ข่าว

รัฐ-ราษฎร์ร่วมหยุดรุกป่าสกัดหมอกควัน

รัฐ-ราษฎร์ร่วมหยุดรุกป่าสกัดหมอกควัน
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

รัฐ-ราษฎร์ร่วมหยุดรุกป่าสกัดหมอกควัน : บทความพิเศษ โดยไผท ประชารัฐ

            ปีนี้ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาความแห้งแล้งมาเยือนอย่างรวดเร็วและอากาศร้อนทำสถิติโลกจากการตรวจสอบของหน่วยงานด้านสภาพอากาศ นอกจากความแห้งแล้งแล้ว ทางภาคเหนือยังต้องเผชิญกับปัญหาหมอกควัน จากสาเหตุของการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยเฉพาะไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทั้งในพื้นที่ประเทศไทยและที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของประเทศเพื่อนบ้าน

            งานวิจัยของ ดร.วันชาติ นภาศรี แห่งวิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งทำไว้ตั้งแต่ปี 2551 ระบุว่า วิกฤติหมอกควันในเชียงใหม่ปี 2550 ซึ่งถือว่ารุนแรงมาก จนทำให้หลายฝ่ายต้องมาหาทางแก้ไข และพบว่าการบริหารจัดการแบบไตรภาคี ประกอบด้วย ท้องถิ่นและภาคประชาสังคม ภาควิชาการและภาครัฐ จะช่วยแก้ปัญหาให้เบาบางลง แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ยังแก้ไขปัญหาได้ไม่สำเร็จ เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้บรรเทาลงในแต่ละปีเท่านั้น แต่ในวันนี้ผู้รับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รายใหญ่อย่าง เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะหนึ่งในห่วงโซ่อุปทาน ได้กระโดดลงมาเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาครั้งนี้ด้วย

            ความจริงผู้รับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นั้น ไม่ได้มีแต่เอกชนรายนี้รายเดียว ยังมีผู้รับซื้อรายอื่นๆ อีกหลายราย แต่เอกชนรายนี้ตกเป็นเป้าใหญ่ เนื่องจากเป็นผู้ให้การสนับสนุนเกษตรกรให้ปลูกและรับซื้อเป็นรายแรกๆ เมื่อเกิดปัญหาหมอกควันทุกปีสายตาของประชาชนในภาคอื่นๆ ก็มักจะเพ่งไปที่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดในภาคเหนือและบริษัทในฐานะผู้ขายเมล็ดพันธุ์และรับซื้อข้าวโพดเป็นผู้สร้างปัญหานี้ขึ้น ทั้งเกษตรกรและสนับสนุนและผู้รับซื้อจึงตกเป็นจำเลยทางสังคมเมื่อฤดูแล้งเวียนมาถึง

            รากเหง้าของปัญหาหมอกควัน ไฟป่า การบุกรุกพื้นที่ป่าธรรมชาติ เป็นปัญหาที่ทับซ้อนมานาน ในพื้นที่ป่าต้นน้ำหลายแห่ง พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกลายเป็นภูเขาหัวโล้น เช่น ในหลายอำเภอของ จ.น่าน, อ.แม่แจ่ม อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เป็นต้น เนื่องจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว การบุกรุกป่าเพื่อทำไร่ข้าวโพด ซึ่งเกษตรกรเชื่อว่าเป็นความหวังเดียว โจทย์ของการแก้ไขปัญหาจึงอยู่ที่การหาอาชีพให้เกษตรกรได้มีรายได้ทัดเทียมจากที่เคยได้แต่ไม่มีการบุกรุกป่า ป่าอยู่ได้คนอยู่รอด และไม่ใช่การปลูกข้าวโพดจะเป็นไปได้หรือไม่

            จากจุดเริ่มของความร่วมมือของภาครัฐ หน่วยงานราชการของหลายจังหวัด เครือข่ายภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา บริษัทเอกชน ได้ดำเนินโครงการ “คนไทยรักษ์ หวงแหนป่า” ในด้านการประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึกความตื่นตัวในเรื่องการรักษาป่าต้นไม้ ผ่านคอนเสิร์ต “คาราบาว” ใน 7 จังหวัดภาคเหนือ อาจจะมีเสียงวิจารณ์ข้อกังขาอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเรื่องของการให้โอกาส ถ้าไม่ให้โอกาสก็อาจจะไม่มีความเปลี่ยนแปลง

            ในปีนี้ความแข็งขันเอาจริงเรื่องการแก้ปัญหาหมอกควัน การรุกป่า หาทางการลดพื้นที่ปลูกข้าวโพด เริ่มปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรมพอสมควร อย่างน้อยๆ จุดค่าความร้อน (ฮอตสปอต) ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงในเรื่องการเกิดไฟไหม้ ในเขต อ.แม่แจ่ม ช่วงที่เกิดถี่ๆ ทุกปีลดลงอย่างมาก ในอำเภออื่นๆ ก็ลดลงตามด้วย ทางราชการมีมาตรการรับมือทั้งระยะสั้นและระยะยาวแตกต่างกันไป ที่เชียงใหม่มีแนวทางหลายอย่าง ทั้งการหาวิธีกำจัดตอซังแบบไม่ต้องเผา การหาอาชีพทางเลือกให้แก่เกษตรกร เช่น การเลี้ยงโค การทดลองปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่แทนข้าวโพด ในขณะที่ จ.น่าน ก็มีโครงการตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง และโครงการของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นธงนำในการแก้ปัญหา ลดพื้นที่ปลูกข้าวโพด หนุนเสริมด้วยภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ภาควิชาการ หน่วยงานภาคเอกชนที่เข้าไปช่วยเสริมด้านการตลาด การใช้เทคโนโลยีเข้าไปช่วย การเข้าไปดำเนินโครงการโซเชียลเอ็นเตอร์ไพรส์ หรือธุรกิจเพื่อสังคมที่จะต้องดำเนินการในระยะยาวสอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่ ซึ่งแต่ละแห่งต่างมีแนวทางในการแก้ปัญหาแตกต่างกันออกไปตามบริบทของพื้นที่

            การร่วมกันมือกันครั้งนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เป็นจุดเริ่มต้นที่ต้องใช้เวลาพอสมควรจึงจะเห็นผล ที่สำคัญต้องจริงจังและจริงใจ ปัญหาหมอกควันไฟ การรุกป่าต้นน้ำ ที่ส่งผลกระทบถึงความแห้งแล้งของประเทศไทยก็น่าจะเบาบางลง

 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง