
เศรษฐกิจพัง เพราะเศษตังค์สูญ (2)
เฮียพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ เขียนไว้ในคอลัมน์ ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด เมื่อวันอังคารที่แล้วว่า เศรษฐกิจพัง เพราะเศษตังค์สูญ ถูกใจจริงๆ ครับ ผมกำลังจะเขียนคัดค้านการที่กรมธนารักษ์โยนหินถามทาง ว่าจะผลิตเหรียญ 20 บาทออกมาใช้ ด้วยการออกข่าวว่า
กำลังหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อยู่พอดี จึงขอนำชื่อเรื่อง “เศรษฐกิจพัง เพราะเศษตังค์สูญ” มาใช้ด้วยการเติมหมายเลข 2 ไว้ในวงเล็บ แปลว่า เป็นเรื่องต่อเนื่องกัน (เฮียพัฒนเดชคงไม่ว่านะครับ หรืออยากว่าก็ว่าไปเถอะ-ฮา)
กรมธนารักษ์บอกว่าเคยผลิตเหรียญ 10 บาท ออกมาใช้เดือนละ 10-12 ล้านเหรียญ มีคนเอามาใช้แค่ 3-4 ล้านเหรียญ เพราะพกพาไม่สะดวก แต่ตอนนี้เริ่มมีคนเอามาใช้มากขึ้นเดือนละประมาณ 7-8 ล้านเหรียญ จึงขอหยุดผลิตชั่วคราว แล้วก็เลยคิดอยากผลิตเหรียญ 20 บาทออกมาใช้บ้าง แบบว่า เงินเหรียญนั้นใช้ได้นานถึง 10 ปี แต่ธนบัตรใช้ได้ราว 8 เดือนเท่านั้น ผมขอยกมือค้านนอกสภาครับ กรมธนารักษ์ยิ่งผลิตเหรียญที่มีมูลค่าสูงขึ้นออกมา เหรียญที่มีมูลค่าต่ำๆ ก็จะหมดความหมายในทางเศรษฐกิจอย่างเฮียพัฒนเดชว่านั่นแหละ
แม้กรมธนารักษ์จะบอกว่า เดี๋ยวนี้ยังมีการผลิตเหรียญ 25 และ 50 สตางค์อยู่ชนิดละ 10 ล้านเหรียญต่อเดือนก็ตาม แต่เหรียญทั้ง 2 มูลค่าหมุนเวียนในตลาดเดือนละ 1 ล้านเหรียญ คือใช้ตามห้างสะดวกซื้อเท่านั้น ส่วนอีก 9 ล้านเหรียญ กรมธนารักษ์อาจไม่รู้ว่าไปหมุนเวียนอยู่ที่ไหน ตอนแรกผมก็ไม่รู้ กระทั่งไปเห็นตามวัดในต่างจังหวัดที่มีการใส่บาตรพระประจำวันเกิดนั่นแหละ จึงรู้ว่าพระท่านเตรียมเหรียญสลึงกับเหรียญ 50 สตางค์ไว้ให้ญาติโยมแลกครับ ผมว่านานไปเหรียญ 25 และ 50 สตางค์ ก็จะหายไปจากตลาดเหมือนเหรียญ 1 สตางค์ซึ่งเป็นมูลค่าเริ่มต้นของเงินบาทที่ตอนนี้ไม่มีแล้ว
กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในน่าทบทวนดูนะครับว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้เหรียญเล็กๆ อย่างเหรียญ 25 หรือ 50 สตางค์มีคุณค่า เช่น กำหนดราคาสินค้าบางชนิดให้ลงท้ายด้วย เศษสตางค์ เช่น 1.25, 1.50 หรือ 1.75 บาทไปเลยครับ คนที่เก็บเหรียญ 25 หรือ 50 สตางค์เอาไว้ที่บ้านจะได้นำมาใช้ ทุกวันนี้ที่ราคาข้าวของแพงขึ้นทุกวัน ก็เพราะพ่อค้าแม่ขายกำหนดราคาสินค้ากันตามใจชอบ เหมือนมัดมือชกชาวบ้าน ข้าวแกงริมถนนเดี๋ยวนี้ราดอย่างเดียว 25 สองอย่าง 30 บาท บางแห่งก็ 35 ค่ามอเตอร์ไซค์รับจ้างขั้นต่ำ 20 บาท รถตุ๊กตุ๊กนี่ 30 บาทขึ้นไป
ข้ออ้างก็คือ เดี๋ยวนี้ของแพงเพ่...เรียกว่าใครอยากกำหนดราคาสินค้าเท่าไหร่ ก็ว่ากันตามสะดวกขาดความเหมาะสม ขาดความพอดีสำหรับชาวบ้านร้านตลาดไปแล้วครับ
เฮียพัฒนเดชถามว่า ถึงเวลาหรือยัง ผมขอตอบว่าถึงเวลาแล้วครับ ไม่งั้นเศรษฐกิจชาติก็จะตกอยู่ใต้เงาแห่งอสูร เอ๊ย เงาแห่งความอยุติธรรมตลอดไป...อย่างเฮียว่านั่นแหละ แหะ แหะ
ภาณุมาศ ทักษณา



