ข่าว

จาก 'จดหมายน้อย' ถึงประมูล 4 จี

จาก 'จดหมายน้อย' ถึงประมูล 4 จี
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

บทความพิเศษ : จาก 'จดหมายน้อย' ถึงประมูล 4 จี : โดย...น้ำเชี่ยว บูรพา

 
                    ทำเอาช็อกไปทั้งวงการ กับถ้อยแถลงของท่านรองนายกฯ วิษณุ เครืองาม ที่ได้รับมอบหมายจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ให้พิจารณาข้อเสนอของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ที่จะขอเซ็งลี้ใบอนุญาต 4 จีบนคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์แทนบริษัทแจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ที่ทิ้งใบอนุญาตไปก่อนหน้า
 
                    หลายฝ่ายคาดการณ์กันว่านายกฯ คงจะใช้มาตรา 44 ผ่าทางตันข้อเสนอนี้ได้ไม่ยาก เพราะน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ดีกว่าจะเสี่ยงให้ กสทช.ไปจัดประมูลใหม่ แถมไปตั้งราคาตั้งต้นสูงเสียดฟ้าที่ 75,654 ล้านบาท ซึ่งทุกฝ่ายก็ฟันธงว่ายากจะหาบริษัทสื่อสารรายใดเข้าร่วม
 
                    แม้กระทั่งนักวิชาการชื่อก้องอย่าง ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ ยังออกมาสนับสนุนข้อเสนอดังกล่าวว่า น่าจะยังประโยชน์แก่ประเทศชาติและกสทช.มากกว่าเสี่ยงให้ กสทช.ไปตายดาบหน้า
 
                    แต่เมื่อนายวิษณุออกมาแถลงภายหลังประชุมร่วมกับกสทช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า “ไม่เห็นด้วย” ที่กสทช.จะจัดสรรคลื่นไปให้แก่เอไอเอสโดยตรง เพราะจะเป็นการตัดโอกาสผู้ที่สนใจรายอื่นจนอาจก่อให้เกิดการฟ้องร้องตามมา ก่อนสรุปผลให้ กสทช.กลับไปดำเนินการจัดประมูลคลื่น 900 ใหม่ โดยให้ร่นระยะเวลาประมูลจากที่กำหนดไว้เดิมวันที่ 24 มิถุนายนมาเป็นวันที่ 22 พฤษภาคม พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เคยเข้าประมูลหรือผู้ที่ไม่ได้เข้าประมูลในครั้งที่ผ่านมาได้ร่วมประมูลทั้งหมด รวมถึงบริษัททรู ที่ถูก กสทช.ตัดสิทธิ์ไปก่อนหน้าทำเอาวงการสื่อสารโทรคมนาคมได้แต่อึ้งกิมกี่!
 
                    เพราะข้อเสนอให้เร่งรัดจัดประมูลคลื่นใหม่ตามที่กสทช.นำเสนอเป็นทางเลือกหากไม่สามารถใช้มาตรา 44 จัดสรรคลื่นโดยตรงให้แก่เอไอเอสนั้น แต่เดิมได้ตัดสิทธิ์ไม่ให้บริษัทแจส โมบายที่ทิ้งใบอนุญาต และบริษัททรูที่ได้ใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 ไปแล้วเข้าร่วมประมูลได้อีกเพราะจะเป็นการขัดประกาศประมูล 4 จี และประกาศ กสทช.ว่าด้วยการถือครองคลื่นความถี่
 
                    แต่ที่ให้ กสทช.เปิดทางให้ทรูได้เข้าร่วมประมูลด้วย โดยไม่ต้องไปสนใจว่าจะสร้างปัญหาต่างๆ ตามมาหรือไม่นั้น ทำให้ กสทช.ได้แต่อ้ำอึ้ง เพราะไม่สามารถจะบิดพลิ้วใดๆ ได้
 
                    หลายฝ่ายนึกย้อนไปถึงกรณี “จดหมายน้อย” ฉบับนั้น ที่รองนายกฯ ส่งไปถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่ขอให้พักโทษผู้ต้องขังรายหนึ่ง หลังจากได้รับการลงโทษคุมขังมาแล้วระดับหนึ่งตามกฎหมาย จึงอยู่ในข่ายที่จะได้รับการพิจารณาให้พักโทษตามเกณฑ์ของกรมราชทัณฑ์
 
                    แม้เจ้าตัวจะยืนยัน จะอ้างได้ว่าไม่ได้ทำอะไรผิด เป็นเพียงแค่การเขียนแทงเกษียณหนังสือต่อท้ายจดหมาย ที่ไม่ผิดกฎหมายหรือหลักศีลธรรมใดๆ แต่จดหมายน้อยฉบับนั้นที่ถูกนำไปเปรียบเทียบกับ “จดหมายน้อย” อีกฉบับ ที่อดีตประธานศาลปกครองสูงสุดมีไปถึงรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แสดงความประสงค์สนับสนุนนายตำรวจยศ พ.ต.ท.รายหนึ่งให้ได้รับการเลืื่อนขั้น จนต้องพ้นจากตำแหน่งไปนั้น มีคำถามว่าต่างกันไหม
 
                    ครั้งนี้แม้ไม่ใช่ “จดหมายน้อย” แต่ที่ รองฯ วิษณุ ให้ กสทช.จัดประมูลคลื่นความถี่ใหม่และต้องเปิดกว้างให้ผู้เข้าประมูลทุกรายได้เข้าร่วม อาจจะไม่ได้เห็นเงื่อนไขการประมูล เพราะหากทรูชนะประมูลขึ้นมาอีก ไม่เพียงจะขัดประกาศเงื่อนไขประมูล 4 จีที่กำหนดให้บริษัทสื่อสารแต่ละรายถือครองใบอนุญาต 4 จีบนคลื่น 900 ได้เพียง 1 ใบอนุญาตเท่านั้น ยังขัดประกาศกสทช.ว่าด้วยการถือครองคลื่นเกินหลักเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งยังอาจทำให้ถูกผู้ประมูลรายอื่นฟ้องร้องเอาได้อีก
 
                    แต่เรื่องอย่างนี้ ไม่มีใครเชื่อว่า มือกฎหมายระดับบรมครูจะพลาด หรือหลงหูหลงตา... แต่ก็ไม่แน่ คนเราผิดพลาดกันได้ เว้นว่า อยากให้เป็นแบบนั้นจริงๆ ซึ่งก็ต้องย้อนไปดูว่า ถ้าฉีกเงื่อนไขการประมูลแล้ว ได้เพื่อประชาชนจริงๆ หรือไม่
 
 
 
--------------------------
 
(บทความพิเศษ : จาก 'จดหมายน้อย' ถึงประมูล 4 จี : โดย...น้ำเชี่ยว บูรพา)
 
 
 
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง