ข่าว

ย้อนรอยปมพิพาท‘เกาะนาคาน้อย’

ย้อนรอยปมพิพาท‘เกาะนาคาน้อย’
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ย้อนรอยปมพิพาท ‘เกาะนาคาน้อย’ : ปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย รายงาน

             ปมข้อพิพาทในเอกสารสิทธิเกาะ “นาคาน้อย” ระหว่างตระกูล “หิรัญพฤกษ์” กับ “บริษัทภูเขาหกลูก” จนนำไปเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ดีเอสไอเสนอให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ใช้มาตรา 44 เข้ามาระงับยับยั้งการตัดไม้บนเกาะระหว่างการพิสูจน์สิทธิ แต่ “บิ๊กต๊อก” เจ้ากระทรวงยังต้องการให้ดำเนินการด้วยวิธีปกติไปก่อน เบื้องต้นคาดว่าคณะกรรมการคดีพิเศษจะนัดประชุมเพื่อพิจารณารับคดีไว้สอบสวนภายในเดือนพฤษภาคมนี้ หลังจากว่างเว้นการประชุมมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558

             พ.ต.ท.ประวุธ วงษ์สีนิล ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม เล่าถึงความเป็นมาของเกาะดังกล่าวว่า เกาะนาคาน้อยมีเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเขา ไม้ที่ขึ้นบนเกาะเป็นป่าเบญจพรรณ จึงเป็นแหล่งอาศัยของนกเงือก ในส่วนพื้นที่ราบบนเกาะเนื้อที่ 53 ไร่ ตระกูลหิรัญพฤกษ์มีเอกสารสิทธิครอบครองเพียงรายเดียว ที่ผ่านมาจึงถือโอกาสดูแลพื้นที่ป่าไปด้วย แต่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีคนนำ ส.ค.1 มาเสนอขายให้ตระกูลหิรัญพฤกษ์ โดยอ้างว่าเป็นที่ดินท้ายเกาะ จึงมีการตรวจสอบไปยังผู้ใหญ่บ้านที่มีชื่อเซ็นรับรองเอกสาร แต่ผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวขณะมีชีวิตยืนยันว่าเป็นเอกสารปลอม และพิกัดที่ดินตาม ส.ค.1 อยู่บนเกาะนาคาใหญ่ ไม่ใช่นาคาน้อย พร้อมแจ้งเตือนไม่ให้รับซื้อที่ดินตาม ส.ค.1 ดังกล่าว

             ต่อมาในปี 2557 ช่วงที่บ้านเมืองเกิดเหตุวุ่นวายทางการเมือง มีการนำเอกสาร ส.ค.1 ไปยื่นออก น.ส.3ก. โดยมีการแก้ไขเนื้อที่ ระยะข้างเคียง โดยกำหนดให้ทิศตะวันออกและตะวันตกติดกับทะเล เพื่อไม่ให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงร้องคัดค้าน โดยสำนักงานที่ดินอนุมัติเปลี่ยน ส.ค.1 เป็น น.ส.3ก. ภายในวันที่ยื่นขอและโอนขายเปลี่ยนมือ น.ส.3ก.ให้บริษัทภูเขาหกลูกทันทีภายในวันเดียวกันนั้นเอง เมื่อมีการแสดงสิทธิครอบครองที่ดินบนเกาะนาคาน้อยทางตระกูลหิรัญพฤกษ์จึงขอตรวจสอบพิกัดที่ดินพบว่ามีที่มาจาก ส.ค.1 ฉบับเดียวกันที่เคยมีผู้นำมาเสนอขายเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา

             ตระกูล “หิรัญพฤกษ์” จึงเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนให้ดีเอสไอเข้าตรวจสอบ โดยในชั้นสืบสวนดีเอสไอพบว่าสภาพเกาะนาคาน้อยยังมีสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ ไม่มีร่องรอยการทำประโยชน์เป็นสวนมะพร้าวหรือสวนยางพาราตามที่ระบุในการยื่นขอ น.ส.3ก. มีเพียงร่องรอยการขุดบ่อน้ำ ซึ่งในทางกฎหมายไม่ถือเป็นการทำประโยชน์ในพื้นที่ ทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบก็ยืนยันตรงกันว่า ไม่มีพืชเศรษฐกิจบนเกาะนาคาน้อย นอกจากนี้ดีเอสไอยังได้วิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ โดยผู้เชี่ยวชาญอ่านแปลภาพถ่ายยืนยันว่า ที่ดินตาม น.ส.3ก.ไม่เคยถูกทำประโยชน์ จึงมีสภาพเป็นป่าเขามาตั้งแต่ปี 2510 จนถึงปัจจุบัน ดังนั้นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จึงค้านกับข้ออ้างของผู้ครอบครองที่ดิน ซึ่งอ้างว่าทำประโยชน์ในที่ดินยาวนานนับร้อยปี ส่วนเกาะนาคาใหญ่ ซึ่งดีเอสไอเชื่อว่ามีพิกัดตรงกับเอกสาร ส.ค.1 ก่อนที่นำมาเปลี่ยนเป็น น.ส.3ก. มีสภาพเป็นพื้นที่ราบมีชาวบ้านเข้าไปอาศัยและทำกินเต็มพื้นที่

             ต่อมาวันที่ 16 มีนาคม “ชาญวิทย์ กิจเลิศสิริวัฒนา” เจ้าของบริษัทภูเขาหกลูก ได้นำเจ้าของที่ดินบนเกาะนาคาน้อยเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนให้ดีเอสไอตรวจสอบที่ดินบนเกาะนาคาน้อยเช่นกัน โดยระบุว่า ซื้อที่ดิน 24 ไร่ มาจาก “เกษม ห่อทิพย์” ทายาทและผู้จัดการมรดกของ “หรน ห่อทิพย์” พร้อมโต้แย้งว่า ตระกูลหิรัญพฤกษ์ไม่ใช่เจ้าของเกาะนาคาน้อย แต่ยังมีชาวบ้านรายอื่นๆ เข้าไปทำประโยชน์บนเกาะเช่นเดียวกับตระกูล “หิรัญพฤกษ์-นิมมานเหมินท์” ซึ่งในอดีตเคยเป็นพ่อเมืองภูเก็ต ระหว่างรับราชการต้นตระกูลหิรัญพฤกษ์ได้ขอซื้อที่ดินบนเกาะจากชาวบ้านบนเกาะนาคาน้อยเพื่อทำฟาร์มหอยมุกและครอบครองทำประโยชน์มาจนถึงปัจจุบัน

             “ชาญวิทย์”  โต้แย้งด้วยว่า น.ส.3ก.ของบริษัทภูเขาหกลูก ไม่ใช่ ส.ค.1บิน จากเกาะนาคาใหญ่มาสวมทับบนเกาะนาคาน้อย แต่ข้อเท็จจริง คือ เกาะนาคาน้อยและใหญ่อยู่ในตำบลเดียวกัน คือ ต.ป่าคลอก บริษัทภูเขาหกลูกจึงต้องการให้ทางราชการตรวจสอบเอกสารสิทธิที่ดินให้ชัดเจนเช่นกัน หากมีที่มาผิดกฎหมายก็พร้อมให้เพิกถอน แต่ขณะนี้บริษัทได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถเข้าทำประโยชน์บนที่ดินได้ เพราะมีพนักงานรักษาความปลอดภัยพกพาอาวุธมีลักษณะเป็นผู้มีอิทธิพลเฝ้าระวังอยู่รอบเกาะนาคาน้อย

             เหตุพิพาทที่ดินเกาะนาคาน้อยได้เงียบหายไปราวครึ่งเดือน จนกระทั่ง “ภูริ หิรัญพฤกษ์” ดารานักแสดง โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่าเช้าวันอังคารที่ 5 เมษายน กลุ่มชายนำกำลังขึ้นเกาะในฝั่งป่าไม้พร้อมอาวุธในมือ ยากต่อการเข้าพูดคุยเจรจา ทางกลุ่มประกาศว่า วันพุธที่ 6 เมษายนจะนำ “รถแบ็กโฮ” ข้ามทะเลมาถางป่าในที่ดิน 24 ไร่ ซึ่งยังไม่มีการปักหมุดรังวัดใดๆ เมื่อจะไปถางจะถูกจุดได้อย่างไร โดยอ้างว่ากรมที่ดินยังอยู่ระหว่างการเพิกถอน ฉะนั้นมีสิทธิ์ในการจะ “ทำอะไรก็ได้” กับที่ดินที่เป็นของเขา

             ร้อนถึง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ และพ.ต.ท.ประวุธ วงษ์สีนิล ต้องเข้ารายงานข้อเท็จจริงให้ พล.อ.ไพบูลย์รับทราบ เพื่อหาหนทางระงับยับยั้งความเสียหายกับพื้นที่ป่า แต่เมื่อ พล.อ.ไพบูลย์ยังไม่เห็นชอบให้ใช้มาตรา 44 ดีเอสไอจึงต้องประสานให้ป่าไม้และฝ่ายปกครองเข้าไปแก้ปัญหา เบื้องต้นเสนอข้อมูลในชั้นสืบสวนของดีเอสไอ ซึ่งเชื่อว่าป่าเขาส่วนที่เหลือบนเกาะนาคาน้อยเป็นที่ดินของรัฐ ในระหว่างการพิสูจน์สิทธิฝ่ายปกครองท้องที่จึงไม่ควรอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างใดๆ ในส่วนของดูแลผืนป่าขอให้กรมป่าไม้ยึดแนวคำพิพากษาในคดีป่ากะปง จ.พังงา ที่ระบุว่า นส.3ก.เป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แต่ในเมื่อพื้นที่จริงมีสภาพเป็นป่าเท่ากับว่ามีการรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ การเข้าไปแผ้วถางป่าถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ

             ปมร้อนที่ดินเกาะนาคาน้อยในระหว่างนี้ จึงได้แต่ให้คู่กรณี 2 ฝ่ายอดใจรอการพิสูจน์เอกสารสิทธิที่ดินที่จะชี้ขาดออกมา!

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง