
คนไทยให้คะแนนผลงาน6เดือนรบ.ผ่านแบบคาบเส้น
สวนดุสิตโพลสำรวจความคิดเห็นคนไทยต่อผลงาน 6 เดือนของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ภาพรวมประชาชนให้คะแนนผลงานรัฐบาลแบบคาบเส้น 6.39 จากเต็ม 10 กระทรวงศึกษาธิการได้คะแนนสูงสุด สะท้อนคนไทยเสพติดประชานิยม และมองรัฐบาลร้ฝีมือแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต แถลงผลการสำรวความเห็นประชาชน ประเมินผลงานรัฐบาลอภิสิทธิ์รอบ 6 เดือน ว่า สวนดุสิตโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศจำนวน 13,754 คน ระหว่างวันที่ 15-30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยสุ่มกระจายไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ ทุกกลุ่มอาชีพ แยกเป็นกทม.และปริมณฑล 3,589 คน ภาคกลาง 2,787 คน ภาคเหนือ 2,067 คน ภาคอีสาน 3,727 คน และภาคใต้ 1,584 คน ถั่วเฉลี่ยไปตามสัดส่วนประชาชนทั้งหมดในแต่ละภาค
ผลการสำรวจปรากฎว่า ประชาชนให้คะแนนการทำงาน 6 เดือนรัฐบาลในภาพรวมแบบคาบเส้น ได้แค่ 6.39 จากคะแนนเต็ม 10 ที่น่าสนใจคือ เมื่อแยกดูคะแนนเป็นรายภาค กทม.ให้คะแนนรัฐบาลในภาพรวมต่ำสุด 6.05 ถัดมาเป็นภาคเหนือ 6.10 อีสาน 6.15 กลาง 6.53 และภาคใต้สูงสุด 7.81 ขณะที่จ.เชียงใหม่ให้คะแนนรัฐบาลในภาพรวม 5.39 อย่างไรก็ตาม ประชาชนให้คะแนนความจริงใจในการทำงานของรัฐบาลสูงสุด 6.26 คะแนน ถัดมาเป็นการให้อิสระแก่ข้าราชการประจำ (ไม่ก้าวก่ายงาน) 6.18 คะแนน ความซื่อสัตย์สุจริต 5.82 คะแนน ความสามัคคี 5.66 คะแนน จะเห็นได้ว่า ประชาชนมองว่า รัฐบาลมีความจริงใจในการทำงาแต่ไม่มั่นใจในการทำงานของรัฐบาลและมองว่าภายในพรรครัฐบาลเป็นเกาเหลา
แต่ประชาชนให้คะแนนการทำงานของนายกฯ สูง โดยให้คะแนนความตั้งใจทำงาน ถึง 7.38 แต่กลับให้คะแนนผลงาน 6.37 ส่วนคะแนนการทำงานของคณะรัฐมนตรีนั้น ประขชาชนให้คะแนนความตั้งใจในการทำงานของ ครม. 6.30 และให้คะแนนผลงานของ ครม. 5.94 จะเห็นได้ว่า คะแนนของนายกฯ เป็นตัวฉุดให้คะแนนภาพรวมของรัฐบาลสูงขึ้น เพราะนอกจากคะแนนของนายกฯแล้ว คะแนนของครม.และรัฐบาล คาบเส้นหรือผ่านครึ่งมานิดเดียวเป็นส่วนใหญ่
รศ.ดร.สุขุม กล่าวต่อว่า เมื่อสำรวจผลงานของรัฐบาลแยกเป็นรายกระทรวง พบว่า กระทรวงศึกษาธิการได้คะแนนอันดับ 1 6.69 คะแนน ถัดมาเป็นกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุาย์ได้ 6.64 กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา 6.38 กระทรวงวัฒนธรรม 6.33กระทรวงสาธารณสุข6.11 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 6.06 กระทรวงอุตสาหกรรม 5.95 กระทรวงมหาดไทย 5.94 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ 5.92 กระทรวงกลาโหม 5.87 กระทรวงแรงงาน 5.86 กระทรวงยุติธรรม 5.85 กระทรวงพลังงาน 5.84กระทรวงการต่างประเทศ 5.80 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 5.77 กระทรวงเทคโนโยลีและการสื่อสาร5.75 กระทรวงคมนาคม 5.64 กระทรวงการคลัง 5.55 และกระทรวงพาณิชย์ 5.47
ซึ่งสอดคล้องกับผลการสำรวจโครงการยอดเยี่ยมและยอกแย่ในสายตาประชาชน โดย 5 ผลงานยอดเยี่ยมที่ประชาชนให้คะแนนอันดับ 1 คือ โครงการเรียนฟรี 15 ปี /กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) 53.05% การดูแลสวัสดิการผู้สูงอายุ คนชรา ผู้ด้อยโอกาส /เบี้ยยังชีพ21.80% เช็ค 2,000 บาท ช่วยชาติ 11.86% มาตรการฟรี (น้ำประปา,ไฟฟ้า,รถไฟชั้น 3,ก๊าซหุงต้ม ,รถเมล์) 7.17% ความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ 6.11% ส่วน 5 ผลงายอดแย่ ได้แก่ การแก้ไขระบบการเงิน การคลัง ของประเทศ /การกู้เงิน 34.69% การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ /สินค้าแพง /ค่าครองชีพสูง 26.88% การดูแลภาคการเกษตร 13.89% มาตรการป้องกันโรคไข้หวัด 2009 13.48% และ การแก้ไขปัญหาต่างๆยังไม่ชัดเจน 11.06%
“จะเห็นได้ว่า 5 ผลงานยอดเยี่ยมที่ประชาชนเลือกนั้น จะเป็นโครงการที่เกี่ยวกับการแจกต่าง ๆ ซึ่งสำหรับประเทศกำลังพัฒนา หรือด้อยพัฒนาแล้ว รัฐบาลมักเอาประชานิยมมาเป็นยาเสพติดทางการเมือง เพราะฉะนั้น ในอนาคตกระทรวงเกรดเอ จะกลายเป็นกระทรวงทางสังคมที่มีโครงการแจกต่าง ๆ ส่วนกระทรวงหาเงินก็จุกไป “ รศ.ดร. สุขุม กล่าวและว่า หลังจากนี้ เชื่อว่า จะไม่มีรัฐบาลใดล้มโครงการเรียนฟรี 15 ปี แต่น่าจะปรับปรุงให้แจกแบบมีขอบเขต และไม่มีจำเป็นต้องแจกนักเรียนทุกสังกัดเท่ากัน ให้พิจารณาตามความจำเป็น
ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ที่ ศธ.และโครงกาเรียนฟรี 15 ปี ได้คะแนนมากสุดนั้น ถือเป็นผลงานภาพรวมของรัฐบาลและเกิดความร่วมมือของข้าราชการทุกคนในกระทรวง อย่างไรก็ตาม โครงการเรียนฟรี 15 ปี ไม่ใช่ประชานิยม หรือการลดแลกแจกแถม แต่เป็นการสร้างคน สร้างอนาคต ลดภาระให้ผู้ปคครองขณะที่ข่วยพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา



