ข่าว

ข้อคิดประชามติร่างรธน.

ข้อคิดประชามติร่างรธน.
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ข้อคิดประชามติร่างรธน. : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น

            ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นทางการไปแล้ว กำหนดวันที่ 7 สิงหาคมนี้ เป็นวันทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

            แต่ประเด็นที่ว่าอะไร “ทำได้” หรือ “ไม่ได้” ในช่วงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ คงต้องรอ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) กำหนดให้ชัดเจนอีกที

            อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่า หากร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติฯ มีผลบังคับใช้ จะดำเนินการกับฝ่ายต่างๆ ที่ “รณรงค์” รับและไม่รับร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมด เนื่องจากผิด พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติฯ ที่มีข้อห้ามชัดเจน

            ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเดิมร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติฯ การ “รณรงค์” ร่างรัฐธรรมนูญทำได้ แต่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ตัดออกไป โดยเกรงว่า การรณรงค์จะก่อให้เกิดความวุ่นวาย กระทบความมั่นคงของบ้านเมือง และใช้คำว่า “เผยแพร่โดยสุจริต” แทน

            แต่ที่จริงแล้ว การทำประชามติ ไม่ว่าเรื่องใด ก็คือ การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในเรื่องนั้นๆ ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย จึงควรต้องเปิดกว้างให้แสดงความคิดเห็นกันได้อย่างเต็มที่ และการเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ เป็นหลักการสำคัญในระบอบประชาธิปไตย

            โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรา 7 ของร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติฯ ได้บัญญัติให้บุคคลมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเผยแพร่ความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติได้ หากได้กระทำโดยสุจริตและไม่ขัดต่อกฎหมาย เช่นการเสนอความเห็นไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าด้วยวิธีการใดๆ พร้อมแสดงเหตุผลทั้งหลายในการไม่รับร่าง จะกระทำโดยวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษร ก็ควรทำได้ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือพรรคการเมืองหากไม่ได้เผยแพร่ข้อความผิดไปจากข้อเท็จจริง หรือไม่มีลักษณะความรุนแรงก้าวร้าวใดๆ

            เพราะหากมีข้อจำกัดมากมาย จะทำให้การลงประชามติสูญเปล่า ไม่ได้เป็นประชามติที่สะท้อนความเห็นที่มีต่อร่างรัฐธรรมนูญจริงๆ อีกทั้งการที่ พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติฯ มีโทษหนักถึงจำคุก 10 ปี ทำให้ทุกคนต้องระวังและรู้สึกกลัว แม้จะพูดในขอบเขตวิชาการ แต่ไม่รู้ว่าจะถูกตีความอย่างไร

            อีกทั้งเรื่องรัฐธรรมนูญไม่มีใครเข้าใจทุกตัวอักษร ดังนั้นการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น จะช่วยให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ต่างๆ เกิดการตีความอย่างรอบคอบ เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดที่บังคับใช้กับทุกคน คสช.ควรมองว่าทุกคนได้รับผลกระทบจากการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้นทุกคนจึงควรมีสิทธิอย่างอิสระที่จะแสดงความเห็นได้ โดยเฉพาะคนที่ “ไม่รับ” มีสิทธิแสดงความเห็นอย่างเปิดเผยว่า “ไม่รับ”

            และที่ “ผู้มีอำนาจ” เคยบอกว่า คนมีสิทธิที่ชอบหรือไม่ชอบร่างรัฐธรรมนูญแต่อย่าพูดออกมา น่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพราะเวทีต่างๆ จะช่วยให้คนได้แสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อร่างรัฐธรรมนูญ อย่างเช่น กรณีร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ก็จะนำไปสู่การปรับปรุงให้สอดคล้องกับความต้องการของคนมากขึ้น

            เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งจำเป็น และไม่ควรถูกตีความให้เป็นประเด็นทางการเมือง เพราะการแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญว่าไม่เห็นด้วย ไม่ใช่ความเห็นคัดค้าน คสช.ในการบริหารบ้านเมืองแต่อย่างใด
 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง