ข่าว

แฮปปี้สงกรานต์..ไม่มีเหล้าไม่ลวนลาม ไม่รุนแรง

แฮปปี้สงกรานต์..ไม่มีเหล้าไม่ลวนลาม ไม่รุนแรง
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

แฮปปี้สงกรานต์..ไม่มีเหล้า ไม่ลวนลาม ไม่รุนแรง : จะเด็จ เชาวน์วิไลรายงาน

             คนไทยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเทศกาลสงกรานต์ เพราะเป็นวันหยุดยาวที่ใครหลายคนต่างรอคอย หวังจะได้สนุกสนานไปกับการเล่นน้ำ การรดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม อีกทั้งยังเป็นวันพักผ่อน มีเวลาอยู่พร้อมหน้าครอบครัว สังสรรค์กับญาติพี่น้องเพื่อนฝูง หรือออกเดินทางท่องเที่ยว ทำบุญตามสถานที่สำคัญต่างๆ

             แต่ปัจจุบันความสนุกสนานของการเล่นสงกรานต์กลับแฝงไปด้วยค่านิยมที่ผิดๆ ส่งผลให้ประเพณีที่ดีงามต้องเสื่อมถอย เช่น การเล่นสาดน้ำที่ไม่สร้างสรรค์ การฉวยโอกาส การลวนลาม อนาจาร คุกคามทางเพศ

             ล่าสุดนายกรัฐมนตรีแสดงความห่วงใยอยากเห็นสงกรานต์เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ มีสติ และยังระบุว่า หากมีการอนาจารคุกคามทางเพศเกิดขึ้น ถือว่าเข้าข่ายผิดกฎหมาย สามารถดำเนินคดีได้ทันที

             นอกจากภาครัฐจะต้องคุมเข้มเอาจริงเอาจังแล้ว ยังมีองค์กรที่เร่งรณรงค์ให้เกิดความตระหนัก เช่นเดียวกับมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ที่จับมือกับ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรมรณรงค์กระตุ้นความปลอดภัยในเทศกาลสงกรานต์ ภายใต้แนวคิด “แฮปปี้สงกรานต์..ไม่มีเหล้า ไม่ลวนลาม ไม่รุนแรง” ภายในงานมีการร่วมทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “แฮปปี้สงกรานต์” เพื่อสะท้อนการเล่นสงกรานต์อย่างปลอดภัย

             จากเวทีพูดคุยสะท้อนปัญหาครั้งนี้ โดย จรีย์ ศรีสวัสดิ์ ฝ่ายส่งเสริมภาคีเครือข่าย มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เปิดเผยผลสำรวจ ทัศนคติผู้หญิงไทยต่อเทศกาลสงกรานต์ปี 2559 โดยสำรวจกลุ่มตัวอย่างผู้หญิง 1,793 ราย อายุระหว่าง 10-40 ปี ในพื้นที่กรุงเทพฯ นครปฐม สมุทรปราการ เชียงใหม่ ลำปาง อำนาจเจริญ ชุมพร ชลบุรี ขอนแก่น พบว่าเกือบทั้งหมดหรือ 85.9% เห็นว่าไม่ควรฉวยโอกาสลวนลามแต๊ะอั๋งช่วงสงกรานต์ และควรมีมาตรการควบคุมป้องกัน แต่ที่น่าห่วงคือ 14% ยังมองเป็นเรื่องปกติ ยอมรับได้ ใครๆ ก็ทำกัน นอกจากนี้ยังพบกลุ่มตัวอย่างเกินครึ่ง 51.9% เคยถูกฉวยโอกาสถูกลวนลาม เมื่อถามถึงเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เคยเจอคือ ถูกฉวยโอกาสลวนลามคุกคามทางเพศ ถูกก่อกวนจากคนเมาสุรา บังคับให้ดื่ม ปัญหาการทะเลาะวิวาท การเล่นน้ำเกินขอบเขต เกิดอุบัติเหตุ

             จรีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่จะทำเมื่อถูกลวนลามหรือคุกคามทางเพศ คือตะโกนให้คนช่วย บอกผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่ เข้าแจ้งความ ด่าทอผู้กระทำ โต้ตอบด้วยความรุนแรง อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวอย่างต้องการให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งทำ คือ 40.9% บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง มีมาตรการทางกฎหมายที่ชัดเจน อีกทั้งต้องการให้มีหน่วยงานรับแจ้งความในพื้นที่เล่นน้ำ และจัดพื้นที่เล่นน้ำอย่างปลอดภัย และเมื่อถามถึงการรับรู้กฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พบว่า ส่วนใหญ่รู้ว่ามีกฎหมาย เช่น การห้ามดื่มบนรถ การขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี แต่เรื่องที่ยังรู้น้อยอยู่ คือ กฎหมายห้ามขายเร่ การขายให้คนเมาครองสติไม่ได้ อย่างไรก็ตามสังคมต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ในการเล่นน้ำอย่างสนุกสนานด้วยการสร้างสรรค์ อย่าเอาค่านิยมผิดๆ มาเปลี่ยนเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งผลสำรวจสะท้อนชัดเจนว่าผู้หญิงรับไม่ได้หากมีการลวนลาม การฉวยโอกาสจากเรื่องแบบนี้ ดังนั้นจึงควรเคารพสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย และรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ต้องเร่งรณรงค์ให้สังคมตระหนักในประเด็นการให้เกียรติกัน

             ปุณิกา อภิรักษ์ไกรศรี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง สะท้อนผลสำรวจข้างต้นว่า ประเพณีสงกรานต์กลายเป็นพื้นที่สร้างค่านิยมการล่วงละเมิดทางเพศให้เป็นเรื่องปกติ ซึ่งถูกสร้างจากประเพณีการเล่นน้ำอย่างไม่มีขอบเขต ไม่ให้เกียรติ ไม่เคารพสิทธิส่วนบุคคล ผู้หญิงกลายเป็นตัวแทนความสนุกสนานคู่ไปกับการเล่นน้ำ จากสถิติ 14.1% มีผู้ยอมรับว่าการฉวยโอกาส ลวนลาม การแต๊ะอั๋ง เป็นเรื่องปกติ ยอมรับได้ใครๆ ก็ทำกัน ซึ่งการยอมนี้จะเป็นชนวนสู่การล่วงละเมิดที่มีความรุนแรงมากขึ้น แม้ผู้หญิงที่แต่งตัวมิดชิด หรือเด็กผู้หญิงก็ถูกลวนลามได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามการใช้วาทกรรม “สงกรานต์จะทำอะไรก็ได้” จึงเป็นคำนิยามที่มีปัญหา ดังนั้นทางออกในการแก้ปัญหาสงกรานต์จึงไม่มีแค่เพียงการจัดโซนนิ่ง หรือบังคับใช้กฎหมาย แต่ควรจะปรับเปลี่ยนทัศนคติ ชายให้เกียรติหญิง ไม่มองผู้หญิงเป็นเพศที่จะทำอะไรก็ได้ แต่ควรเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน

             "พื้นที่สงกรานต์กลายเป็นพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยเสี่ยงและมีความรุนแรงทุกครั้งที่มีการจัดงาน ยิ่งมีค่านิยมดื่มแอลกอฮอล์สิ่งที่จะตามมาคือ การทะเลาะวิวาท อุบัติเหตุ เพราะเป็นปัจจัยหนุนเสริมให้เกิดความรุนแรง การล่วงละเมิดต่อผู้หญิงและเด็ก ดังนั้นไม่เพียงแต่ทำลายประเพณีสงกรานต์ที่ดีงาม แต่ยังกลายเป็นสร้างพื้นที่เสี่ยง อย่างไรก็ตาม เทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ควรกำหนดพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัย สร้างสรรค์ ให้เกียรติ ไม่ใช้อุปกรณ์ที่แรงดันน้ำสูง มีศูนย์ให้บริการช่วยเหลือและเฝ้าระวังสถานการณ์ กำหนดมาตรการพื้นที่เล่นน้ำสาธารณะทุกจุด ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และกฎหมายอื่นอย่างเคร่งครัด” ปุณิกา ระบุ

             ด้าน น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 61 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป เล่าเหตุการณ์ของสงกรานต์ที่ไม่น่าประทับใจว่า เมื่อปีที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเล่นสงกรานต์ย่านถนนข้าวสาร กับลูกชายและลูกสะใภ้ ด้วยความเป็นห่วงลูกจึงไปเป็นเพื่อน จากนั้นมีผู้ชายอาการคล้ายคนเมาเดินเข้ามาประแป้งที่ใบหน้าและลวนลามบริเวณหน้าอก ตอนนั้นรู้สึกตกใจมาก เลือกที่จะไม่ร้องส่งเสียงโวยวายเพราะกลัวและอาย จึงพยายามเดินหนี และตัดสินใจชวนลูกชายลูกสะใภ้กลับบ้านทันที ซึ่งช่วงที่เดินกลับยังได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งร้องโวยวาย เมื่อมองไปก็เห็นชายคนเดียวกันอยู่ในบริเวณนั้นด้วย และคิดว่าคงมีคนอื่นอีกที่ถูกลวนเช่นเดียวกับตน อย่างไรก็ตามขอฝากว่า วันสงกรานต์เป็นวันที่มีคุณค่า ไม่ควรถูกคนบางพวกบางกลุ่มทำให้เสียหาย โดยเฉพาะคนเมาขาดสติ ดังนั้นในทุกพื้นที่เล่นสงกรานต์ควรเป็นพื้นที่ห้ามขายห้ามดื่มเหล้าเบียร์ไปเลย

             น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี ชาวกรุงเทพฯ บอกเล่าประสบการณ์ที่ถูกลวนลามในเทศกาลสงกรานต์ว่า เหตุการณ์วันนั้นจำได้ขึ้นใจ เนื่องจาก ตนต้องทำงานตามปกติ และระหว่างเดินออกจากบ้านได้เจอกับกลุ่มวัยรุ่นในซอย พยายามใช้น้ำราดและทาแป้งที่บริเวณใบหน้า และจับหน้าอกลูบลงถึงบริเวณช่วงล่าง ด้วยความตกใจจึงร้องเสียงดัง และต่อว่ากลุ่มวัยรุ่นทันที มีปากเสียงกันเล็กน้อย ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นไม่ได้รู้สึกผิด ยังเล่นตามปกติ ตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้รู้สึกว่าเทศกาลนี้ไม่มีความปลอดภัย ไม่มีกฎหมายควบคุม ใครจะทำอะไรจะล่วงละเมิดใครก็ได้ บางรายยังถูกบังคับให้ดื่มเหล้า ถูกรีดไถเงินไปซื้อเหล้า ซึ่งเป็นพฤติกรรมของคนส่วนน้อยเท่านั้น ที่ทำให้เสื่อมเสียเหมือนบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายต้องทบทวน ไม่ปล่อยให้เกิดพฤติกรรมแบบนี้ในสงกรานต์

             ได้แต่หวังว่า สิ่งที่ทุกฝ่ายรณรงค์จะเห็นผล ช่วยสร้างจิตสำนึก สร้างความตระหนัก เปลี่ยนค่านิยม ปรับทัศนคติ มีการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ใช้เงื่อนไขสงกรานต์มาเป็นข้ออ้างเพื่อฉวยโอกาส ร่วมกันขจัดพฤติกรรมไม่เหมาะสมของคนเพียงบางกลุ่มบางพวก รักษาความดีงามของสงกรานต์ไว้ ก่อนจะไปไกลกว่านี้!!!

 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด