ข่าว

เวิลด์แบงก์ยันศก.โลกเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว

เวิลด์แบงก์ยันศก.โลกเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว

31 ก.ค. 2552

เวิลด์แบงก์ยืนยันเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ระบุผ่านจุดต่ำสุดแล้ว คาดปีนี้เศรษฐกิจโลกติดลบ 2.9% ปี"53 พลิกกลับมาเป็นบวก 2% ขณะที่ วีรพงษ์ รามางกูรชี้เศรษฐกิจไทยครึ่งหลังของปีจะแย่ลง

(31ก.ค.) น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) กล่าวว่า วิกฤติเศรษฐกิจโลกได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวอย่างช้า ๆ โดยคาดว่าเศรษฐกิจโลกปีนี้จะหดตัว 2.9% และจะขยายตัวเป็นบวก 2% ในปีหน้า ขณะที่เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะกลับมาขยายตัวเป็นบวก 1.8% ในไตรมาส 4 ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยทั้งปี 2552 จะติดลบ 2.7%

"หลังจากวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้โครงสร้างเศรษฐกิจโลกจะเปลี่ยนแปลงไป การบริโภคของสหรัฐจะลดลง การแข่งขันทางการค้าจะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการสินค้าส่งออกของไทยลดลง"

นอกจากนี้ สภาพคล่องของโลกจะเพิ่มขึ้นตามการออมที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐ ซึ่งจะส่งผลให้มีการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนมาสู่ภูมิภาคเอเชียเพิ่มขึ้นและทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น

วีรพงษ์ รามางกูรชี้เศรษฐกิจครึ่งหลังของปีจะแย่ลง

 ขณะที่นายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวในงานสัมมนา “เศรษฐกิจครึ่งปีหลัง ไทยจะเข้มแข็งได้จริงหรือไม่” ที่ จัดขึ้นโดย สถาบันสร้างสานอนาคตไทย ซึ่งมีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย เป็นประธาน ว่า ตกใจ ที่รัฐบาลกล้าระบุว่า ครึ่งหลังของปี 2552 เศรษฐกิจไทยจะเข้มแข็ง เพราะหากดูภาพรวมแล้วไม่มีสถานการณ์ใด ๆ แสดงหรือส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจจะฟื้น ไม่ว่าจะเป็นการส่งออก สินค้าเกษตรก็ตกต่ำ การท่องเที่ยวก็มีปัญหาหนักทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจโลก และไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009

 “ขณะนี้เศรษฐกิจไทยดิ่งลงไม่ถึงพื้นด้วยซ้ำ และวิกฤติรอบนี้น่าจะยืดเยื้อ ในขณะที่รัฐบาลให้น้ำหนักกาแก้ปัญหาหาเศรษฐกิจน้อยกว่าการเมือง โดยมีสัดส่วนร้อยละ 20 ต่อ 80 ไม่ทราบว่ารัฐบาลเข้าใจปัญหาหรือมีวิสัยทัศน์เพียงพอหรือไม่ การพูดเรื่องนโยบายเศรษฐกิจแต่ละครั้งจะหวังผลทางการเมืองมากกว่า โดยครึ่งหลังของปีนี้จะแย่กว่าครึ่งแรกของปี และครึ่งแรกปีหน้าก็จะแย่ลงไปอีก” นายวีระพงษ์กล่าว

 นายวีระพงษ์ กล่าวว่า แผนการกู้เงิน 8 แสนล้านบาทของรัฐบาลนั้น ในขณะนี้ ยังไม่ชัดเจนว่า 3 ปีข้างหน้าจะดำเนินการลงทุนอะไร ในขณะที่งบประมาณปี 2552 ยังไม่มีโครงการอะไรใหม่ ๆ จึงประเมินไม่ได้ว่า เศรษฐกิจจะฟื้นได้อย่างไร แต่ที่แน่ ๆ ตัวเลขการว่างงาน และเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นในขณะนิ้ เริ่มมีความชัดเจนว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ภาวะเงินฝืด ระบบการเงินของประเทศ กำลังเข้าสู่ภาวะกับดักสภาพคล่อง เนื่องจากมีสภาพคล่องล้น แต่ไม่มีใครลงทุน .ในขณะที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ไม่ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องเงินบาทแข็งค่า และไม่สามารถดูแลให้ ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้ได้ โดยสิ่งที่สำคัญในการพื้นเศรษฐกิจนั้น นโยบายการเงิน-การคลังจะต้องไปด้วยกัน เมื่อไปด้วยกันไม่ได้ จึงสรุปได้ว่า ครึ่งหลังของปีนี้อย่าถามว่าเศรษฐกิจฟื้น หรือไม่ ต้องถามว่าถึงพื้นหรือยัง และประเทศอื่น ๆ ที่เผชิญสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจนั้นจะจบเร็วกว่าไทย เพราะไทยมีปัญหาหลักคือปัญหาการเมืองที่ยังหาทางออกไม่ได้ และดูแล้วปัญหาจะลึกลงไปเรื่อย ๆ

 “หลายครั้งรัฐบาลระบุว่าอนุมัติทุกอย่างและโครงการพื้นฐานต่าง ๆ แต่ข้าราชการไม่ยอมเคลื่อนไหว ทั้งที่ระบบราชการ ต้องการผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน ถึงจะทำงานได้ หากนโยบายไม่ชัดเจน การเมืองไม่รับผิดชอบ ข้าราชการคงจะไม่มีขวัญกำลังใจในการทำงาน” นายวีระพงษ์ กล่าว