
ทำโทษพลทหาร...ถึงตาย
ทำโทษพลทหาร...ถึงตาย : รายการ คม ชัด ลึก
จากกรณีการเสียชีวิตของพลทหารทรงธรรม หมุดหมัด อายุ 23 ปี สังกัดค่ายพยัคฆ์ ร.152 พัน.1 อ.บันนังสตา จ.ยะลา ที่ถูกส่งตัวมารักษาที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลศูนย์ยะลา เพราะโดนทำโทษอย่างหนัก จนร่างกายบอบช้ำ เลือดออกในสมอง เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2559 และเสียชีวิตในเวลาต่อมา นอกจากนี้ยังมีอีกรายถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งการทำร้ายพลทหารได้รับบาดเจ็บสาหัส บางรายเสียชีวิต เป็นปัญหาที่รอวันแก้ไข ดังนั้น รายการ คม ชัด ลึก จึงได้จัดเสวนาในหัวข้อ ทำโทษพลทหาร...ถึงตาย
นริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์ หลานสาวของพลทหารวิเชียร เผือกสม ผู้ถูกทำโทษจนเสียชีวิต เมื่อปี 2554 สาเหตุเพราะหลบหนีจากหน่วยฝึก 2 ครั้ง กล่าวว่า หลังจากได้รับทราบข่าวพลทหารถูกทำร้ายจนเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสล่าสุด ส่วนตัวคิดว่า ทำไมถึงเกิดขึ้นอีก หลังจากที่ครอบครัวเผือกสมพยายามต่อสู้เรื่องนี้ เพื่อให้พลทหารวิเชียรเป็นศพสุดท้าย
ขณะนั้นทางกองทัพบกได้ชี้แจงมาอย่างชัดเจนว่า จะไม่มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว แต่ก็มาเกิดขึ้นอีก
กรณีที่เกิดขึ้นล่าสุด มองว่า ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ด้วยความที่ดิฉันเรียน รด. มา จึงทราบว่า มีสายการบังคับบัญชา ก็คือ หากเป็นครูฝึกทำ ก็รายงานผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไปได้
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเผือกสม ไม่ได้รับข้อมูลความจริง ไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงต้องร้องสื่อถ่ายทอดให้สังคมได้รับรู้
กรณีของพลทหารวิเชียร ญาติได้ตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมถึงมีการแจ้งว่า จะคลุมธงชาติ ขอพระราชทานเพลิงศพ และเสนอเงินให้ 3 ล้านบาท ตรงนี้หมายถึงตายในหน้าที่ จะไม่สามารถดำเนินคดีความได้เลย เพราะเป็นการปฏิบัติหน้าที่เสียสละเพื่อชาติ
ก่อนที่พลทหารวิเชียรจะเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ทราบว่าพลทหารวิเชียรให้การว่า โดนทหารซ้อม นายทหารยศร้อยโทเป็นคนสั่ง
ขณะที่พลทหารวิเชียรอยู่ในห้องไอซียู ญาติก็ได้โทรศัพท์ไปที่ค่ายทหาร ก็ได้รับคำตอบว่า พลทหารวิเชียรสบายดี กำลังฝึกอยู่ แล้วก็ถามว่า พลทหารวิเชียรที่อยู่โรงพยาบาลเป็นคนละคนกัน ต่อมาญาติก็เดินทางไปที่โรงพยาบาลก็พบพลทหารวิเชียรนอนอยู่ในห้องไอซียู
ที่ผ่านมา เคยมีความเชื่อว่า ครูฝึกไม่ทำอะไรที่รุนแรงกับพลทหาร สิ่งที่เกิดขึ้นเราต้องการให้มีการลงโทษกับผู้กระทำกับพลทหารวิเชียรเท่านั้น โดยไม่มีการช่วยเหลือกัน
ขณะนี้คดีแพ่งจบแล้ว โดยได้รับเงินเยียวยา 7 ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แต่ทางคดีอาญายังไม่จบ ผู้ที่กระทำความผิดยังลอยนวล โดยมีการสั่งพักราชการ 9 นาย ตั้งแต่ยศร้อยตรีลงไป ส่วนนายทหารยศร้อยโท ขณะนี้กำลังจะได้เลื่อนยศเป็น ว่าที่พันตรี
ด้านลุงของพลทหารทรงธรรม หมุดหมัด กล่าวว่า จะมีการฌาปณกิจศพพลทหารทรงธรรม ในวันเสาร์ที่ 9 เมษายน นี้ ที่วัดคงคาวดี (วัดเสาเภา) ต.เสาเภา อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้แจ้งจากทางกองทัพว่า จะให้ความเป็นธรรมถึงที่สุด
อย่างไรก็ตาม หากไม่มีความชัดเจน ผู้ที่กระทำผิดทั้ง 6 คน ไม่มาขอขมา ก็จะนำศพพลทหารทรงธรรมเข้ากรุงเทพฯ เพื่อร้องขอความเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม ล่าสุดได้รับการแจ้งว่า ทั้ง 6 คนจะมาขอขมาในวันที่ 8 เมษายน นี้
หากได้พบกัน ก็จะถามกลุ่มผู้ทำร้ายหลานชายว่า ทำไมถึงทำอย่างนี้ แต่จะไม่มีการทำร้ายพวกเขา จะไม่มี
ทราบแต่เบื้องต้นว่า สาเหตุมาจากเรื่องขโมยเงิน แล้วก็มีการชกต่อยกัน หลังจากนั้นก็ถูกทำโทษอย่างรุนแรง
พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า กรณีของพลทหารทรงธรรม ทางกองทัพต้องขอแสดงความเสียใจ ขออภัยต่อญาติ ครอบครัว และสังคม
สำหรับนโยบายของทางกองทัพ จะดูแลพลทหารให้เหมือนกับคนในครอบครัว มีการกำหนดกฎ ระเบียบ และข้อบังคับ ซึ่งเป็นนโยบายในการฝึกทหารใหม่
การลงทัณฑ์ของทหารจะมี 5 ขั้นตอน 1.ภาคทัณฑ์ ก็คือ ตักเตือน 2.ทัณฑกรรม ก็คือ ซ่อม ปรับปรุงวินัย 3.กัก ก็คือ กักบริเวณ 4.ขัง และ 5 จำขัง คือ นำไปขังที่เรือนจำ
ทั้งนี้ การลงทัณฑ์นั้น จะไม่มีการแตะเนื้อต้องตัวผู้ที่ถูกลงทัณฑ์
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่า ผู้ที่กระทำดังกล่าว ฝ่าฝืน ขัดคำสั่งของผู้บังคับบัญชา มีความผิด
ขณะนี้ได้มีการสั่งให้หน่วยงานต้นสังกัด ตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้ที่กระทำความผิด ส่วนคดีอาญา ต้องรอให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา หลังจากนั้น ทางกองทัพก็จะสั่งพักราชการ เพื่อให้มีการดำเนินคดีอาญาต่อไป
ทั้งนี้ ทางกองทัพ โดยผู้บัญชาการทหารบก ท่านแม่ทัพ ได้กำชับเน้นย้ำมาว่า จะไม่มีการปกป้องผู้กระทำความผิดโดยเด็ดขาด เพราะนอกจากเป็นการสูญเสียอย่างใหญ่หลวงแล้ว ยังสร้างความเสื่อมเสียให้แก่กองทัพ



