ข่าว

คดีพ.ต.ต.ยิงหมาต้องรัดกุมที่สุด

คดีพ.ต.ต.ยิงหมาต้องรัดกุมที่สุด
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

เพื่อน ส.ต.ต.หญิง ถูกฝูงสุนัขแฟลตตำรวจกลางลาดยาว รุมเห่า กัดจมเขี้ยว ยันแค่เดินผ่าน ขณะที่ พ.ต.ต.ยิงหมาถูกสอบวินัย 'พงศพัศ' ย้ำ คดีต้องรัดกุม - ชัดเจน

 
                    14 เม.ย. 59  พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. ได้เน้นย้ำต่อ พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 ให้กำชับไปยังพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ให้ทำคดี พ.ต.ต.วสวัตติ์ สุขไทย สารวัตรกลุ่มงานวิจัยและประเมินผล 3 กองวิจัย สำนักยุทธศาสตร์ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยิงสุนัขในแฟลตตำรวจกลางลาดยาวตายไป 1 ตัว และบาดเจ็บอีก 1 ตัว เมื่อคืนวันที่ 8 เมษายน อย่างรัดกุมที่สุด เพราะผู้ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจติดตามอย่างใกล้ชิด
 
                    “หลังเกิดเหตุก็ติดตามหาว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร ก็พบว่าเป็นตำรวจระดับสารวัตร ซึ่งแม้จะเป็นเพียงเรื่องยิงสุนัข แต่ก็กระทบจิตใจประชาชน ผมและ พล.ต.ต.เจริญ จึงหารือกันว่าควรจะนำตัวผู้กระทำผิดมามอบตัว ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งวัตถุพยานและพยานบุคคล โดยได้เน้นย้ำให้ พล.ต.ต.เจริญ กำชับพนักงานสอบสวนรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วน รอบด้าน ยิ่งผู้ต้องหาเป็นตำรวจก็ยิ่งต้องชัดเจนให้สังคมปราศจากความสงสัย” รอง ผบ.ตร.กล่าว 
 
                    พล.ต.อ.พงศพัศ ยังกล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิวอชด็อก (Watchdog Thailand) นำพยาน 3 ปากที่เห็นเหตุการณ์ขณะที่ พ.ต.ต.วสวัตติ์ใช้ปืนยิงสุนัข เข้าพบ พ.ต.ท.อัครวัฒน์ สินขจรภิรมย์ สว.สอบสวน สน.พหลโยธิน และให้ข้อมูลตรงข้ามกับคำให้การของ พ.ต.ต.วสวัตติ์ ว่า คำให้การของผู้ต้องหานั้นก็ต้องพิสูจน์กันต่อไปว่าจริงหรือไม่ รวมถึงคำให้การของพยานด้วย ใครพูดจริงหรือไม่จริง เป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์ทำให้กระจ่าง เพราะทั้งตน และ พล.ต.ต.เจริญ ก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ จึงไม่สามารถตอบได้
 
                    ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่จากวอชด็อกอ้างข้อมูลจากคำบอกเล่าของพยานว่า คืนเกิดเหตุ พ.ต.ต.วสวัตติ์ขับรถมาจอดที่แฟลตตำรวจแล้วลงจากรถมาคนเดียว ไม่มีภรรยาที่อ้างว่ากำลังตั้งครรภ์มาด้วย และเมื่อถูกสุนัขจรจัดเห่า พ.ต.ต.วสวัตติ์จึงโมโห เดินไปหยิบขวดเบียร์ขว้างใส่หลายขวด ก่อนจะเดินกลับไปหยิบปืนในรถออกมายิงใส่สุนัขจนตาย 1 ตัว และบาดเจ็บอีก 1 ตัว จากนั้นยังเข้าไปซื้อไส้กรอกในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น มาโยนล่อสุนัขออกมายิงอีก แต่ถูกชาวบ้านขอร้องไว้ ซึ่งต่างจากข้อมูลที่ พ.ต.ต.วสวัตติ์ เคยบอกกับผู้สื่อข่าววันที่เข้ามอบตัวรับทราบข้อกล่าวหาว่า สาเหตุที่ยิงสุนัขเพราะบันดาลโทสะที่ภรรยาซึ่งกำลังตั้งครรภ์ถูกสุนัขประมาณ 20 ตัวรุมล้อม จึงจำเป็นต้องยิงเพื่อป้องกันอันตรายให้แก่ภรรยา
 
                    ส่วนกรณี พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) และอดีต ผบช.ภ.1 แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์เรื่องดังกล่าวในทำนองว่า การกระทำของ พ.ต.ต.วสวัตติ์ ไม่น่ามีความผิดนั้น พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร แต่การแสดงความคิดเห็นต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง 
 
                    “อยากให้ท่านอำนวยใจเย็นๆ เดือนนี้ก็เป็นเดือนเมษายน ก็อยากให้ใจเย็น แต่ถ้าหากใครเห็นเหตุการณ์สามารถมาเป็นพยานได้ เชิญมาได้เลย เพราะพนักงานสอบสวนต้องสรุปเพื่อชี้ประเด็นว่าใครพูดจริงหรือไม่” รอง ผบ.ตร.กล่าวและว่า สำหรับความผิดทางวินัยนั้น ทราบว่าผู้ต้องหาทำเรื่องชี้แจงไปยังผู้บังคับบัญชา และถูกตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเช่นกัน 
 
                    “นอกจากนี้ยังได้ประสานไปยังกรมปศุสัตว์เพื่อหาวิธีจัดการสุนัขจรจัด ซึ่งแฟลตตำรวจที่ลาดยาวนั้น ถือว่ามีสุนัขน้อย เพราะแฟลตอื่นๆ มีมากกว่า และก่อนหน้านี้ก็เคยเข้าไปจัดการ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปสุนัขก็จะหลบใต้ถุนอาคาร เข้ายาก ทั้งนี้จะจัดการสุนัขจรจัดทั้งบนท้องถนนและตามสถานที่ราชการ หน่วยงานตำรวจด้วย” พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าว 
 
                    ด้าน พล.ต.ต.เจริญ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 เมษายน มีพยานมาให้ปากคำเพิ่ม แต่คำให้การของผู้ต้องหาและพยานนั้นไม่สามารถเปิดเผยได้ และขณะนี้ยังอยู่ระหว่างหากล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ แต่ยังหาไม่เจอ มีเพียงภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นเท่านั้น ส่วนรายละเอียดภาพเป็นอย่างไรนั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
 
                    ขณะที่ พ.ต.ท.เฉลียง อินทิพย์ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.พหลโยธิน กล่าวว่า ขณะนี้ได้สอบปากคำพยานทั้ง 2 ฝ่ายไปแล้ว 5-6 ปาก ซึ่งเป็นชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ แพทย์และเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ซึ่งก็ให้การไปตามความจริง ส่วนเรื่องของกล้องวงจรปิดได้มีการตรวจสอบกล้องภายในเซเว่นอีเลฟเว่น ใกล้ที่เกิดเหตุไปแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าตรวจสอบไปแล้วกี่ตัว แต่เบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติใดๆ
 
                    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ เกิดเหตุสุนัขที่อาศัยอยู่ในแฟลตตำรวจกลางลาดยาว กัดชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ โดย ส.ต.ต.หญิง เยาวลักษณ์ ทองแม้น ผบ.หมู่ ฝ่ายอำนวยการ 1 กองบังคับการอำนวยการ กองตำรวจสื่อสาร สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (บก.อก.สทส. สทส.) ระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. นายยุทธศักดิ์ ธงงาม เพื่อนของตนถูกสุนัขที่อาศัยอยู่ภายในแฟลตตำรวจลาดยาวกัด ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาด้านซ้าย
 
                    ส.ต.ต.หญิง เยาวลักษณ์ กล่าวว่า นายยุทธศักดิ์เดินทางมาที่แฟลตเป็นครั้งแรก เพื่อช่วยตนขนย้ายของที่อาคาร 4 ภายในแฟลตตำรวจดังกล่าว กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ระหว่างเดินมายังบริเวณอาคาร 5 เพื่อขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้างกลับบ้าน ปรากฏว่ามีสุนัขประมาณ 6 - 7 ตัว วิ่งเข้ามารุมเห่า จากนั้น สุนัขตัวหนึ่งสีขาว เป็นขี้เรื้อน ได้วิ่งเข้ามากัดที่บริเวณขาด้านซ้าย มีรอยคมเขี้ยว 3 เขี้ยว จึงได้ให้รถจักรยายนต์รับจ้างช่วยเหลือและล้างแผล ก่อนเดินทางมารักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.พหลโยธิน
 
                    ส.ต.ต.หญิง เยาวลักษณ์ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีเจ้าของสุนัขมารับผิดชอบ พร้อมยืนยันว่า นายยุทธศักดิ์ไม่ได้ทำร้ายสุนัขเพียงแค่เดินผ่านปกติ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการจัดการ เพราะรู้สึกหวาดกลัว
 
 
 
 
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง