ข่าว

กรรม...

กรรม...

01 ส.ค. 2552

...ขณะประทับอยู่เชตวนารามใกล้กรุงสาวัตถี เช้าวันหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าออกบิณฑบาตได้ ทอดพระเนตรเห็นเด็กๆ กำลังจับปลาอยู่จึงเสด็จเข้าไปหา

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามเด็กๆ ว่า เด็กๆ ทั้งหลาย พวกเธอกลัวทุกข์ไม่รักทุกข์ใช่หรือไม่

"เป็นอย่างนั้นพระเจ้าข้า ข้าพระองค์ทั้งหลายกลัวทุกข์ ไม่รักทุกข์" เด็กทั้งหลายตอบ

พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสเป็นความว่า ถ้าท่านทั้งหลายกลัวทุกข์ ถ้าทุกข์ไม่เป็นที่รักของท่าน ทั้งหลาย ท่านทั้งหลายก็อย่าทำกรรมชั่ว ไม่ว่าในที่แจ้งหรือในที่ลับ ถ้าท่านทั้งหลายจักกระทำหรือกระทำ ความชั่วอยู่ ก็จะไม่พ้นไปจากทุกข์ได้ แม้จะตั้งหน้าหนีไป...

ในทางพุทธศาสนา กรรม แปลว่า การกระทำ ถ้าทำดีเรียกกุศลกรรม ถ้าทำชั่วเรียกอกุศลกรรม การทำกรรมชั่วด้วยโลภ โกรธ หลง พุทธศาสนาเชื่อว่าจะส่งผลย้อนกลับมาทั้งในชาตินี้และชาติหน้า

ต้นเหตุของการกระทำกรรมชั่วเกิดมาจากโลภะ ความโลภ โทสะ ความคิดประทุษร้าย และโมหะ ความหลง และกรรมเป็นเหมือนนา วิญญาณเป็นเหมือนพืช โดยมีตัณหาเป็นยางเหนียว

ผลที่เกิดขึ้นจากการทำกรรมชั่ว เรียกว่า กรรมวิบาก หรือวิบากกรรม ครุกรรม คือกรรมหนักเรียกว่า อนันตริยกรรม มี 5 อย่าง คือ ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ฆ่าพระอรหันต์ ทำร้ายพระพุทธเจ้า และทำให้สงฆ์เกิดแตกแยก

กรรมหนักเช่นนี้จะให้ผลเร็วและแรง บาปหนักยิ่งกว่ากรรมใดทั้งสิ้น ตายไปย่อมเกิดในนรกทันที

การสิ้นสุดกรรมที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบอกไว้ว่าจะเกิดขึ้นได้มีอยู่ 2 ทางเท่านั้นคือ ใช้ ตบะ คือ ความเพียร กับ "การชักสะพานกรรมใหม่" คืองดเลิกในการก่อกรรมขึ้นมาอีก เพราะกรรมก็เป็นอย่างหนึ่ง การสะสมกรรมก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง

ด้วยการไม่ทำกรรมชั่วเท่านั้น ก็จะสิ้นกรรมสิ้นทุกข์ สิ้นเวทนาไปในที่สุด

ทั้งหมดนี้ผมได้คัดมาจากพระไตรปิฎกฉบับสำหรับประชาชน ซึ่งก็จะเห็นว่า กรรมนั้นไม่อาจที่จะ ตัดหรือถอนได้ด้วยการใช้มีดตัดหวายระกำ หรือว่าการคว่ำบาตร หงายบาตร อย่างที่เราได้เห็นกันเมื่อไม่นานมานี้

พระที่ประกอบพิธีนี้ท่านอาจจะลืมไปกระมังครับ

สุดท้ายขอตบท้ายด้วย "พุทธวจนะในธรรมบท" ของ เสฐียรพงษ์ วรรณปก มีความว่าดังนี้

“ตนทำบาปเอง ตนก็เศร้าหมองเอง
ตนไม่ทำบาป ตนก็บริสุทธิ์เอง
ความบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ เป็นของเฉพาะตน
คนอื่นจะให้คนอื่นบริสุทธิ์แทนไม่ได้”...