ข่าว

‘ศปถ.’สรุป6วันสงกรานต์ตายพุ่ง397รายเจ็บ3,271ราย

‘ศปถ.’สรุป6วันสงกรานต์ตายพุ่ง397รายเจ็บ3,271ราย
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

“ศปถ.” สรุป 6 วัน อุบัติเหตุสงกรานต์ตายพุ่ง 397 ราย เจ็บ 3,271 ราย โคราชแชมป์สะสมเสียชีวิตสูงสุด 18 ราย พบ 5 จังหวัดไร้ตาย “ตราด แพร่ ยะลา ระนอง และหนองบัวลำภู”

 
          ที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ( ศปถ.) ประจำปี 2559 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 16 เมษายน  2559 เกิดอุบัติเหตุ 380 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 59 ราย ผู้บาดเจ็บ 380 คน รวม 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 - 16 เมษายน59 มียอดเกิดอุบัติเหตุรวม 3,104 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 397 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,271 คน ได้เน้นย้ำจังหวัดเพิ่มจุดตรวจ จุดบริการบนเส้นทางสายหลัก เข้มข้นการดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนกวดขันความพร้อมของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะผู้ขับรถโดยสารสาธารณะ เตรียมพร้อมระบบขนส่งสาธารณะให้มีความปลอดภัยและเพียงพอต่อการรองรับการเดินทางกลับของประชาชน อีกทั้งกำชับด่านชุมชนยังคงปฏิบัติหน้าที่ดูแลถนนสายรอง เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการอำนวยการจราจรและดูแลความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชนในทุกเส้นทาง
 
          โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2559 กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ประจำปี 2559 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 16 เมษายน 2559 ซึ่งเป็นวันที่หกของการรณรงค์ “สงกรานต์ปลอดภัย ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย สร้างวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 380 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 59 ราย ผู้บาดเจ็บ 380 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 31.05 เมาสุรา ร้อยละ 28.16 ซึ่งยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 80.88 รองลงมา รถปิคอัพ ร้อยละ 10.08 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 69.21 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 36.32 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 34.47 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 - 20.00 น. ร้อยละ 26.58 ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน ร้อยละ 49.54 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,127 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 66,796 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 654,354 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 108,717 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 31,016 ราย ไม่มีใบขับขี่ 29,840 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 22 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา พะเยา จังหวัดละ 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 22 คน
 
          เมื่อสรุปอุบัติเหตุทางถนนรวม 6 วัน ตั้งแต่วันที่11 - 16 เม.ย.59 เกิดอุบัติเหตุรวม 3,104 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 397 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,271 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต มี 5 จังหวัด ได้แก่ ตราด แพร่ ยะลา ระนอง และหนองบัวลำภู จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 158 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 18 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 166 คน
 
          สำหรับผลการปฏิบัติงานตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 46/2558 ประจำวันที่ 16 เมษายน 2559 ตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับ 75,277 ราย แยกเป็น รถจักรยานยนต์พบการกระทำผิด 28,609 ราย ดำเนินการยึดรถ 865 คัน ยึดใบอนุญาตขับขี่ 104 ราย และส่งดำเนินคดีทางกฎหมาย 18,375 ราย รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล ตรวจพบผู้กระทำผิด 15,421 ราย ดำเนินการยึดรถ 298 คัน ยึดใบอนุญาตขับขี่ 612 ราย และส่งดำเนินคดีทางกฎหมาย จำนวน 10,993 ราย สรุปผลการดำเนินการสะสมระหว่างวันที่ 9 - 16 เมษายน 2559 ตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับ 355,673 ราย แยกเป็น ยึดใบอนุญาตขับขี่ 16,346 ราย ส่งดำเนินคดีทางกฎหมาย 110,909 ราย ยึดรถ 5,772 คัน ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ 4,353 คัน และรถยนต์ส่วนบุคคล 1,419 คัน
 
          “ วันนี้เป็นวันหยุดสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางกลับจากภูมิลำเนาและการท่องเที่ยว ทำให้การจราจรบนเส้นทางสายหลัก โดยเฉพาะขาเข้ากรุงเทพมหานครมีปริมาณรถหนาแน่น ประกอบกับการเดินทางหลายวัน ทำให้ผู้ขับขี่มีอาการอ่อนล้า จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุง่วงหลับใน ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน จึงได้เน้นย้ำจังหวัดเพิ่มจุดตรวจ จุดบริการบนเส้นทางสายหลัก เข้มข้นการดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน ในการอำนวยการจราจรให้มีความคล่องตัว การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยกวดขันความพร้อมของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะผู้ขับรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ทั้งประจำทางและไม่ประจำทางต้องมีระดับแอลกอฮอล์เป็น “ศูนย์” เพื่อป้องกันอุบัติเหตุขนาดใหญ่ ให้เตรียมพร้อมระบบขนส่งสาธารณะให้มีความปลอดภัยและเพียงพอต่อการรองรับการเดินทางกลับของประชาชน ทั้งรถโดยสาร รถไฟ และเครื่องบิน ขณะเดียวกันให้กำชับด่านชุมชน ยังคงปฏิบัติหน้าที่ดูแลถนนสายรอง โดยเฉพาะเส้นทางเชื่อมต่อเข้าสู่เส้นทางสายหลัก เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการอำนวยการจราจรและดูแลความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชนในทุกเส้นทาง” รมว.คมนาคม กล่าว
 
          ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเสริมว่า ในวันนี้เส้นทางขากลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครในทุกภูมิภาคจะมีการจราจรหนาแน่น ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้สั่งการจังหวัดกำชับตำรวจทางหลวงจัดเจ้าหน้าที่และสนธิกำลังอาสาสมัครอำนวยการจราจรบริเวณทางร่วม ทางแยก จุดเสี่ยงอุบัติเหตุ พร้อมพิจารณาปิดจุดกลับรถ ปิดสัญญาณไฟจราจร และเปิดใช้ช่องทางพิเศษในเส้นทางที่มีการจราจรติดขัดให้สอดคล้องกับช่วงเวลาและปริมาณการจราจร นอกจากนี้ ให้จังหวัดเร่งรัดตรวจสอบข้อมูลผู้บาดเจ็บที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาลและเสียชีวิตภายใน 30 วัน หลังเกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้ได้ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่สอดคล้องกับสถานการณ์บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงมากที่สุด จะได้นำไปวิเคราะห์กำหนดมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ต่อไป
  
          ขณะที่นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุในช่วงสองวันสุดท้ายของการเดินทาง พบว่า อุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับมีแนวโน้มลดลง ในขณะที่อุบัติเหตุจากการขับรถเร็วและการตัดหน้ากระชั้นชิดเพิ่มขึ้น ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน จึงได้กำชับจังหวัดเพิ่มความถี่ในการจัดตั้งจุดตรวจในเส้นทางสายหลัก เพื่อชะลอความเร็วและป้องกันการแซงในระยะกระชั้นชิด โดยเฉพาะเส้นทางตรงที่มีระยะทางยาว ซึ่งผู้ขับขี่สามารถใช้ความเร็ว พร้อมเพิ่มความเข้มข้นในการเรียกตรวจ เพื่อให้ผู้ขับขี่เกิดความตื่นตัว และป้องกันการหลับในที่เป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงกวดขันการจอดรถริมทาง และร้านค้าที่วางสิ่งของล้ำช่องทางจราจร เพื่ออำนวยการจราจร ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น ทั้งนี้ หากผู้ขับขี่มีอาการง่วงนอน ให้จอดพักรถตามจุดบริการของหน่วยงานรัฐ สถานีบริการน้ำมัน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และให้ทุกการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

.......................................
(หมายเหตุ ภาพประกอบข่าว)
 
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง