแย้ง ข้อห้ามทั้งหมดก็ใช้กับทุกคน ถ้าห้ามคนโน้น ไม่ห้ามคนนี้ นี่คือเป็นการสร้างความขัดแย้ง
 

          ส่วนที่ กกต.และ กรธ.ออกไปชี้แจงประชาชนเป็นการชี้นำฝ่ายเดียวหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ กรธ.ชี้แจงว่า เจตนาการร่าง รธน.เป็นอย่างไร ไม่ได้ชี้นำ และเรื่องนี้ก็ไม่มีฝ่ายไหนทั้งนั้น ถือเป็นฝ่ายประชาชนทั้งหมด ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตุว่า การที่นายสุเทพ ออกมาแถลงข่าวต้องการช่วย คสช.นั้น คงไม่เกี่ยวกับ กปปส.จะรู้ได้อย่างไรว่าใครคิดอย่างไร เพราะ คสช.ไม่ได้ไปร่าง รธน.

 

 

 

 

“บิ๊กป้อม”ชี้“นายกฯ”ดูข้อมูลต่างประเทศ เปิดชื่อ “ทักษิณ”จ้างล็อบบี้ยิสต์ มั่นใจ ไม่ทำการเมืองร้อน
       
          รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม กล่าวถึง กรณี นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ เรียกร้อง คสช.โชว์หลักฐานกล่าวหา นายทักษิณ ชินวัตร จ้างล็อบบี้ยิสต์ ป่วนประเทศไทย ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.พูดตามข้อมูลต่างประเทศออกข่าว ไม่ได้คิดเอง
 
          ส่วนที่นายกรัฐมนตรี เอ่ยชื่อนายทักษิณ จะส่งผลการเมืองแรงขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คงไม่ นายกรัฐมนตรีพูดตามข้อมูลที่ต่างประเทศออกมา



 

“พล.อ.ประวิตร”"ยกคณะ เยือนรัสเซีย
 
          พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตนีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม พร้อม พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกกระทรวงกลาโหมและคณะ มีกำหนดเดินทางไปประชุมรมว.กห.อาเซียน - รัสเซีย อย่างไม่เป็นทางการ ระหว่าง 25 - 28 เม.ย.59 ณ กรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย ในวาระเฉลิมฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์ครบรอบ 20 ปี อาเซียน - รัสเซีย
 
          โดย พล.ต.คงชีพ ตันตระวานิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ รวมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหารระหว่าง อาเซียน - รัสเซีย ให้มีความเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ต่อจากนั้น จะได้เข้าร่วมประชุมนานาชาติมอสโกว่าด้วยความมั่นคง ครั้งที่ 5 ( Moscow International Security Conference ) ซึ่งรัสเซียจัดขึ้นและเชิญรมว.กห.ของประเทศต่างๆ เข้าร่วมประชุมกว่า 50 ประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาความมั่นคงในระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมถึงความท้าทายด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่และปัญหาการก่อการร้าย ซึ่งเป็นภัยคุกคามหลักระหว่างประเทศ
 
          พล.ต.คงชีพ กล่าวอีกว่า ในโอกาสเดียวกันนี้ พล.อ.ประวิตร จะได้หารือทวิภาคีกับรมว.กห.ประเทศต่างๆ ประกอบด้วย รมว.กห.รัสเซีย รมว.กห.เวียดนาม รมว.กห.พม่า รมว.กห.ลาวและรมว.กห.สิงคโปร์ เพื่อเสริมสร้างและสานต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงและทางทหารกับประเทศต่างๆ ให้กระชับและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของการหารือทวิภาคีกับ รมว.กลาโหมเมียนมาร์ เนื่องจากเมียนมามีการเลือกตั้งใหม่และมีประธานาธิบดีคนใหม่ นโยบายทางการเมืองการทหารมีการเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะนโยบายการผลัดดันโรงฮิงญาออกจากประเทศ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อประทศไทยที่เป็นประเทศทางผ่านหากมีการอพยพโยกย้าย ทั้งนี้เราต้องเน้นย้ำว่าปัญหาเกิดจากต้นทาง จะให้ปลายทางมารับผิดชอบทั้งหมดคงไม่ได้ ทั้งนี้คงต้องมีการหารือร่วมกันใรอาเซียนเเพื่อหาทางออก เพราะได้รับผลกระทบเหมือนกัน
 
          พล.ต.คงชีพ กล่าวอีกว่าทั้งนี้ การประชุมรมว.กห.อาเซียนและการประชุม รมว.กห.อาเซียนกับประเทศคู่เจรจา 8 ประเทศ อันประกอบด้วย รัสเซีย สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน อินเดีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น อย่างต่อเนื่องที่ผ่านมา ถือเป็นกลไกหลักที่สำคัญในการขับเคลื่อนงานความมั่นคงในส่วนของเสาหลักประชาคมความมั่นคงอาเซียน ให้มีพัฒนาการของความร่วมมือด้านความมั่นคงของอาเซียนและภูมิภาคมาอย่างต่อเนื่องตามลำดับ ส่งผลต่อเสถียรภาพและการอยู่ร่วมกันอย่างสงบและสันติสุขของภูมิภาคมาโดยตลอด

 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง