ข่าว

ยกระดับคุมพื้นที่4อำเภอสงขลาเทียบเท่าชายแดนภาคใต้

ยกระดับคุมพื้นที่4อำเภอสงขลาเทียบเท่าชายแดนภาคใต้
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ยกระดับคุมพื้นที่4อำเภอสงขลา เทียบเท่าสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ : สมชาย สามารถรายงาน

            หลังจากเกิดเหตุจักรยานยนต์บอมบ์ 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 11 เมษายน หน้าสถานีรถไฟจะนะ อ.จะนะ และร้านขายของชำ อ.เทพา จ.สงขลา แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งให้หน่วยเฉพาะกิจสงขลา เข้าควบคุมพื้นที่และไล่ล่าคนร้ายก่อเหตุ รวมถึงการเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ 4 อำเภอ จ.สงขลา

            พล.ต.วิรัช กมลศิลป์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 ในฐานะผบ.ฉก.สงขลา เปิดเผย “ผู้สื่อข่าว” ถึงนโยบายในการดูแลพื้นที่ 4 อำเภอ จ.สงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็น 4 อำเภอกันชนสำหรับเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของ จ.สงขลา (หาดใหญ่ สะเดา เมืองสงขลา)

            นโยบายเหมือนเดิมทั้งหมด ไม่ว่าเรื่องมวลชนต่างๆ ในพื้นที่ หรือแนวทางต่างๆ ซึ่งทางกองทัพได้มอบมาเมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรอบการทำงานในอีก 6 เดือนต่อไป สรุปก็คือเป็นไปตามนโยบาย เพียงแต่ในพื้นที่แม่ทัพภาคที่ 4 เน้นให้เข้มขึ้นหน่อย โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่มีเหตุการณ์ในอดีตซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่กำลังจะมาถึง

            “เช่นเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะวันที่ 28 เมษายน ที่ถึงนี้ ยกตัวอย่าง เนื่องจากทุกอย่างมีแผนงานอยู่แล้ว เราก็ทำตามแผนงาน คือ 1.ควบคุมพื้นที่ 2.โครงการพาคนกลับบ้าน ซึ่งเป็นโครงการที่สำคัญ และ 3.การยุติสถานการณ์ในพื้นที่ โดยการออกพบปะเยี่ยมเยียนสำรวจการช่วยเหลือประชาชน ฉะนั้นทุกอย่างก็เป็นตามหน่วยเหนือที่ลงมา”

            ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ล่าสุด ก็ต้องบอกว่าในพื้นที่เหล่านี้ไม่ได้เกิดเหตุมานานแล้ว แต่ก็มีข่าวมาว่าฝ่ายตรงข้ามจะมาวางระเบิดในพื้นที่ กรณีที่หน้าสถานีรถไฟจะนะ เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา ความจริงเขาต้องการจะมาวางระเบิดหน่วยตรวจเลือกทหาร แต่เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่มีมาตรการเข้มงวดในวันนั้น

            หลังจากการตรวจเลือกทหารแล้วเสร็จในเวลา 15.00 น. ทุกคนแยกย้ายกันกลับ แต่ฝ่ายตรงข้ามเขาตั้งใจว่าจะมาก่อเหตุพื้นที่เป้าหมาย เมื่อเป้าหมายไม่ได้ ก็มีการเปลี่ยนพื้นที่เป้าหมายใหม่ จะเสียเที่ยวไม่ได้ เพราะทุกอย่างเตรียมการมาแล้ว ก็เลยหาที่ลงให้ได้ มันก็เลยขับรถเวียนในพื้นที่กระทั่งเจอเป้าหมายคือเจ้าหน้าที่พอดี

            หรือฝ่ายตรงข้ามอาจจะตามมาระยะหนึ่ง เพราะช่วงเวลา 15.00 น.ที่หน่วยเลือกตั้งเสร็จ ก่อนที่คนร้ายจะวางระเบิดในเวลา 17.00 น.กว่าๆ สรุปก็คือนโยบายก็ทำตามกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ตามแผนงานในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ซึ่งไม่ต่างไปจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เช่นเดียวกัน การปฏิบัติไม่ได้คิดว่าพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาเบากว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

            ซึ่งแนวทางการปฏิบัติก็ต้องทำตามนโยบายเหมือนกันหมดกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ก็คือการควบคุมพื้นที่ การพาคนกลับบ้าน การช่วยเหลือประชาชน งานมวลชนในพื้นที่ต่างๆ ไม่มีอะไรแตกต่างไปจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

            ส่วนพื้นที่เศรษฐกิจ 3 อำเภอรอยต่อของ จ.สงขลา เช่น อ.หาดใหญ่ อ.สะเดา และอ.เมืองสงขลา ที่หลายฝ่ายมีความกังวลต่อสถานการณ์นั้น เรื่องนี้ผู้บัญชาการทหารบก (พล.อ.ธีรชัย นาควานิช) ท่านให้ความสนใจกับพื้นที่ 7 หัวเมืองเศรษฐกิจ ท่านให้ความสำคัญเท่าเทียมกันหมด หน่วยที่รับผิดชอบจะต้องตื่นตัวในการดูแลพื้นที่อยู่ตลอดเวลา และให้ความสำคัญเหมือนกันหมดทั้ง 7 หัวเมืองเศรษฐกิจ

            “ท่านแม่ทัพภาคที่ 4 (พล.ท.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์) เมื่อมีเวลาท่านก็มาพบตามพื้นที่ต่างๆ ไม่เฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ท่านก็มาพบกับเครือข่ายวิทยุเครื่องแดง กำลังอาสาภาคประชาชนของศูนย์มณโฑที่ดูแลอยู่ ของ อ.หาดใหญ่ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการทำงานร่วมกับฝ่ายเจ้าหน้าที่เพื่อให้มีความใกล้ชิดกัน”

            ซึ่งกองกำลังภาคประชาชนเหล่านี้มีทหารเป็นหัวหน้าโซนที่รับผิดชอบพื้นที่ สามารถดูแลพื้นที่ย่อยในแต่ละพื้นได้ดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกันกำลังอาสาภาคประชาชนในการเฝ้าระวังก็ตื่นตัวเป็นอย่างมาก เป็นการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ ซึ่งหากมีการดำเนินการอย่างนี้ด้วยความเข้มแข็งก็จะช่วยให้การเฝ้าระวังมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะภาคประชาชนที่เป็นอาสาสมัครดูแลความปลอดภัยเมือง

            “ทุกคนเต็มใจอาสามาทำงาน ทำงานกันด้วยความเข้มแข็ง โดยเฉพาะกำลังอส.ของนายอำเภอหาดใหญ่ มีการลาดตระเวน มีการตั้งจุดตรวจ ในขณะเดียวกันก็มีด่านตรวจความมั่นคงจำนวน 3 จุด ก็ช่วยให้ทุกฝ่าย ลำพังทหารอย่างเดียวไม่พอหรอก เพราะมีภารกิจหลายอย่าง”

            สรุปแล้วการดูแลพื้นที่ 4 อำเภอที่เป็นพื้นที่ความมั่นคงของ จ.สงขลา และหัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญนั้นเป็นไปตามนโยบายของหน่วยเหนือ หน่วยเหนือว่าอย่างไรเราก็ต้องตอบสนองอย่างนั้น โดยการเพิ่มความเข้มลงไปในพื้นที่ในแต่ละช่วงเวลา ที่จะต้องประชุมร่วมกัน วางแผนการทำงานร่วมกัน ซึ่งมีแผนอยู่แล้ว จนถึงวันนี้การทำงานร่วมกันระหว่างภาคส่วนต่างๆ ดีมาก


ผวจ.สงขลาชูบูรณาการสร้างความเชื่อมเมืองศก.หาดใหญ่-สะเดา

            ทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ด้านความมั่นคงจังหวัดสงขลา ซึ่งจังหวัดสงขลามีพื้นที่ความมั่นคง 4 อำเภอ ประกอบด้วย เทพา สะบ้าย้อย นาทวี และจะนะ ซึ่งมีการคุยกันค่อนข้างชัดในกรณีของ 4 อำเภอ ที่อยู่ในพี้นที่ความมั่นคง

            “กรณีของ จ.สงขลามีอยู่ 2 ส่วนคือ 1.คือ 4 อำเภอ ที่อยู่รวมกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 2.พื้นที่ที่ไม่อยู่ในพื้นที่ความมั่นคง แต่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ พื้นที่เขตเมือง ซึ่งบางครั้งก็เกิดเหตุการณ์ด้วย เช่น กรณีเมืองสงขลาก็เกิดเหตุเป็นครั้งคราว แต่เกิดแล้วมันกระทบค่อนข้างเยอะในเรื่องเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ รวมถึง อ.หาดใหญ่ และ อ.สะเดา”

            ประเด็นที่ยังเป็นจุดอ่อนอยู่ก็คือเราไม่สามารถเอาเมืองหาดใหญ่ สงขลา และสะเดา ให้บรรจุไปอยู่ในพื้นที่ความมั่นคงหรือสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และรวมกับ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ได้ เหตุผลที่ไม่สามารถทำได้ เพราะหากทำอย่างนั้นก็เสียเรื่องภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวและการลงทุน

            “ขนาดเราไม่ได้รวมกับพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ปัจจุบัน เมื่อเร็วๆ นี้มีนักลงทุนจากจีนเดินทางมาดูลู่ทางการลงทุนในอุตสาหกรรมยางในโครงการรับเบอร์ซิตี้ ก็ยังมีความเข้าใจว่าอ.หาดใหญ่อยู่ในพื้นที่ความมั่นคงเหมือนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้”

            เพราะฉะนั้นการไม่รวมกับพื้นที่ 4 อำเภอและ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เป็นพื้นที่ความมั่นคงก็ได้อย่างเสียอย่าง ข้อเสียของการไม่เข้าไปอยู่ในพื้นที่ความมั่นคงทำให้การสนับสนุนงบประมาณหรืออะไรต่างๆ ซึ่งได้เฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคและ 4 อำเภอของ จ.สงขลา

            ฉะนั้นเราต้องแก้ปัญหาในจุดนี้ของเราเอง หลายๆ เรื่อง ด้านหนึ่งเราก็ใช้วิธีการบูรณาการโดยเฉพาะกำลัง โดยใช้กำลังภาคประชาชนเข้ามาร่วมซึ่งมีความเข้มแข็งพอสมควร ขณะเดียวกันก็มีการผลักดันเรื่องการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อดูแลด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นมาตรการในเชิงรับก็เดินต่อไป กลางเดือนเมษายนนี้ จะมีการหารือร่วมกันหลายๆ ฝ่าย

            “ล่าสุดมีการเปลี่ยนตัวผบ.ฉก.สงขลา มาเป็น ผบ.มทบ.42 ก็ได้หารือกันและหลังจากนี้ประมาณกลางเดือนเมษายน จะมีการพูดคุยกันรวมทั้งกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าด้วย เพื่อวางมาตรการต่างๆ ด้านความมั่นคง”

            ส่วนมาตรการเชิงรุกก็จะไปดูงานการเมืองให้ชัด นั่นคืองานความคิด ความเชื่อ นั่นคือมาตรการรุกทางด้านการประชาสัมพันธ์ที่สนับสนุนและตอบโจทย์จริงๆ ที่จะช่วยในเรื่องการทำความเข้าใจ หรือในเรื่องการปฏิบัติการข่าวสาร โดยจะเชิญหน่วยงานราชการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องต่างๆ

            “หน่วยงานต่างๆ ที่ได้รับประมาณที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการสนันสนุนและแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งกำลังของนายอำเภอ ผกก.และผบ.ฉก.ต่างๆ ทั้งสามฝ่ายมาคุยกันเพื่อทบทวนเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ 4 อำเภอและงานการเมืองต่างๆ ที่มันจะตอบโจทย์จริงๆ”

            เพื่อให้งบประมาณทุกส่วนที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับ 4 อำเภอและจังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถตอบโจทย์และมีส่วนสนับสนุนกัน

 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง