ข่าว

SCB ร่วมสร้างสรรค์สังคม/ รณรงค์ ‘อย่าให้ใครว่าไทย ไม่ออม’

SCB ร่วมสร้างสรรค์สังคม/ รณรงค์ ‘อย่าให้ใครว่าไทย ไม่ออม’
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ธนาคารไทยพาณิชย์ หนึ่งในเครือข่ายอนาคตไทย ร่วมรณรงค์ “อย่าให้ใครว่าไทย” เน้นประเด็นส่งเสริมการออมในกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่และนิสิต-นักศึกษา แบ่งปันเทคนิคออมเงิน 50 วิธี จัดพิมพ์ “ตำราพิชัยการออม” แจก 50,000 เล่ม ก่อนพัฒนาผลิตภัณฑ์การเงิน มุ่งตอบโจทย์การออมของคนรุ่นใหม่

ภายหลังการเปิดตัวโครงการรณรงค์ “อย่าให้ใครว่าไทย” เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา โดยเครือข่ายอนาคตไทยซึ่งเป็นการรวมตัวกันของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อร่วมดำเนินกิจกรรมสร้างสรรค์สังคมในระดับประเทศ ปัจจุบันมีภาคีกว่า 100 องค์กร โดย 6 องค์กรหลักผู้ริเริ่ม ได้แก่ มูลนิธิมั่นพัฒนา สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กรมประชาสัมพันธ์ สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรและสภาหอการค้าไทย มีเป้าประสงค์เพื่อการกระตุ้นคนไทยให้ตระหนักถึงปัญหาพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ (โกง ฟุ้งเฟ้อ มักง่าย ขาดสติ) ซึ่งการดำเนินงานในปี 2559 นี้จะมุ่งเน้นประเด็นการปรับลดพฤติกรรมความฟุ้งเฟ้อของคนไทยโดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นภาคีตั้งแต่แรกเริ่ม จึงได้ขับเคลื่อนโครงการรณรงค์ “อย่าให้ใครว่าไทย ไม่ออม” มุ่งสร้างคุณลักษณะที่ดีของคนไทยในมิติทางการเงิน

“ธนาคารไทยพาณิชย์ ในฐานะสถาบันการเงินและธนาคารแห่งแรกของไทย เราตระหนักถึงความสำคัญในการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคม โดยเฉพาะในมิติทางการเงินที่เป็นรากฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ” อารยา ภู่พานิช รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวถึงเหตุผลที่ธนาคารไทยพาณิชย์เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายอนาคตไทย โดยเน้นย้ำถึงความรับผิดชอบของภาคธุรกิจต่อสังคม ว่าจะมีส่วนอย่างสำคัญในการร่วมกันพัฒนาประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

 

หนุนคนรุ่นใหม่รักการออม

รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ธนาคารไทยพาณิชย์ในฐานะขององค์กรด้านการเงิน นอกจากจะมีหน้าที่ในการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องการจัดการด้านการเงินให้กับลูกค้าอย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยป้องกันความเสี่ยงให้กับทั้งลูกค้าที่มาใช้บริการแล้ว ธนาคารไทยพาณิชย์ยังมีโครงการ “SCB ชวนกันทำดี - ไทยพาณิชย์กับ 3 คุณ” ซึ่งส่วนหนึ่งมุ่งปลูกฝังนิสัยการออมให้เด็กรู้คุณค่าเงิน และส่งเสริมการสร้างอาชีพเพื่อสร้างรายได้ภายในโรงเรียนและชุมชนใกล้เคียง โดยดำเนินโครงการผ่านโรงเรียนเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง

การเข้าร่วมโครงการอย่าให้ใครว่าไทย จึงถือเป็นโอกาสในการขยายกลุ่มเป้าหมายการรณรงค์ด้านการออมให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยเฉพาะนิสิตนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา เพื่อให้มีพื้นฐานความเข้าใจและนิสัยรักการออม รวมทั้งกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ที่เริ่มมีรายได้เป็นของตัวเอง

“ปัจจุบันมีการสร้างค่านิยมที่ทำให้คนรุ่นใหม่เข้าใจว่า การมีข้าวของหรือการบริโภคอย่างฟุ้งเฟ้อถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตัวเอง และได้รับการยอมรับจากคนรอบข้างด้วย ดังนั้น ถ้าไม่ช่วยกันส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมการออม เมื่อกลุ่มคนเหล่านี้มีรายได้ เขาก็จะถูกกระตุ้นให้ใช้จ่ายตลอดเวลา แม้แต่การเก็บเงิน ก็เก็บเพื่อไว้ซื้อของที่ไม่จำเป็น”  นอกจากนั้น รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวอีกว่า จากข้อมูลพบว่า การออมเกิดขึ้นในกลุ่มผู้ใหญ่ ขณะที่ในกลุ่มคนวัยทำงานช่วงต้นกลับไม่ค่อยมีพฤติกรรมการออมมากนัก ซึ่งแท้จริงแล้วการออมควรเริ่มตั้งแต่เมื่อบุคคลเริ่มต้นมีรายได้

เมื่อเข้าร่วมโครงการอย่าให้ใครว่าไทย คณะทำงานของไทยพาณิชย์ ได้ประชุมระดมสมอง และค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีออมเงินของคนรุ่นใหม่ โดยการเซิร์ชจากเว็บไซต์กูเกิ้ล พบว่า มีคนโพสต์วิธีการออมเงินที่น่าสนใจจำนวนมาก ทำให้เกิดแนวความคิดว่า แทนที่จะสื่อสารวิธีออมแบบเดิมๆ ซึ่งอาจไม่น่าสนใจสำหรับคนรุ่นใหม่ เปลี่ยนเป็นให้คนที่มีการออมเงินได้แบ่งปันวิธีการของตัวเอง เพื่อเป็นแนวทางและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น

จึงเป็นที่มาของกิจกรรม“ไทยพาณิชย์ชวนไทยคิดออม” เชิญชวนประชาชนแบ่งปันเคล็ดลับวิธีการออมในแบบของตนเอง คนละ 1 วิธี ผ่านแฟนเพจ SCB Thailand ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน ถึง 25 ธันวาคม 2558 โดยธนาคารฯ ได้จัดทำคลิปวิดีโอตัวอย่างวิธีการออมที่น่าสนใจ จำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ เศรษฐีเงินทอน, นอนก่อน รวยกว่า และ เงินเดือนออก เงินออมเข้า เพื่อเชิญชวนผ่านโซเชียลมีเดีย

ปรากฏว่าภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน มีผู้ส่งเคล็ดลับวิธีการออมเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้นจำนวน 4,874 คนจากทั่วประเทศ ทางธนาคารฯ ได้คัดเลือก 50 คน ซึ่งมีวิธีการออมน่าสนใจที่สุด และมอบรางวัลบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พร้อมเงินออมคนละ 3,000 บาท

ส่วน 50 วิธีการออมที่ได้รับการคัดเลือก ธนาคารฯ รวบรวมและจัดพิมพ์เป็น “ตำราพิชัยการออม” จำนวน 50,000 เล่ม เพื่อส่งมอบให้แก่โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ผู้ที่สนใจสามารถขอรับหนังสือได้ที่เครือข่ายสาขาธนาคารฯ หรือดาวน์โหลดอีบุ๊กได้ที่เว็บไซต์ธนาคารไทยพาณิชย์ www.scb.co.th และเว็บไซต์มูลนิธิสยามกัมมาจล www.scbfoundation.com

นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 18 เมษายน ถึง 27 พฤษภาคมนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ได้จัดแสดงนิทรรศการ “อย่าให้ใครว่าไทย ไม่ออม” ณ พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ (รัชโยธิน) โดยการรวบรวมสื่อที่เกี่ยวกับการเข้าร่วมโครงการอย่าให้ใครว่าไทย และสื่อความรู้เกี่ยวกับการออมในหลากหลายรูปแบบมานำเสนอ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชม และรับตำราพิชัยการออมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่เวลา 09.30-17.00 น. ทั้งนี้ พิธีเปิดนิทรรศการได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมาโดยนางวรรณวิมล ศุภประเสริฐ เลขาธิการมูลนิธิมั่นพัฒนา  ในนามเครือข่ายอนาคตไทย และ นางสาวพรรณพร คงยิ่งยง รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมเป็นประธานพิธี

“กิจกรรมเหล่านี้ถือเป็นการรณรงค์ขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการปรับลดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ของคนไทย โดยธนาคารไทยพาณิชย์หวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ จะสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนและประชาชนคนไทย ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และมีความสุขกับการออม เพื่อจะเริ่มต้นออม หรือพร้อมที่จะวางแผนและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจาก ‘ไม่ออม’ เป็น ‘รู้ออม’ ได้ในที่สุด”

ส่วนกิจกรรมในลำดับต่อไป รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ทางธนาคารฯ จะนำข้อมูลวิธีการออมทั้งหมดที่ประชาชนส่งเข้าร่วมประกวดไปวิเคราะห์ เพื่อออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์การเงินที่จะตอบสนองความต้องการด้านการออมสำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ดีที่สุด อันเป็นการส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมการออมที่เป็นรูปธรรมขึ้นได้

 

เชิญชวนร่วมมือเพื่อสังคมไทย

รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวถึงการเข้าร่วมโครงการอย่าให้ใครว่าไทยว่า ธนาคารฯ ถือเป็นโอกาสที่จะได้เรียนรู้ รวมทั้งแบ่งปันแนวคิดและแนวทางการทำงานเพื่อสร้างสรรค์สังคมร่วมกับภาคีเครือข่ายอนาคตไทย พร้อมกล่าวสนับสนุนองค์กรอื่นๆ ให้เข้าร่วมเครือข่าย โดยชี้ว่า ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่เงินลงทุนในการทำกิจกรรม แต่ที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์คือการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันถึงแนวทางและวิธีการสร้างสรรค์สังคมภายในเครือข่าย และมองว่า องค์กรไม่ว่าขนาดหรือประเภทกิจการใด สามารถร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมได้ โดยง่ายที่สุดคือการเริ่มต้นจากการเสริมสร้างทัศนคติและค่านิยมที่เหมาะสมให้กับพนักงานของตนเองภายในองค์กร

“พฤติกรรมฟุ้งเฟ้อ สามารถปรับเปลี่ยนได้ ถ้าเริ่มต้นจากการออม เป้าหมายแรกของเราก็คือพนักงานของธนาคารฯ เอง ซึ่ง 30-40 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนพนักงานทั้งหมด ก็เป็นพนักงานรุ่นใหม่ด้วยเช่นกัน”

นอกจากนี้  รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ยังกล่าวถึงโครงการอย่าให้ใครว่าไทย ว่ามุ่งเน้นการกระตุ้นให้คนไทยละเลิก 4 พฤติกรรมเชิงลบ ได้แก่ ขี้โกง มักง่าย ไร้สติ และฟุ้งเฟ้อ ซึ่งธนาคารฯ เป็นสถาบันการเงินมีความถนัดและสามารถสื่อสารเพื่อสร้างผลกระทบได้ชัดเจนมากที่สุดในประเด็นเรื่องความฟุ้งเฟ้อ โดยการส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมการออม ทั้งนี้ในทุกประเด็นที่โครงการฯ หยิบยกขึ้นมารณรงค์นั้นล้วนมีความสำคัญ และถือเป็นการรณรงค์ในวงกว้างที่ครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งจะสร้างคุณประโยชน์อย่างแท้จริงต่ออนาคตของสังคมไทยอย่างแน่นอน

 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง