ข่าว

‘แรด’อาจต้องลี้ภัยในออสเตรเลีย

‘แรด’อาจต้องลี้ภัยในออสเตรเลีย
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

เวิลด์วาไรตี้ : ‘แรด’ อาจต้องลี้ภัยในออสเตรเลีย : โต๊ะต่างประเทศ

 
      ทราบหรือไม่ว่าทุกวันนี้มีการเคลื่อนย้ายสัตว์กว่า 1,000 สายพันธุ์จากแหล่งที่อยู่ดั้งเดิม ไป “ลี้ภัย” ยังถิ่นที่อยู่ใหม่ เพื่อคงรักษาสายพันธุ์สัตว์ให้อยู่คู่กับธรรมชาติท่ามกลางกระแสการรังแกสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ ด้วยการสร้างก๊าซเรือนกระจกที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
 
      ดอกเตอร์ แอกเซิล โมเฮรนชลาเกอร์ นักอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ชั้นนำของโลก เล่าว่า มีความเป็นไปได้อย่างมากที่จะต้องย้ายสัตว์ประจำถิ่นจำนวนมากจากถิ่นที่อยู่เดิมไปยังสถานที่ใหม่ในอีกประเทศ หรืออีกทวีปหนึ่ง เพื่อให้สัตว์เหล่านั้นคงรักษาสายพันธุ์ไว้ให้จงได้
 
      เช่นการย้ายเสือโคร่งจากอินเดียไปยังกัมพูชา หรือย้ายแรดที่ใกล้สูญพันธุ์จากแอฟริกาใต้ข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังทวีปออสเตรเลีย
 
      การย้ายถิ่นที่อยู่ของพืช หรือสัตว์จากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเป็นไปเพื่อเพิ่มโอกาสในการใช้ชีวิตของสัตว์และพืช และเป็นวิธีสำคัญในการต่อสู้กับการสูญเสีย สูญหาย หรือสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น
 
‘แรด’อาจต้องลี้ภัยในออสเตรเลีย
 
      ที่ผ่านมา เคยมีการย้ายถิ่นที่อยู่ของสัตว์กันมาแล้วในอดีต แต่เป็นไปเพื่อการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติของสัตว์หรือพืชในถิ่นที่อยู่ใหม่ของมนุษย์ เช่นการนำอูฐจากตะวันออกกลาง ไปยังออสเตรเลีย เพื่อให้มนุษย์ได้ใช้งานนำส่งสัมภาระข้ามทะเลทรายอันกว้างใหญ่ทางตอนกลางของออสเตรเลีย จนทำให้อูฐกลายเป็นสัตว์ย้ายถิ่นที่ปรับตัวเข้ากับธรรมชาติอันแห้งแล้งของตอนกลางทวีปออสเตรเลียได้เป็นอย่างดี
 
      หรือการนำคางคกอ้อย (Cane Toad) จากบราซิลไปยังออสเตรเลีย เพื่อใช้กำจัดแมลงรบกวนธัญพืชของเกษตรกรรุ่นบุกเบิก ซึ่งกลับกลายเป็นมรดกบาปของคนรุ่นก่อน เมื่อคางคกอ้อย กลับไปไล่กินสัตว์พื้นเมืองตัวเล็กๆ บนทวีปออสเตรเลียจนใกล้จะสูญพันธุ์ไปหลายชนิด 
 
      แม้แต่การนำกาแฟ จากทวีปแอฟริกามาปลูกยังพื้นที่สูงต่างๆ ทั่วโลก ก็เป็นไปเพื่อการสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจของมนุษย์
 
      แต่ในเวลานี้ การย้ายถิ่นฐานของพืชและสัตว์กลับเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม เพราะนอกจากจะต้องเสียเงินค่าเคลื่อนย้าย จัดหาถิ่นที่อยู่ ให้แก่พืช และสัตว์ที่ย้ายถิ่นฐานมาแล้ว ยังต้องหาคนมาดูแลรักษา ปกป้อง สิ่งมีชีวิตข้ามถิ่นเหล่านี้อีกด้วย
 
‘แรด’อาจต้องลี้ภัยในออสเตรเลีย
 
      อย่างกรณีของการย้ายแรด จากแอฟริกาใต้ ไปอาศัยยังทวีปออสเตรเลียนั้นก็เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญพันธุ์ของสัตว์ที่มีนออันมีค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล และเป็นที่ต้องการของนักล่าสัตว์เพื่อตัดเอานอแรดไปจำหน่ายยังประเทศในเอเชียตะวันออกที่มีราคาจำหน่ายปลายทางสูงมาก
 
      ทั้งที่จริงแล้วนั้นนอแรด เกิดจากสารประเภทเดียวกับเล็บ และขนของสัตว์ที่ก่อตัวกันขึ้นมา ไม่มีคุณค่าทางเวชภัณฑ์ใดๆ ตามศาสตร์ทางการแพทย์สมัยใหม่ แต่ในศาสตร์โบราณนั้นเชื่อว่านอแรด มีพลังในการรักษาโรค สร้างความแข็งแรงให้แก่ผู้บริโภค ได้อย่างมหาศาล ทำให้มีความต้องการที่ตลาดปลายทางในระดับสูง
 
      มาตรการการย้ายแรดไปยังออสเตรเลียนั้นนับเป็น “ฟางเส้นสุดท้าย” ของการอนุรักษ์พันธุ์แรด ที่นักอนุรักษ์พันธุ์สัตว์จะเลือกใช้เป็นหนทางสุดท้ายจริงๆ แต่ก็มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้อง “ย้าย” ให้แรดไป “ลี้ภัย” ในออสเตรเลีย
 
‘แรด’อาจต้องลี้ภัยในออสเตรเลีย
 
      เดิมทีนั้น การอนุรักษ์พันธุ์สิ่งมีชีวิต จะใช้วิธีการรักษาจำนวนสิ่งมีชีวิตในถิ่นที่อยู่ดั้งเดิมให้ได้มากที่สุดเพื่อเพิ่มโอกาสในการขยายพันธุ์เพิ่มเติม 
 
      แต่ด้วยปัจจัยด้านความต้องการของตลาด ทำให้การล่าสัตว์และพืชมีมากขึ้น ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศที่เป็นเหตุผลสำคัญของการถดถอยของแหล่งอาศัยดั้งเดิมของสัตว์และพืชอย่างรวดเร็ว ทำให้นักอนุรักษ์ต้องนำวิธีเก่าแก่อายุกว่า 100 ปีนี้มาใช้
 
      มีการมองกันว่าผลกระทบจากสภาพอากาศโลกต่อสายพันธุ์สัตว์และพืช จะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นราวกับเลขยกกำลัง มากกว่าที่เคยเป็นมาในอดีตหลายเท่า 
 
      จากการประเมินของหน่วยงานติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลกแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงจนต้องออกคำเตือนเมื่อปี 2557 ว่าการสภาพโลกร้อนจะทำให้เกิดผลกระทบในวงกว้างและรุนแรง เป็นภัยต่อถิ่นที่อยู่ของสัตว์และพืช จนทำให้สัตว์จำนวนมากต้องอพยพย้ายถิ่นที่อยู่ หรือไม่ก็ต้องลดจำนวนลงไป
 
‘แรด’อาจต้องลี้ภัยในออสเตรเลีย
 
      ขณะที่การประเมินของยูเอ็นเมื่อปี 2556 พบว่า นก 6-9% สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 11-15% และปะการัง 6-9% ในกลุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์นั้นอยู่ในกลุ่ม “เสี่ยงอย่างรุนแรง” ต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจนอาจจะนำไปสู่การสูญพันธุ์หากสภาพการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเช่นที่เป็นอยู่นี้ยังคงดำเนินต่อเนื่องไปในอนาคต
 
      ที่ผ่านมามีการย้ายสัตว์จากถิ่นอาศัยดั้งเดิมไปยังถิ่นที่อยู่ใหม่เพื่อดำรงรักษาสายพันธุ์มาแล้ว เช่น การย้ายนกแร้งคอนดอร์เข้าไปยังสถานบำรุงพันธุ์ ตั้งแต่ปี 2525 จนทำให้แร้งพันธุ์นี้ที่เคยมีหลงเหลือในโลกเพียง 23 ตัว สามารถเพิ่มจำนวนขึ้นมาเป็น 410 ตัว เมื่อปี 2535 และทุกตัวได้รับอิสรภาพให้ใช้ชีวิตในธรรมชาติ
 
      หรือการย้ายลิงทามารินสีทอง ที่มีเอกลักษณ์ที่แผงคอสีทองคล้ายกับสิงโต ที่มีถิ่นอาศัยในป่าบราซิล ต้องถูกย้ายถิ่นมาอยู่ในศูนย์อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ที่เป็นเขตป่าอนุรักษ์ขนาดใหญ่ เพื่อหลีกเลี่ยงภัยคุกคามจากการทำไม้ การบุกรุกพื้นที่เพื่อทำการเกษตร และผลกระทบจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งในเวลาต่อมาลิงทามาริน ก็ได้โอกาสกลับไปดำรงชีวิตในป่าอีกครั้ง หลังจากครั้งหนึ่งเคยคิดกันว่าลิงสีทองชนิดนี้สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้แล้ว
 
‘แรด’อาจต้องลี้ภัยในออสเตรเลีย
 
      เช่นเดียวกับ ออริกซ์ (Oryx) สัตว์ตีนกีบเขางามที่พบในทะเลทรายอาระเบีย ที่เชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้วตั้งแต่ปี 2515 ก็ได้รับการย้ายถิ่นที่อยู่ไปยังโอมาน ซาอุดีอาระเบีย อิสราเอล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และจอร์แดน จนมีการเพิ่มจำนวนสัตว์เขางามชนิดนี้ขึ้นมาได้จนหลุดพ้นจากบัญชีสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ให้อยู่ในบัญชีสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสุญพันธุ์
 
      แม้แต่ปะการังในอินเดีย ก็ยังได้รับการย้ายถิ่นฐานไปยังอ่าวคลัทช์ ที่เป็นถิ่นฐานใหม่ จนทำให้ปะการังจากอินเดียสามารถตั้งถิ่นฐานใหม่สืบต่อชะตาแห่งเผ่าพันธุ์ได้อย่างมั่นคง
 
 
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด