
สั่งคุมเข้มแก๊งปาหินหวั่นอาละวาดเมืองกรุง
สั่งตำรวจทุกหน่วยตรวจตรากวดขันจับกุม "แก๊งปาหิน" หวั่นอาละวาดในเมืองกรุง เน้นตั้งด่านตรวจจับตา "รถ จยย.ซิ่ง-ขับย้อนศร-ไม่ติดป้ายทะเบียน"เป็นพิเศษ
(31ก.ค.) พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ลงนามคำสั่งในหนังสือด่วนที่สุดที่ 0061.122/8754 วันที่ 30 กรกฎาคม 52 ถึงนายตำรวจระดับรองผบช.น. รับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และระดับผู้บังคับการ (ผบก.น.1-9 ) ผู้บังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (ผบก.ตปพ.191 ) ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) ผู้บังคับการอำนวยการ (ผบก.อก.) รองผู้บังคับการศูนย์สืบสวน ( รอง ผบก.ศส.บช.น. ) และผู้กำกับการศูนย์สวัสดิภาพเด็กเยาวชนและสตรี (ผกก.ศดส.บช.น. ) ให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกวดขันตรวจตราจับกุมแก็งคนร้ายปาหินใส่รถผู้ใช้รถใช้ถนนที่กำลังระบาดหนักในขณะนี้คาดว่าจะมีคนร้ายเลียนแบบพฤติการณ์ของคนร้ายที่เคยก่อเหตุในต่างจังหวัดตามที่เป็นข่าวอย่างต่อเนื่อง
สืบเนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทำหนังสือด่วนที่สุด ที่ 0001(ผบ)/316 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2552 มายัง ผบช.น. เรื่องกำชับการป้องกันเหตุคนร้ายใช้วัตถุขว้างปารถยนต์เพื่อเป็นการป้องกันปราบปรามการกระทำผิดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นจึงให้แต่ละหน่วยดำเนินการ กำหนดแผน มาตราการ เพิ่มความเข้มการปฏิบัติ โดยกรณีที่มีการประทำผิดเกิดขึ้น ให้ระดมสรรพกำลังจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษให้จงได้ แล้วประชาสัมพันธ์ให้กับสาธารณะชนได้รับทราบ เพื่อเป็นการป้องกันการประทำความผิด และให้จัดรถสายตรวจ ตรวจตราตลอดเส้นทางล่อแหลมเพื่อเป็นการป้องกัน และลดช่องโอกาสมิให้มีการกระทำผิด
พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวว่า การดำเนินการปฏิบัตินั้นเน้นการตรวจตราจุดล่อแหลมต่าง ๆ เช่นสะพานลอยคนข้าม และพื้นที่ที่เกิดเหตุเป็นประจำ เป็นต้น รวมถึงการตรวจเข้มและจับกุมผู้ขับขี่ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การขับขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศร การขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน การแข่งรถในทาง การรวมกลุ่มหรือขับขี่รถจักรยานยนต์ของกลุ่มวัยรุ่น
ขณะเดียวกันสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนหาข่าวกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมการกระทำดังกล่าว แต่ยังไม่มีพยานหลักฐานให้ดำเนินการทุกวิถีทาง เพื่อกดดันมิให้กลุ่มบุคคลเหล่านั้นไปกระทำความผิดอันจะทำให้ประชาชนได้รับความเสียหายใช้งานชุมชนสัมพันธ์แสวงหาความร่วมมือจากประชาชน เพื่อป้องกันมิให้มีเหตุเกิดขึ้นรวมทั้งการแจ้งเบาะแสบุคคลต้องสงสัยให้ตำรวจท้องที่ทราบ และให้นายตำรวจระดับ ผบก. และ รอง ผบก. ควบคุมกำกับดูแล และติดตามการปฏิบัติของหน่วยในความรับผิดชอบให้ดำเนินการตามแผนและมาตราการที่กำหนด ให้ทุกหน่วยประชุมกำชับ เน้นย้ำมาตราการ และแนวทางการปฏิบัติให้หน่วยในสังกัดเข้มงวดดำเนินการให้ได้ผล และให้รายงานผลการดำเนิการต่อเนื่อง



