ข่าว

‘มาร์ค’แถลงจุดยืนไม่เห็นด้วยร่างรธน.

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

‘อภิสิทธิ์’ แถลงจุดยืน ปชป.ไม่เห็นด้วยร่างรธน. เหตุทำปชต.ถดถอย ลดอำนาจปชช. ไม่รับคำถามพ่วงให้ ส.ว.ร่วมเลือกนายกฯ จี้ คสช.เผยแผนหากรธน.ไม่ผ่านประชามติ

 
      10 เม.ย.59 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พร้อมด้วย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง ที่ระบุให้ ส.ว.ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำลังจะเข้าสู่การทำประชามติ ว่า พรรคมีจุดยืน 3 กรณีคือ 1.กระบวนการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่มีการตรากฎหมายขึ้นโดยผ่านความเห็นชอบของสนช.สัปดาห์ที่แล้ว 2.จุดยืนของพรรคต่อคำถามพ่วง และ 3.ร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะมีการทำประชามติ โดยขอเริ่มจากกฎหมายประชามติก่อน เพราะเป็นคนที่เรียกร้องให้มีการทำประชามติ เนื่องจากอยากเห็นรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายที่ประชาชนเจ้าของประเทศมีส่วนร่วม และมีผลพลอยได้ให้รัฐธรรมนูญมีภูมิคุ้มกัน เช่นรัฐธรรมนูญปี 2550 เมื่อมีความพยายามรื้อศาลรัฐธรรมนูญและมีคำวินิจฉัยว่า หากจะรื้อต้องกลับไปสอบถามความเห็นของประชาชนก่อน 
 
      หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ดังนั้นการจัดทำประชามติต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านกระบวนการที่เสรีและเป็นธรรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำประชามติ แต่การทำกฎหมายประชามติมีความสับสน ในการกำหนดบทบาทของฝ่ายต่างๆ จากการห้ามไม่ให้ประชาชนทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ ดังนั้น ข้อห้ามในกระบวนการประชามติต้องเขียนอย่างชัดแจ้ง ซึ่งมีเพียงมาตราเดียว คือ มาตรา 62 ที่ห้ามไม่ให้มีการสื่อสารผิดข้อเท็จจริง หรือมีลักษณะก้าวร้าว ข่มขู่ ดังนั้นการเผยแพร่ความเห็นอย่างสุจริตต้องทำได้ 
 
      นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะผู้รักษากฎหมายต้องออกมายืนยันว่า ประชาชนมีสิทธิดำเนินการได้ ไม่เช่นนั้นกระบวนการนี้จะทำให้งบประมาณสูญเปล่า นอกจากนี้ยังมีการเขียนคุ้มครอง กรรมการร่างรัฐธรรมนูญและเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้เกิดความเข้าใจว่ามีเฉพาะกรธ.และเจ้าหน้าที่รัฐที่จะชี้นำได้จึงอยากให้กกต.แสดงความชัดเจนและให้กระบวนการเป็นไปอย่างเสรีและเป็นธรรมเพื่อให้ทุกฝ่ายยอมรับนำไปสู่การเดินหน้าประเทศ 
 
      “กกต.ต้องแสดงความกล้าหาญที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ ซึ่งจะทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นด้วยว่า กลไกขององค์กรอิสระที่กำหนดในรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ได้จริง ถ้ากกต.ไม่แสดงความกล้าหาญก็จะยิ่งทำให้คนไม่มั่นใจโครงสร้างการเมืองตามรัฐธรรมนูญใหม่ จึงต้องยืนหยัดทำหน้าที่อย่างเที่ยงตรง มากกว่าคำนึงถึงความต้องการของผู้มีอำนาจ ถ้าทำไม่ได้ระบบที่ออกแบบมาทั้งหมดก็ทำไม่ได้ ซึ่งผู้มีอำนาจก็ต้องปล่อยให้ กกต.ทำงานอย่างอิสระ ไม่แทรกแซงหรือกดดัน และไม่ควรใช้อำนาจมาตรา ๔๔ ปลดบุคลากรในองค์กรอิสระ เว้นแต่มีการทุจริตและไม่สามารถใช้กระบวนการปกติได้ ผมคิดว่าถ้ากระบวนการทำประชามติไม่เสรีและเป็นธรรมจนทำให้เกิดความไม่ยอมรับต่อกระบวนการนี้จะทำให้เกิดความรุนแรงตามมา ซึ่งพรรคจะติดตามการทำหน้าที่ของกกต.ต่อไป” นายอภิสิทธิ์ กล่าว  
 
      หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคำถามพ่วงของ สนช.ว่า เรื่องนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษเพราะหากผ่าน จะต้องปรับปรุงรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามนั้น การถามว่าสมควรให้วุฒิสภาร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีในระยะเวลา 5 ปีหรือไม่ ซึ่งพรรคไม่เห็นด้วยและไม่รับคำถามนี้ เนื่องจากวุฒิสภาที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาดังกล่าว เป็นวุฒิสภาที่มาจากกระบวนการสรรหา และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้แต่งตั้งในขั้นตอนสุดท้าย การให้วุฒิสภาลงคะแนนเสียง ร่วมกับส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเท่ากับสามารถลบล้างเจตจำนงประชาชน ที่แสดงออกในการเลือกตั้งได้ ผิดจากหลักการของมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และคณะ การทำเช่นนี้ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ มีแต่จะทำให้ความขัดแย้งหรือปัญหาทางการเมืองรุนแรงขึ้น 
 
      นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า 1.สมมติว่าหากวุฒิสภาใช้สิทธิตรงนี้จับมือกับพรรค หรือส.ส.ที่เป็นเสียงข้างน้อย ตั้งนายกรัฐมนตรีเพื่อให้เกิดรัฐบาลก็จะทำงานยาก เพราะเป็นเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร ยิ่งไปกว่านั้นคือในขณะที่คสช.ย้ำเสมอว่า ไม่ต้องการให้บ้านเมืองขัดแย้ง แต่การเริ่มต้นให้คนจำนวนหนึ่งมาลบล้างเจตจำนงประชาชน เป็นสูตรสำเร็จให้เกิดความขัดแย้งในวงกว้างทันที แต่ถ้าวุฒิสภาไปจับมือกับพรรคอันดับหนึ่งก็ไม่ช่วยเรื่องเสถียรภาพ ก็จะเป็นการลดอำนาจเสียงข้างน้อย ในการคานอำนาจเสียงข้างมาก 
 
      “ดังนั้นจึงมีแต่ผลเสีย ถ้าสภาไม่ยอมให้ส.ว.ชี้ขาดในการเลือกนายกรัฐมนตรี มีวิธีเดียว คือ พรรคใหญ่ต้องจับมือกันก็จะเกิดเผด็จการในสภา พรรคจึงยืนยันว่าเป็นคำถามที่ประชาชนไม่สมควรรับในการลงประชามติเพราะสร้างความขัดแย้งผิดหลักการ ซึ่งเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เคยระบุว่าไม่เห็นด้วยที่จะให้วุฒิสภาเลือกนายกฯหวังว่าจะยืนยันความเห็นนี้ เพราะไม่เช่นนั้นจะถูกมองว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทำทั้งที่หัวหน้าคสช.ประกาศแล้วว่าไม่เห็นด้วย” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
 
      หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคยังไม่สามารถประชุมเป็นทางการได้ แต่นายจุรินทร์ และผู้บริหารพรรค ได้ประมวลความเห็นของสมาชิก ซึ่งในเรื่องที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญเห็นว่ามีข้อเสียมากกว่าข้อดี และไม่เห็นด้วยที่รัฐธรรมนูญนี้จะเป็นกฎหมายสูงสุดในการจัดสรรอำนาจ บทบาทองค์กรของรัฐกับประชาชน ข้อดีที่สนับสนุนคือ มีมาตรการบางเรื่องเข้มข้นมากขึ้น ในการปราบปรามการทุจริตในเรื่องลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ และการลงโทษคนทุจริตเลือกตั้ง รวมถึงเรื่องที่นักการเมืองแทรกแซงกระบวนการจัดทำงบประมาณใช้เอง ในขั้นตอนการทำประชามติ 
 
      นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แต่ในประเด็นปราบคอร์รัปชั่นก็ไม่ได้ดีขึ้นทั้งหมด เพราะยังมีจุดอ่อน เช่น 1.ยกเลิกกระบวนการถอดถอนทำให้ความผิดที่จะไปจบที่ศาล ต้องใช้มาตรฐานเหมือนคดีอาญายากที่จะเอาผิด 2.โทษลดลง เช่นในอดีตคนที่เคยถูกถอดถอน จะเล่นการเมืองไม่ได้ตลอดชีวิตกลับลดลงมาเหลือห้าปี 3.สถานะของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หากปฏิบัติหน้าที่มิชอบจะเข้าสู่กระบวนการถอดถอน หรือฟ้องต่อศาลแต่ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องผ่านประธานรัฐสภา คือ ส.ส.ที่สังกัดรัฐบาล หากประธานรัฐสภา เห็นว่าเรื่องที่ร้องเรียนไม่มีน้ำหนักเพียงพอ ก็สามารถยุติเรื่องได้ จึงทำให้เกิดความเป็นไปได้ที่ ป.ป.ช.จะต่อรองกับรัฐบาลทำให้กระบวนการปราบปรามทุจริตอ่อนแอทันที 
 
      หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสียของรัฐธรรมนูญว่า มีการเบี่ยงเบนเจตนารมณ์และลดอำนาจประชาชนเมื่อเทียบอำนาจรัฐ ทั้งนี้เราเคยมีความหวังว่าการปฏิรูปจะยืนยันหลักประชาธิปไตย และเพิ่มอำนาจประชาชน แต่โครงสร้างหลักของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไปในทิศทางตรงกันข้าม เพราะที่ผ่านมาสิทธิประชาชนมีความก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ แต่รัฐธรรมนูญที่มีการร่างใหม่ถดถอยจากรัฐธรรมนูญ 50 ทั้งสิ้น 
 
      นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากถดถอยเช่นนี้เชื่อว่าจะมีความขัดแย้งในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่จนเกิดความรุนแรงขึ้น การลดสิทธิเสรีภาพประชาชนโดยเพิ่มอำนาจราชการมากเกินไป จะทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจอ่อนแอลง ในแง่การตอบสนองความต้องการของประชาชน และทำให้รัฐบาลที่มาจากประชาชนมีปัญหามากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นในประเด็นที่เกี่ยวกับระบบเลือกตั้งก็เป็นปัญหา โดยประชาชนไม่มีโอกาสเลือกส.ว. ขณะเดียวกันอำนาจของส.ว.ซึ่งมีที่มาไม่ยึดโยงกับประชาชนก็ให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองในเรื่องการเลือกนายกนอกบัญชีได้ตามที่กำหนดในบทเฉพาะกาล นอกจากนี้การกำหนดให้ใช้บัตรเดียวในการเลือกตั้งก็เป็นการบังคับทำให้ประชาชนไม่สามารถเลือกตั้งอย่างเสรีได้อีกต่อไป จากประเด็นเหล่านี้ทำให้ประชาชนที่ควรมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศถูกจำกัดสิทธิอย่างมาก 
 
      หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนปัญหาสำคัญของรัฐธรรมนูญอีกประเด็นหนึ่ง คือ แก้ไขเพิ่มเติมยากมาก โดยเฉพาะประเด็นวุฒิสภาหากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระบุให้ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาและต้องมีวุฒิสภาสนับสนุนถึง 1 ใน 3 ในขณะที่ทั้งหมดมีที่มาเดียวกันหมด การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงอยู่ในมือของ ส.ว. และยังมีวาระ 5 ปีเท่ากับเกี่ยวข้องกับรัฐบาล 2 ชุด คล้ายคลึงกับรัฐธรรมนูญปี 21 ซึ่งในขณะนั้นมีความพยายามต่ออายุบทเฉพาะกาล ดังนั้นหากจะแก้ไขให้เป็นประชาธิปไตยแทบทำไม่ได้เลย แต่ถ้าวุฒิสภาและรัฐบาลสมประโยชน์ ก็จะแก้ไปในทิศทางที่ตนเองต้องการได้ ทั้งหมดนี้จึงทำให้สมาชิกของพรรคเห็นว่าข้อเสียมากกว่าข้อดีและเราไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ประเทศไทยต้องการรัฐธรรมนูญปราบโกงและเป็นประชาธิปไตย ถ้าการโต้แย้งรุนแรงขึ้นที่อ้างว่าจะหลีกเลี่ยงการรัฐประหารก็จะไม่มีน้ำหนักที่จะรับฟังได้ 
 
      “ผมใช้คำว่าไม่เห็นด้วยแต่ยังไม่พูดว่ารับหรือไม่รับ เพราะมีปัจจัยทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ข้อแรกถ้าประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนี้ มีหลักประกันอะไรว่ารัฐธรรมนูญที่จะบังคับใช้ต่อไปจะดีกว่านี้หรือจะไม่เลวร้ายยิ่งไปกว่านี้ อย่าลืมว่าความเห็น คสช.นั้น หนักหนาสาหัสกว่าฉบับที่ออกมาและคำถามพ่วง เพราะมีมากกว่านี้เยอะ จึงเรียกร้องว่าการใช้สิทธิของประชาชนเจ้าของประเทศมีสิทธิรู้ว่าถ้าไม่รับแล้วจะมีกระบวนการอย่างไร เราต้องการคำตอบจากคสช.ในเรื่องนี้ และสมาชิกพรรคมีความเป็นห่วงว่ามีคนกลุ่มหนึ่ง เอาประเด็นรับหรือไม่รับการทำประชามติไปเล่นการเมือง เช่น ถ้าไม่รับจะมีการเรียกร้องให้คสช. นายกรัฐมนตรี ลาออกซึ่งอาจนำไปสู่ความวุ่นวายของบ้านเมือง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว 
 
      นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคจึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดเอาเรื่องรัฐธรรมนูญมาเล่นการเมือง แต่ให้ประชาชนตัดสินและมีกระบวนการหลังตัดสิน ที่ชัดว่าประเทศไทยจะมีรัฐธรรมนูญที่ดีได้อย่างไร ดังนั้นพรรคจึงต้องรอดูว่ากระบวนการตรงนี้จะแก้ไขอย่างไร โดยหวังว่ากกต.จะสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำประชามติที่เสรี และเป็นธรรมเพื่อให้เกิดบรรทัดฐาน ซึ่งจะนำไปใช้ในการเลือกตั้งได้ด้วย จากนั้นคำตอบที่จะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญก็จะง่ายขึ้น  
 
      หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นอกจากนี้ พรรคพร้อมที่จะให้ข้อมูลกับประชาชนเนื่องจากมีหลายเรื่องที่ประชาชนยังไม่ทราบ เพราะมีการชี้นำเกินไป เช่น ขนานนามว่ารัฐธรรมนูญปราบโกงก็เป็นการชี้นำเหมือนกัน เมื่อเห็นจุดอ่อนก็ไม่แน่ใจว่าจะปราบโกงได้จริงหรือเปล่า 
 
      “ไม่อยากที่จะบอกว่ารับหรือไม่รับ หรือร่างเสร็จก็กดปุ่มเลยว่าจะรับหรือไม่รับ บางคนยังไม่อ่านก็บอกแล้วประเทศเดินอย่างนี้ไม่ได้ จึงเรียกร้องให้กำหนดกติกาว่า ประเทศจะมีทางเดินที่ไม่วุ่นวายไม่ว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ คสช.ควรให้เกียรติประชาชนแต่ถ้าไม่บอกเมื่อถึงจุดหนึ่งพวกผมก็ต้องตัดสินใจในเวลาที่สมควร ที่นายกฯพูดทุกวันว่ากลัวเหมือนในอดีตต้องดูว่าอดีตเกิดเพราะไม่ยอมรับกติกา ไม่ใช่เกิดจากการเลือกตั้งหรือผลเลือกตั้ง มามีปัญหาจากความไม่ชอบธรรมในการใช้อำนาจ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว  
 
      นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนการให้ส.ว.มาร่วมเลือกนายกฯ จะเกี่ยวกับการให้ผู้มีอำนาจกลับมามีอำนาจอีกครั้งหรือไม่นั้น ทั้งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ต่างก็ออกมาให้สัมภาษณ์แล้วก็ต้องเชื่อว่าจะรักษาคำพูด แต่ถ้าไม่รักษาคำพูดก็เห็นจากประวัติศาสตร์อยู่แล้ว ส่วนคนอื่นก็อีกเรื่องหนึ่งเพราะขณะนี้พอเห็นหน้าตาของส.ว. 250 คนแล้ว
 
 
 
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด