
คสช.แจงเชิญวัฒนาไม่เกี่ยวเรื่องวิจารณ์ร่างรธน.
19 เม.ย. 2559
คสช. แจงเชิญวัฒนาไม่เกี่ยวเรื่องวิจารณ์ร่างรธน. พร้อมดำเนินข้อหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ตามประกาศคสช. ฉบับที่ 39/2557 โฆษกคสช.แจงอีก'วัฒนา'ทำผิดข้อต
วันที่ 19 เม.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 18 เม.ย. นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้เข้ารายงานตัวตามคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) โดยเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงให้นายวัฒนา ทราบถึงการเชิญตัวมา เพราะฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 39/2557 เรื่อง การกำหนดเงื่อนไขการปล่อยตัวของบุคคล ที่มารายงานตัวต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ไม่ได้เกี่ยวกับการที่นายวัฒนาโพสต์เรื่องรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด เเละได้ควบคุมตัวนายวัฒนาไว้ตั้งเเต่วันที่ 18 เม.ย.นั้น
ความคืบหน้าในวันนี้ แหล่งข่าวจาก คสช. กล่าวว่า หลังจากที่นายวัฒนาได้เข้ามายัง มทบ.11 แล้ว เจ้าหน้าที่ได้เข้าพูดคุยชี้แจงทำความเข้าใจในการเชิญตัวนายวัฒนามาในครั้งนี้ว่า เพราะนายวัฒนาผิดเงื่อนไขที่ได้เซ็นไว้กับ คสช. ตั้้งเเต่ครั้งที่ คสช.เข้าควบคุมการบริหารประเทศ วันที่ 22 พ.ค.2557 และได้ทยอยเรียกนักการเมืองเข้ามารายงานตัวพูดคุยขอความร่วมมือ โดย คสช. ได้ทำเงื่อนไขไว้ให้นักการเมืองแต่ละคนเซ็นรับทราบและให้ความร่วมมือ โดยนายวัฒนาได้เซ็นยินยอมและรับทราบข้อเสนอดังกล่าว หากมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองก็ยินยอมที่จะถูกดำเนินคดี
แหล่งข่าว คสช. กล่าวต่อว่า จากนั้นนายวัฒนาได้เคลื่อนไหวทางการเมืองมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หรือจะโพสต์ข้อความนัยทางการเมืองมาตลอด คณะกรรมการตรวจสอบของ คสช. ได้เชิญนายวัฒนา มาพูดคุยทำความเข้าใจและให้เซ็นหนังสือยอมรับเงื่อนไขทุกครั้ง แต่นายวัฒนาก็ไม่เคยทำตามเงื่อนไขที่ให้ไว้เลย จนกระทั่งวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา คสช.ไม่ได้เชิญนายวัฒนามาในเรื่องของการวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการรวบรวมการกระทำของนายวัฒนาตั้งแต่ปี 2557 เพราะเป็นเงื่อนไขตรงยังคงมีอยู่ คสช.ได้เชิญนายวัฒนามาพูดคุยมากกว่า 3 ครั้ง โดยนายวัฒนาก็เซ็นรับทุกครั้ง แต่ก็ยังออกมาเคลื่อนไหวตลอดเวลา กระทั่งคณะกรรมการ คสช. พิจารณาแล้วเห็นว่า ควรใช้อำนาจการควบคุมตัวในคำสั่งคสช.ที่ 3/2557 (4) ความผิดอันเป็นการฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และให้ดำเนินคดีกับนายวัฒนา ซึ่งระหว่างควบคุมตัวนายวัฒนาอยู่นั้น เจ้าหน้าที่จะไปรวบรวมหลักฐาน และเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ (พนักงานสอบสวน) ให้ดำเนินคดี กับนายวัฒนาข้อหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 39/2557 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 21 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการปล่อยตัวนายวัฒนานั้น ขึ้นกับการรวบรวบหลักฐานของทางเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ก่อนนำตัวนายวัฒนา มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้แจ้งข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวไปฝากขังที่ศาลทหาร
โฆษกคสช.แจงอีก'วัฒนา'ทำผิดข้อตกลง
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวถึงกรณี กรณีเจ้าหน้าที่เชิญนาย วัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย มาพูดคุยทำความเข้าใจและขอความร่วมมือนั้น เป็นเรื่องดุลยพินิจของ เจ้าหน้าที่ที่อาจมองถึงพฤติกรรมสะสมรวมๆ ในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ใช่เฉพาะประเด็นการชี้นำในเรื่อง รธน.เท่านั้น เพราะเรื่องนี้ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลของแต่ละคน โดยเฉพาะท่าทีที่ชัดเจนของหลายๆคน รวมทั้งของนาย วัฒนาด้วย ที่พยายามส่งสัญญาณให้เห็นถึงเค้าลางเชิงปฏิเสธมาตั้งแต่ต้น ก่อนร่างรธน.จะเสร็จสมบูรณ
“ตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 39/2557 ที่ให้บุคคลที่ได้มารายงานตัวต่อ คสช.และได้รับการปล่อยตัว ภายใต้เงื่อนไขที่ได้ขอความร่วมมือไว้ ซึ่งทั้งนายวัฒนาและอีกหลายๆ คนได้รับทราบพร้อมยอมรับ อีกทั้งได้เคยให้ความร่วมมือมาแล้วในช่วงต้น แต่เมื่อพฤติกรรมมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปจนถึงระดับหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นจะต้องขอทำความเข้าใจรวมทั้งขอความร่วมมือเพิ่มเติม ” โฆษก คสช.กล่าว
พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการระบุว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น เชื่อว่าเป็นไปตามรูปแบบแนวทางเดิม เมื่อเจ้าหน้าที่ได้บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งยืนยันว่าการดำเนินการใดๆของ เจ้าหน้าที่มีกรอบกำหนดชัดเจน การปฏิบัติต่อบุคคลใดๆ จะเป็นไปในลักษณะที่สุภาพ ให้เกียรติกันและกัน ที่สำคัญยังไม่ปฏิบัติใดๆ ในลักษณะของผู้ที่กระทำความผิด สามารถอธิบายทำความเข้าใจให้สังคมได้
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวถึงกรณี กรณีเจ้าหน้าที่เชิญนาย วัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย มาพูดคุยทำความเข้าใจและขอความร่วมมือนั้น เป็นเรื่องดุลยพินิจของ เจ้าหน้าที่ที่อาจมองถึงพฤติกรรมสะสมรวมๆ ในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ใช่เฉพาะประเด็นการชี้นำในเรื่อง รธน.เท่านั้น เพราะเรื่องนี้ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลของแต่ละคน โดยเฉพาะท่าทีที่ชัดเจนของหลายๆคน รวมทั้งของนาย วัฒนาด้วย ที่พยายามส่งสัญญาณให้เห็นถึงเค้าลางเชิงปฏิเสธมาตั้งแต่ต้น ก่อนร่างรธน.จะเสร็จสมบูรณ
“ตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 39/2557 ที่ให้บุคคลที่ได้มารายงานตัวต่อ คสช.และได้รับการปล่อยตัว ภายใต้เงื่อนไขที่ได้ขอความร่วมมือไว้ ซึ่งทั้งนายวัฒนาและอีกหลายๆ คนได้รับทราบพร้อมยอมรับ อีกทั้งได้เคยให้ความร่วมมือมาแล้วในช่วงต้น แต่เมื่อพฤติกรรมมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปจนถึงระดับหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นจะต้องขอทำความเข้าใจรวมทั้งขอความร่วมมือเพิ่มเติม ” โฆษก คสช.กล่าว
พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการระบุว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น เชื่อว่าเป็นไปตามรูปแบบแนวทางเดิม เมื่อเจ้าหน้าที่ได้บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งยืนยันว่าการดำเนินการใดๆของ เจ้าหน้าที่มีกรอบกำหนดชัดเจน การปฏิบัติต่อบุคคลใดๆ จะเป็นไปในลักษณะที่สุภาพ ให้เกียรติกันและกัน ที่สำคัญยังไม่ปฏิบัติใดๆ ในลักษณะของผู้ที่กระทำความผิด สามารถอธิบายทำความเข้าใจให้สังคมได้



