ข่าว

ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดี-ข้อเสีย
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ข้อดี-ข้อเสีย : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดย สำนักข่าวเนชั่น

               ในที่สุดแผนที่ กกต.จะจัดพิมพ์ “ข้อดี- ข้อเสีย” ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ก็เป็นอันต้องพับโครงการไปหลังจากทั้งประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และ “รองนายกฯ วิษณุ เครืองาม” ออกมาติดเบรก

               “กกต.เพียงแต่เสนอความเห็นเท่านั้น ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เพราะการทำประชามติกรณีการแยกสกอตแลนด์ออกจากอังกฤษ ก็มีการทำข้อดี-ข้อเสีย เช่นกัน เมื่อมีข้อท้วงติงมาเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาใดๆ แนวคิดนี้ก็จะไม่มีการนำมาใช้” ศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.เป็นคนออกมายุติปัญหาเรื่องนี้

               เมื่อวันที่ 11 เมษายน “มีชัย” ออกมาพูดชัดๆ ว่า ไม่ควรจัดทำข้อดี-ข้อเสีย ของร่างรัฐธรรมนูญเพื่อแจกประชาชนตามข้อเสนอของกกต.เพราะจะเป็นการชี้นำ และไม่ใช่หน้าที่ของ กกต.ที่ควรทำ เพราะกกต.ต้องมีความเป็นกลาง ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจเอง พร้อมขู่กลายๆ ว่า หากดำเนินการเช่นนั้นอาจผิดกฎหมาย และเข้าข่ายความผิดทางอาญาด้วย

               สองวันต่อมา “รองนายกฯ วิษณุ” ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า จะไม่มีการเขียน เพราะไม่มีใครที่กล้าเขียน และกรธ. จะไม่เขียนเรื่องดังกล่าว แต่ให้เป็นการวิพากษ์วิจารณ์กันเอง คงไม่ต้องทำเอกสาร ซึ่งตามหลักการไม่ควรจะเขียนเพราะเป็นการชี้นำมากไป ไม่มีใครได้อะไรจากเรื่องนี้ และใช่ว่าเขียนไปแล้วคนจะเชื่อ

               “สมชัย ศรีสุทธิยากร” กกต. อธิบายถึงความเป็นมาของแผนการทำข้อดี-ข้อเสียของร่างรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของ กกต.ว่า ไม่ใช่ว่า กกต.จะทำเอง แต่จะให้องค์กรต่างๆ ที่มาจดแจ้งเพื่อขอรณรงค์ร่างรัฐธรรมนูญไปจัดทำมา แล้ว กกต.จะเป็นผู้พิมพ์เผยแพร่ให้

               “แผนเดิมของ กกต.เป็นไปตามเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ร่างแรกที่กกต.จัดทำขึ้น โดยในร่างนั้นกำหนดให้ กกต.แสวงหาความร่วมมือจากภาคเอกชนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานเกี่ยวกับการรณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อร่าง พ.ร.บ.นี้เข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ได้มีการตัดเนื้อหาส่วนนี้และเกี่ยวกับเรื่องการรณรงค์ออกไปทั้งหมด”

               “กกต.ไม่มีปัญหา เราทำตามกฎหมาย” สมชัย สรุป

               ทั้งนี้นอกจากการตัดข้อความดังกล่าวซึ่งเดิมเป็นวรรค 2 ของมาตรา 4 ออกทั้งหมดแล้ว สนช.ยังตัดคำว่า “รณรงค์” ในมาตรา 7 ที่เป็นเสรีภาพของบุคคลด้วย จากเดิม “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและรณรงค์เกี่ยวกับการออกเสียงโดยสุจริตและไม่ขัดต่อกฎหมาย” เป็น “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเผยแพร่ความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงโดยสุจริตและไม่ขัดต่อกฎหมาย” ทั้งนี้ในการออกเสียงประชามติ ตามร่างแรกของ พ.ร.บ.ประชามติ กกต.จะมีหน้าที่ 3 ส่วนที่สำคัญคือ 1.จัดให้มีการออกเสียงประชามติ 2.พิมพ์และเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ 3.รณรงค์ให้ประชาชนทราบเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อตัดเรื่องรณรงค์ไปจึงเหลือหน้าที่เพียง 2 อย่าง ซึ่งก็ยังถือว่าทำหน้าที่มากกว่า กกต.ชุดที่ทำหน้าที่ตอนทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ทำหน้าที่แค่จัดให้มีประชามติ

               ส่วนหน้าที่ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญเป็นของกรธ. ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมส่วนนี้เข้าไปในร่าง พ.ร.บ.ประชามติ โดยสนช. สำหรับ “คำถามพ่วง” ก็เป็นหน้าที่ชี้แจงของ สนช.

               ถ้าถามว่าเมื่อไม่ทำข้อดี-ข้อเสียของร่างรัฐธรรมนูญแล้วจะมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร ข้อเสียก็คือ ทำให้ตัดช่องทางของประชาชนในการจะทำความเข้าใจต่อเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนข้อดี คือ ทำให้สถานการณ์การให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยตามเจตนารมณ์ของ คสช.

 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง