
ยุคคนดีไม่มีอำนาจ
เหตุการณ์บ้านเมืองในขณะนี้มีวิกฤติต่างๆ มากมาย เป็นหน้าที่ของผู้บริหารรัฐบาล หน่วยงานต่างๆ ภาครัฐ ต้องจัดการแก้ไข ค่ายสะตอเป็นผู้กุมอำนาจรัฐบางส่วน มีพรรคร่วมหลายพรรคกุมกระทรวงหลัก เต็มไปด้วยผลประโยชน์มหาศาล
แววแห่งความสิ้นหวังของประชาชนเริ่มเด่นชัด เพราะนักการเมืองแสดงให้เห็นธาตุแท้ว่าไม่แตกต่างกันมากนัก ทั้งพวกที่อ้างว่าเป็นฝ่ายเทพ และฝ่ายถูกประณามว่าเป็นฝ่ายมาร หรือฝ่ายแทงกั๊ก เพราะผลสุดท้ายผลประโยชน์ส่วนตนจะเป็นตัวเชื่อม
เอาเถอะ! เมื่อนักการเมืองไม่สามารถเป็นความหวังได้ ประชาชนจะพึ่งพาใคร!
เหลียวมองหาเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ผู้ดูแลกลไกกฎหมาย รักษาความสงบ แม่ทัพนายกองซึ่งปฏิญาณว่าจงรักภักดีต่อสถาบันหลัก คือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
แล้ววันนี้เกิดอะไรขึ้น ประเทศชาติตกอยู่ในความเสี่ยงหรือไม่?
แม่ทัพนายกองบางนายสร้างความน่าสงสัยในกลุ่มประชาชนว่ามีจุดยืนในการปกป้องสถาบันทั้ง 3 อย่างไร รวมทั้งการถูกละเมิดอธิปไตยของชาติซ้ำซากโดยกัมพูชา
ไม่มีจุดยืน ไม่มีความเห็น! ยังดีที่ไม่บอกว่าไร้ความรู้สึกแล้ว
ก่อนหน้านี้นายพลเขมรยกย่องขีดความสามารถของทหารนักรบพวกเดียวกัน นั่นไม่เป็นไร หมาขี้ย่อมยกหางเป็นธรรมดา แต่นายพลคนนั้นได้กล่าวปรามาส หมิ่นทหารไทยไว้ด้วย บอกว่า ทหารเขมร 1 นาย รับมือกับทหารไทยได้ถึง 5 ราย
รบเก่งขนาด 1 ต่อ 5 ว่างั้นเถอะ!
ความเก่งฉกาจแบบนี้เคยได้ยินความโม้ในหนังเรื่อง “กรีนเบเร่ต์” เกี่ยวกับสงครามเวียดนาม แสดงนำโดยนักแสดงรุ่นลุงคือ จอห์น เวย์น ซึ่งวายชนม์ไปนานแล้ว
หนังเรื่องนี้อ้างว่าหน่วยปฏิบัติการพิเศษหมวกเขียวของสหรัฐมีขีดความสามารถการรบ ทหาร 1 นายรับมือกับนักรบเวียดกงได้ 5 คน ช่วงนั้นหนังฮือฮามาก แต่ผู้รู้ทันบอกว่าอเมริกันแก้เกี้ยวเพราะใกล้แพ้สงคราม ทหารจีไอตายไปกว่า 5 หมื่นนาย
ผลการรบออกมาเป็นอย่างไร ชาวโลกรู้กันอยู่! แต่กรณีทหารเขมรหมิ่นไทย ทั้งพฤติกรรมและคำพูดซ้ำซาก ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง มีแต่ข่าวว่ารบกันทีไร มีพวกเราตายและบาดเจ็บมากกว่าทุกครั้ง หรือว่าทหารเขมรปกปิดตัวเลขแท้จริง เรารบเก่งกว่า
ถ้าแม่ทัพนายกองบางนายทนให้เขาหยามได้ แต่คนไทยธรรมดาไม่มียศ ตำแหน่งใหญ่โต ได้ฟังแล้วเลือดเดือดปุดๆ เหมือนวิญญาณนายขนมต้มเข้าสิง อยากท้าชกกับเขมร เอา 1 ต่อ 5 สู้ได้หรือไม่ได้ ก็ต้องพิสูจน์ให้เห็นดำเห็นแดง ไม่ใช่หงอ!
เราติดค้างเป็นหนี้บุญคุณอะไรหรือ จึงได้เกรงอกเกรงใจ ยอมให้เขมรข่มตลอดมา รวมทั้งการตีขลุมยึดแผ่นดินรอบปราสาทพระวิหาร และลามไปในพื้นที่พิพาท ครอบคลุมสัมปทานสำรวจปิโตรเลียมในทะเล มีอาณาเขตทับซ้อนกัน
ยุคสมัยจอมพลสฤษดิ์ เป็นนายกฯ ร่ำๆ จะไปรบกับเขมร ประกาศว่าหลังจากเสียงปืนนัดแรกยามเช้าตรู่ กองทัพไทยต้องได้ไปกินข้าวปลากรอบเขมรมื้อเที่ยงแน่นอน
หรือขีดความสามารถของนักรบของเรายุคนี้จะไม่ล้ำเกินไปกว่าปอยเปต?
ใครเป็นนักรบ ไม่เลือดเดือด อ้างความสงบสันติ สมานฉันท์ ไม่รุกรานใครก็ตามใจ ทุกวันนี้พวกประชากรฮุน เซน เข้ามาอยู่เมืองไทยแทบทุกตารางกิโลเมตร เริ่มจากขอทาน คนงานก่อสร้าง อยู่ในเกือบทุกโครงการหมู่บ้านจัดสรร พูดไทยคล่อง
พวกเขมรต่างถิ่นใช้สวัสดิการสังคมไทย เพราะฮุน เซน ดูแลไม่ไหว ส่งมาให้ไทยเลี้ยงดู แต่ตัวเองเห็นผู้บริหารบ้านเมืองไทยเป็นเบี้ยล่าง อาจหมิ่นแคลนว่าเราโง่กว่าด้วย
การรบแพ้ด้วยกองกำลังอาวุธ ชาติที่พ่ายแพ้ถูกมองว่าอ่อนแอกว่า แล้วเราแพ้เขมรในด้านเกมการทหาร เกมการเมือง เศรษฐกิจ และในเวทีสังคมประชาชาติหรือไม่
นี่ยังไม่พูดถึงกรณีแม่ทัพนายกองเพิกเฉย ละเลย ปล่อยให้ขบวนการอุบาทว์รุกคืบหน้าในความพยายามล้มสถาบันหลัก อ้างแต่เพียงว่าเป็นคนไทยด้วยกัน
พูดแบบนี้แสดงว่ามีอะไรในใจ หรือมีอะไรนอกใจแน่นอน!
และรัฐบาลโดยนักการเมืองมีแผนการแก้ไขสถานการณ์อย่างไรบ้าง ทั้งปัญหาสารพัดรุมเร้าจนทำให้เด็กมาร์คใกล้สูญเสียสถานภาพและศรัทธาของประชาชน
เอาเพียงการไม่กล้าตัดสินใจเดินหน้าในหลายเรื่อง ทั้งๆ ที่แสดงความคึกคักในยุคที่เป็นฝ่ายค้าน เช่นการถอดยศคนหนีคุก กรณีปัญหากับเขมร คดีอาญาต่างๆ เกี่ยวโยงกับพฤติกรรมของอันธพาลการเมืองละเมิดกฎหมาย ทำให้กลไกบ้านเมืองเสื่อม
การไล่ฆ่าเด็กมาร์ค 2 ครั้ง ทุกวันนี้ยังไม่มีใครถูกส่งตัวฟ้องศาล พวกชุมนุมเผาบ้าน เผาเมือง ก่อการจลาจล มีภาพให้เห็นชัด คดีไม่คืบหน้า การจาบจ้วงล่วงเกินสถาบัน กำเริบเสิบสาน ระดมล่ารายชื่อชาวบ้านเพื่อขออภัยโทษ ยังปล่อยให้ทำ
แทนที่จะระดมใช้สื่อของรัฐ วิทยุ โทรทัศน์อธิบายให้ประชาชนรับรู้ เพื่อไม่ให้คนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ตกเป็นเหยื่อลิ้นลมลวงของพวกนักล่ารางวัลน้ำเลี้ยงยังชีพ
มีเสียงตอบอ้อมแอ้มๆ ว่าไม่อยากแทรกแซงสื่อ! อืมม์...อำนาจทำให้เสื่อมก็จริง นั่นเพราะเป็นยุคคนชั่วใช้อำนาจในทางที่ผิด โกงบ้านกินเมือง แต่ถ้าอ้างว่าเป็นคนดีมีอำนาจแล้วไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง มันเลวร้ายกว่าเสื่อมอีกนิ! อิอิอิ!!!



